Slider

7กล้องถ่ายรูปสวยๆ ยอดฮิตที่สุดในไทย productnation

“กล้องถ่ายรูป”…ของที่ทุกคนต้องมี!
ไม่ต้องเป็นตากล้องแต่ยุคนี้ใคร ๆ ก็มีกล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเองไว้ฝึกฝีมือถ่ายรูปสวย ๆ เก็บ Moment ดี ๆ กันได้ทั้งนั้น แต่เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่กำลังมองหากล้อง ถ่ายรูปคู่ใจ คงมีคำถามว่า จะซื้อกล้องรุ่นไหนดี แทรกเข้ามาอยู่เป็นประจำ เราเลยอยากแนะนำวิธีการเลือก กล้อง ถ่ายรูป ที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ ทั้งกล้องที่นิยมใช้มากที่สุด, กล้องราคาถูก สบายกระเป๋า, กล้อง mirrorless, กล้องโพลารอยด์, กล้อง dslr รุ่น ไหน ดีที่สุด และกล้อง ถ่ายรูป สวยเก๋เอาใจคนชอบสะสม มาดูกันดีกว่าว่า กล้องรุ่นไหนดี รุ่นไหนเด็ด

แล้วถ้าคุณไม่อยากพลาดข่าวคราวและรีวิวสินค้าดีๆของเราก็…คลิกเข้าไปติดตามในเฟซบุ๊ค ProductNation TH ของเราได้เลย รับรองว่ามีสินค้าและไอเท็มเด็ดๆ รอคุณอยู่อีกเพียบ!

จะรู้ได้ไงว่ากล้องถ่ายรูปรุ่นไหนดีและเหมาะกับเรา

เริ่มจากดูงบประมาณ – ควรมาเป็นอันดับแรกเพื่อที่จะได้สามารถกำหนดขอบเขตของสเปคกล้องให้ตรงกับความต้องการของคุณนั่นเอง เพราะกล้องที่ใช้งานได้ดีมีตั้งแต่ราคาหลักหมื่นต้น ๆ ไปจนถึงหลักหมื่นปลาย ๆ กันเลยทีเดียว ดังนั้นเลือกระดับราคาที่เหมาะสมกับเงินในกระเป๋า และการใช้งานของคุณดีกว่า

ดูที่เซ็นเซอร์ภาพ – สิ่งนี้จะเป็นตัวที่บอกได้ว่าภาพของคุณจะชัดมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะเลือกแบบไหนก็สามารถอิงได้จากราคาและงบประมาณที่คุณวางมาไว้ตั้งแต่แรกนั่นเอง ซึ่งมีทั้งแบบ CMOS และ CCD ซึ่งยิ่งใหญ่ยิ่งได้เปรียบ

ความลึกของสี – ยิ่งมีความลึกมากเท่าไรก็ยิ่งช่วยให้คุณสามารถเก็บรายละเอียดของสีได้มากขึ้นเท่านั้น –
ปรับลดขนาดภาพได้หรือไม่ – ยิ่งความละเอียดสูงมากเท่าไรไฟล์ภาพจะยิ่งใหญ่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าตัวกล้องเองมีความสามารถในการปรับลดขนาดภาพได้ในตัว ก็จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ไปได้ และช่วยปรับให้ทุกอย่างเข้ากับการใช้งานของคุณมากขึ้นนั่นเอง

ระบบโฟกัส – ส่วนใหญ่กล้องยุคนี้จะมีระบบนี้อยู่ และทำงานอัตโนมัติแต่ส่วนที่ต้องสนใจนั่นก็คือมีจุดโฟกัสอยู่กี่จุดนั่นเอง ยิ่งถ้ากระจายโฟกัสได้ดีก็ยิ่งทำให้ภาพของคุณได้ดังใจมากขึ้นนั่นเอง

ระบบกันสั่น – กล้องสมัยนี้มีระบบกันสั่นสำหรับการถ่ายวิดีโอด้วยนะ แต่คงไม่ดีแน่ ถ้าถ่ายแล้วภาพสั่นสะเทือนเมื่อเวลาที่เราถ่ายไป เดินไป หรือจับกล้องไม่ค่อยมั่นคง ระบบนี้จะช่วยได้ หรือถ้าเราใช้ถ่ายรูปปกติ กล้องจะช่วยลดการสั่นสะเทือนตอนเรากดชัตเตอร์ได้

ความละเอียดในการถ่ายวิดีโอ – ถ้าเป็นคนที่ตั้งใจจะซื้อกล้องไว้ทำ vlog ส่วนตัวลงเฟซบุ๊ค หรือลงยูทูบ เดี๋ยวนี้กล้องถ่ายรูปรุ่นใหม่ ๆ แม้กระทั่งกล้อง mirrorless ตัวเล็ก ๆ ก็สามารถถ่ายวิดีโอด้วยความคมชัดระดับ 4K กันแล้ว (ชัดกว่า HD) และทีวีรุ่นใหม่ ๆ ก็มีความคมชัด  แบบ 4K แล้วเช่นกัน ถ้าจะมองการณ์ไกล ซื้อกล้องที่รองรับไฟล์ 4K ไว้ก็ไม่เสียหลาย
ต้องการกล้องที่เชื่อมต่อโซเชียล แอคเคาท์ได้ด้วยรึเปล่า

– ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบโพสต์รูปที่ถ่ายลงในโชเชียล แอคเคาท์ของคุณแบบทันที ทันใดที่ถ่ายรูปเสร็จ คุณก็ต้องมองหากล้องที่เชื่อมต่อไวไฟ และสามารถแชร์ภาพจากกล้องลงโซเชียล แอคเคาท์ของคุณได้ทันที สะดวกรวดเร็ว และแน่ใจได้  ว่าเพื่อน ๆ ของคุณจะไม่พลาดการอัพเดทของคุณ
การดูแลรักษากล้องถ่ายรูป

เก็บในที่แห้ง น้ำและความชื้นอาจทำทำให้กล้องเสียหายและใช้งานได้ไม่นานเท่าที่ควร ควรเก็บกล้องไว้ในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเทเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา อย่าให้เลนส์หันเข้าหาดวงอาทิตย์ สาเหตุเพราะอาจทำให้เซนเซอร์เสื่อมสภาพหรือทำให้แสงฟุ้งได้ การทำความสะอาดควรใช้ลูกยางเป่าลมและผ้าแห้งเช็ด เอาล่ะ! มีหลักการเลือกกล้องถ่ายรูปเบื้องต้นกันแล้วต่อไปก็ถึงเวลามาลุยและทำความรู้จักกับกล้องถ่ายรูปตัวเด็ดที่เรารวบรวมมาไว้ให้คุณในวันนี้กันแล้ว จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

7 กล้องถ่ายรูปที่ดีที่สุด

1. กล้องถ่ายรูป Nikon J5 lens 10-30mm.
กล้อง Nikon Mirrorless ขนาดน่ารัก
Updated on 7th September 2020

Lazada Thailand
7,990บาท
พบกับ Nikon 1 J5 ใหม่ กล้องแบบเปลี่ยนเลนส์ที่เปี่ยมสไตล์และกะทัดรัด มาพร้อมเซ็นเซอร์ภาพ 20.8 ล้านพิกเซล บันทึกภาพสุดน่าทึ่งด้วยความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่เร็วอย่างเหลือเชื่อถึง 20 ภาพต่อวินาทีเมื่อใช้การติดตามระยะโฟกัสอัตโนมัติและวิดีโอสูงสุดถึง 4K/15p ด้วยจอภาพ LCD ปรับเอียงขึ้นได้ 180° รวมถึงหน้าจอสัมผัส ระบบควบคุมแบบปรับเองทั้งหมด เอ็ฟเฟ็กต์ใหม่ รวมทั้งเทคโนโลยี Wi-Fi® และ NFC*4 ในตัวเพื่อการแชร์ภาพถ่ายระหว่างเดินทาง ทำให้กล้อง J5 เป็นกล้องที่รวมประสิทธิภาพ ทั้งความยืดหยุ่น ความเร็ว และสไตล์ไว้ในมือคุณ ด้วยความเร็วสูงกว่า DSLR กล้อง J5 มีระยะเวลาหน่วงชัตเตอร์ที่สั้นที่สุด และอัตราการบันทึกภาพถ่ายต่อเนื่องที่เร็วที่สุดในโลก ที่ประมาณ 20 ภาพต่อวินาที

หรือจะลองดูกล้องเซลฟี่ก็เข้าท่านะ กล้องเซลฟี่ ถ่ายรูปตัวเองได้สวยๆ เก๋ๆ เวลาไปเที่ยว ลองดูกล้องเซลฟี่เจ๋งๆ ได้ที่นี่ 9 กล้อง เซลฟี่สำหรับสายแชะ ไม่ง้อช่างภาพ

2. Fujifilm Camera X-A5
กล้อง Fujifilm เซลฟี่
Updated on 25th September 2020

Shopee Thailand
จาก
12,900บาท

Lazada Thailand
จาก
13,690บาท

– เชื่อมต่อได้ง่ายๆ ผ่าน wifi และ Bluetooth
– รูปทรงสวย เหมาะกับวัยรุ่น
– ระบบโฟกัสแบบ phase detection และเมื่อทำงานร่วมกับ Processor รุ่นใหม่ ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น 1.5 เท่า
Fujifilm xa5 กล้องรุ่นใหม่ในซีรีย์ A โดยจะมาพร้อมกับ sensor ความละเอียด 24 megapixel ขนาด APS-C ที่มาพร้อมกับระบบโฟกัสแบบ phase detection และเมื่อทำงานร่วมกับ Processor รุ่นใหม่ ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น 1.5 เท่า และโฟกัสแบบติดตามได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังพัฒนาการให้สีสันต่างๆ รวมไปถึงสีผิวให้ดีขึ้น รองรับการบันทึก video 4K และการถ่ายภาพแบบ 4K Burst Shooting เชื่อมต่อได้ง่ายๆ ผ่าน wifi และ Bluetooth Built-In Wifi, Bluetooth สามารถแชร์ภาพจากกล้องไปยัง smartphone ที่สำคัญเอาใจขา VLOG มีช่องสำหรับต่อไมโครโฟนภายนอก

3. กล้องถ่ายรูป Canon MIRRORLESS รุ่น EOS M100
กล้องCanon กล้อง ถ่ายรูป สวย เท่ ดีไซน์เริ่ด
Updated on 26th August 2020

Lazada Thailand
16,800บาท
นี่น่าจะเป็นแบรนด์ของกล้องในฝันของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน เพราะขึ้นชื่อมานานอย่าง Canon มาพร้อมลูกเล่นมากมายไม่ว่าจะเป็น เซนเซอร์ CMOS ขนาด APS-C เซนเซอร์ที่ได้รับการพัฒนาจาก M10 ให้มีความละเอียดมากถึง 24 ล้านพิกเซล ชัตเตอร์เร็วสุดที่ 1/4000 วินาที ช้าสุด 30 วินาที สามารถปรับให้อยู่ได้ในระดับที่พอใจด้วยโหมด Bulb ที่สำคัญมีระบบโฟกัสใหม่แบบ Dual Pixel เทคโนโลยีเฉพาะของ Canon ให้กล้องคำนวณระยะโฟกัสได้ เพื่อการโฟกัสที่รวดเร็วในสถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวเข้าออกตลอดเวลา และหน้าจอพับเซลฟี่ได้ถึง 180 องศา เพิ่มความอเนกประสงค์ให้กับการเลือกจุดโฟกัส ให้คุณแตะหน้าจอเพื่อเลือกภาพนิ่งเพียงอย่างเดียว หรือสำหรับวิดีโอก็ได้เช่นกัน

4. Sony Alpha a5100 kit 16-50mm
sony a5100 ราคา
Updated on 12th August 2020

Lazada Thailand
จาก
23,900บาท

Shopee Thailand
จาก
14,990บาท
กล้องโซนี่หรือแบรนด์กล้อง sony ที่เราคุ้นเคยกันดีนั้นไม่เคยทำให้คุณต้องผิดหวังมาคราวนี้มาพร้อมกับเซ็นเซอร์แบบ CMOS และจอสัมผัสที่สามารถปรับเอียงหน้าได้และเป็นหน้าจอแบบแอลซีดีอีกด้วย และนี่ก็เรียกได้ว่าเป็น กล้อง ถ่ายรูป สวย ๆ กล้องที่นิยมใช้มากที่สุด ซึ่งกล้อง dslr รุ่น ไหน ดีก็ยังอาจจะต้องยอมแพ้ให้กับเจ้าตัวนี้เลยก็เป็นได้ สำหรับจุดเด่นรุ่นนี้คือ จอสัมผัส ปรับเอียงหน้า จอแอลซีดี 3.0 ได้ โฟกัสไวสุดๆ และโฟกัสได้ 179 จุดพร้อมกันอีกด้วย

ขนาด : (WxHxD) 4.3 x 2.5 x 1.4

5. กล้อง Olympus Pen EP-L8 kit 14-42mm.
กล้อง olympus กล้องเซลฟี่ วิดีโอ 4K
Updated on 25th September 2020

Lazada Thailand
12,500บาท

Shopee Thailand
จาก
12,800บาท

– มีระบบโฟกัสจำนวนหลายจุดช่วยให้ภาพคมชัดมากยิ่งขึ้น
– ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 8.6 เฟรมต่อวินาที
– ถ่ายวีดีโอแบบ 4K ได้
กล้องถ่ายรูป Olympus ตัวนี้มาพร้อมกับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีตัวกันสั่นไหวอยู่ภายใน มีระบบโฟกัส 121 จุด มาพร้อมกับจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว ถ่ายภาพต่อเนื่องให้คุณได้ง่าย ๆ 8.6 ภาพต่อวินาที และสามารถถ่ายวีดีโอในความละเอียดแบบ 4K ได้อีกด้วย ถือว่าครบครันและตอบโจทย์ไม่น้อยเลยทีเดียว ใครอยากจะมี กล้องเซลฟี่ให้พกไปถ่ายรูป ถ่ายคลิปได้ทุกที่กันสักตัว  กล้อง olympus ตัวนี้ คือ กล้อง ถ่ายรูป ที่ถ่ายวิดีโอได้ ที่เราอยากแนะนำให้คุณครอบครอง

6. GoPro HERO5 (Black)
gopro ที่ดีที่สุด
Updated on 10th June 2019

Lazada Thailand
จาก
9,900บาท
gopro หรือ โกโปร เป็นกล้องที่เพิ่งจะเข้ามาทำตลาด และเรียกความสนใจไปได้อย่างล้นหลามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็ยังติดตลาดและเป็นที่สนใจอยู่ไม่น้อย ด้วยความพกพาง่าย ทนฝุ่น กันน้ำได้ดี จึงทำให้ กล้อง gopro เป็น กล้องที่นิยมใช้มากที่สุด ในพวกของสายลุยทั้งหมาย และ กล้อง gopro ราคา ก็ไม่ได้แรงเกินไปแต่อย่างใด ใคร ๆ ที่รักการถ่ายภาพแนวผจภัยก็สามารถเอื้อมถึงได้ง่าย ๆ และกล้องgopro hero 5 ราคาไม่แรงตัวนี้ กลับให้คุณภาพของไฟล์วีดีโออยู่ที่ 4K30 / 2.7K60 / 1080p120 วิดีโอ และให้ความละเอียดของภาพจากโกโปรก็อยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล จอระบบสัมผัสกว้าง 2 นิ้ว เอากล้องลงไปดำน้ำลึกโดยไม่ต้องใส่เคสได้ถึง 10 เมตร แถมสะดวกสุด ๆ ด้วยฟังค์ชั่นสั่งงานด้วยเสียงผ่านตัวกล้อง ที่สั่งได้ถึง 10 ภาษา แค่พูดว่า “GoPro, take a photo” ก็สามารถสั่งงานกล้องได้แล้ว

7. GoPro HERO6 (Black)
gopro Hero 6 ที่ดีที่สุด
Updated on 12th August 2020

Lazada Thailand
จาก
6,900บาท

Shopee Thailand
จาก
16,900บาท
gopro รุ่นที่อัพขึ้นมาจาก GoPro HERO5 โดยรุ่น  HERO6 นี้ ทางโกโปรมีการพัฒนาชิพประมวลผลในกล้องขึ้นมาเอง ไม่ได้ใช้ชิพของที่อื่นแบบรุ่นก่อนๆ ซึ่งชิพโปรเซสเซอร์ตัวนี้มีชื่อว่า GP1 ที่ช่วยให้สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ในระดับ 60 เฟรมต่อวินาที (FPS) ได้ (รุ่นก่อน ๆ ทำได้แค่ 30FPS เท่านั้น) และยังสามารถถ่ายวิดีโอสโลโมชั่นได้ที่ระดับ Full HD 240 เฟรมต่อวินาที พร้อมระบบกันสั่นที่ดีขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีโหมดถ่ายซูมมาให้ด้วย เผื่อดำน้ำไปเจอปลาสวย ๆ ก็ไม่ควรจะไปถ่ายรูปใกล้ ๆ เพาะอาจเป็นรบกวนมัน ก็ใช้โหมดซูมของโกโปรตัวนี้ซะเลย แถมรุ่นนี้มีการปรับปรุงให้ถ่ายในเวลากลางคืน หรือในสภาพแสงน้อยได้ดีขึ้นด้วย ที่สำคัญ HERO6 Black สามรถเชื่อมต่อ WI-FI 5GHz ได้แล้วด้วยนะ

 

เทคโนโลยีสมัยใหม่กับสังคมปัจจุบัน

Modern-technology

สังคมไทยในปัจจุบันมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัยจึงทำให้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มีบทบาทในการดำรงชีวิตของประชากรในประเทศมากยิ่งขึ้นเพราะในปัจจุบันนี้มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมาอย่างมากมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การสื่อสาร การเรียนหรือแม้แต่กระทั่งในบ้านทุกหลัง ซึ่งทุกที่ล้วนใช้เทคโนโลยีในการดำรงชีวิต เพื่อให้การเป็นอยู่นั้นไม่ลำบาก และป้องกันความผิดพลาดได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยกับยุค 2018 นี้เป็นยุคแห่งนวัตกรรมในปัจจุบันรวมถึงอนาคตจึงมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ มากมายเกิดขึ้นมาบนโลกเพื่อให้การใช้ชีวิตนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาส่วนใหญ่จะถูกเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตอย่างเช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ โทรทัศน์ และเครื่องมืออื่นๆ อีกมากมายที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงิน การขาย การนำเสนอสินค้าก็ล้วนใช้ระบบอินเตอร์เน็ตเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งสิ้น ปัจจุบันนี้เราไม่ต้องพกเงินเยอะๆ เพียงเรามีโทรศัพท์แค่เครื่องเดียวเราก็สามารถชำระเงินได้เช่น ผ่าน QR Code Payment เป็นต้น

Modern-technology-photo

ในส่วนของเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์นั้น ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์นั้นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสามารถนำพลังงานจากธรรมชาติกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้น และยังช่วยลดพลังเชื้อเพลิงต่างๆ อีกด้วย ตอนนี้เรามีนวัตกรรมใหม่จากเทคโนโลยีคือ Microgrid ซึ่งสิ่งนี้นั้นเป็นเหมือนตัวกระจายพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนใหญ่พลังงานแสงอาทิตย์นี้จะใช้กับในส่วนของอาคาร หมู่บ้านเป็นต้น

Robots หรือหุ่นยนต์ ตามที่เราเห็นกันบ่อยๆ ปัจจุบันนี้นั้นบางพื้นที่ก็ใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนสิ่งมีชีวิตเพื่อประสิทธิภาพในการใช้แรงจะได้คงที่ เนื่องจากว่าถ้าหากใช้แรงงานของสิ่งมีชีวิตแล้วนั้นมักจะเกิดปัญหา แรงงานป่วย หรือสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ไม่สามารถมาทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งการใช้หุ่นยนต์เป็นเครื่องทุ่นแรงในการทำงานนั้น ทางโรงงานต่างๆ จะลดความเสี่ยงเรื่องของแรงงานได้มากมายเลยทีเดียว ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นหุ่นยนต์ขับรถ หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร หุ่นยนต์กู้ภัย หุ่นยนต์ดับเพลิงก็เป็นได้

ยุค 2018 นี้ถือว่าเป็นยุคแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมจริงๆ เพราะว่ายุคนี้มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และการที่เรานำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้งานในการดำรงชีวิตนั้นช่วยให้เรามีการใช้ชีวิตที่สะดวกมากยิ่งขึ้น ช่วยประหยัดเวลา ประหยัดแรงงาน ถ้าหากในอนาคตข้างหน้านั้นยังมีการใช้เทคโนโลยีเรื่อยบางทีแรงงานจากสิ่งมีชีวิตอาจจะไม่มีเลย ซึ่งมันอาจจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ถ้าหากในด้านการแพทย์มันจะทำให้การรักษาของเราก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เครื่องมือการรักษาจะทันสมัยกว่าเดิม และทำให้ประสิทธิภาพในการรักษามีมากกว่าเดิม

เทคโนโลยี 10 อันดับที่กำลังนิยมในปัจจุบัน TECH&TREND

เทคโนโลยี 10 อันดับที่กำลังนิยมในปัจจุบัน TECH&TREND

image

imageimageimageimageimageimageimageในยุคที่วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีได้ก้าวไปไกล การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆได้เปลี่ยนโฉมหน้าของโลกในอดีตไปอย่างมาก ทั้งรูปแบบวิถีชีวิตรวมถึงการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจตลอดจนการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจด้วย ทำให้ต้องคอยจับตามองหาวิธีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ให้เข้ากับโมเดลทางธุรกิจใหม่

  • “เทรนด์”ก็เป็นข้อมูลสำคัญอย่างหนึ่งที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้งนี้ทิศทางของเทรนด์เทคโนโลยีในปี2015 ก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปจากปีที่แล้วมากนัก แต่จะทวีความเข้มข้นมากกว่าเดิมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด ดังนั้นนอกจากจะต้องจับตาดูเทรนด์ต่างๆที่เกิดขึ้นมากมายทั่วโลกแล้ว ยังต้องสามารถวิเคราะห์ให้ออกว่าเทคโนโลยีประเภทใดที่มีแนวโน้มจะสร้างโอกาสและมีผลกระทบอย่างสูงด้านการลงทุนและดำเนินธุรกิจตลอดจนการเข้ากับวิถีชีวิตของผู้บริโภคในบ้านเราด้วย
  • แนวโน้มทางด้านเทคโนโยลีที่นำเสนอในปีนี้ยืนอยู่บนท่วงทำนองหลักๆ สามด้านคือ การผนวกรวมเข้าด้วยกันของโลกเสมือนกับโลกความเป็นจริง(The merging of the real and virtual worlds) การกำเนิดของความชาญฉลาดในทุกหนแห่ง(The advent of intelligence everywhere) และผลกระทบทางด้านเทคโนโลยีของการปรับตัวเป็นดิจิตอลของธุรกิจ(The technology impact of the digital business shift)

เทคโนโลยี 10 อันดับที่กำลังนิยมในปัจจุบัน TECH&TREND

เทคโนโลยีปัจจุบัน

“โลจิเทค” รุกตลาดเว็บแคม ด้วยกล้องรุ่นใหม่เอาใจนักแคสเกม

ตบเท้าเข้าร่วมชิงชัยในตลาดกล้องเว็บแคมอีกหนึ่งราย สำหรับค่ายผู้ผลิตอุปกรณ์เกมพีซีชั้นนำสัญชาติสวิส ที่ล่าสุดออกมาเปิดตัวกล้องแคสเกมอัจฉริยะพร้อมขาตั้งในราคาสี่พันห้า

จากกระแสของการอัดคลิปลงยูทิวบ์ในปัจจุบัน และการที่มีเหล่านักแคสเกมหน้าใหม่ๆถือกำเนิดขึ้นทุกวัน คงทำให้บรรดาบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เกมทั้งหลายคิดอยากนำเสนออุปกรณ์ที่จะมาช่วยตอบโจทย์ พร้อมกับอำนวยความสะดวกสบาย ซึ่งล่าสุดก็เป็นคิวของค่ายดังที่คอเกมพีซีบ้านเราต่างรู้จักกันดีอย่าง “โลจิเทค” (Logitech)

สำหรับอุปกรณ์ชิ้นใหม่นี้มีชื่อว่า “C922 Pro Stream” นวัตกรรมใหม่ของกล้องเว็บแคมจากค่ายโลจิเทค ที่ถูกสร้างขึ้นและออกแบบมาเพื่อรองรับการถ่ายทอดสดแบบไลฟ์สตรีมโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยีที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน สามารถเลือกสตรีมและบันทึกวิดีโอได้ ทั้งในระดับความละเอียดฟูลเอชดี 1080p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที หรือความละเอียด 720p ที่ความเร็ว 60 เฟรมต่อวินาที

นอกจากนี้ “C922 Pro Stream” ภายในยังอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่จะทำให้การสตรีมมิ่งเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์โฟกัสภาพอัตโนมัติ, ฟีเจอร์แก้ไขสภาพแสงน้อยอัตโนมัติ ที่ช่วยให้ภาพคมชัดท่ามกลางแสงสลัวภายในห้อง หรือแสงกะพริบจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงฟีเจอร์ปรับเปลี่ยนภาพพื้นหลังแบคกราวน์ ที่ทำให้เราไม่จำเป็นต้องพึ่งฉากหลังสีเขียวอีกต่อไป

กล้องเว็บแคม “C922 Pro Stream” ที่มาพร้อมไมโครโฟนสเตอริโอตัดเสียงรบกวนสองตัว และขาตั้งโต๊ะแบบหมุนยืดออกได้ 18.5 ซม.นี้ ปัจจุบันมีวางจำหน่ายแล้ว สนนราคา 4,499 บาท 

 

 

รีวิวกล้อง เว็บแคม Web Camera สำหรับ PC ที่ให้ภาพคมชัดที่สุด

รีวิวกล้อง เว็บแคม Web Camera สำหรับ PC ที่ให้ภาพคมชัดที่สุด

เว็บแคม (Webcam) หรือ ชื่อเต็ม ๆ ว่า เว็บแคเมรา (Web Camera) เป็นกล้องที่สามารถบันทึกวีดีโอ และส่งสัญญาณภาพไปให้กับกับคอมพิวเตอร์ PC ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารแบบเห็นหน้า ถือว่าเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับคอมพิวเตอร์ PC แบบตั้งโต๊ะ ที่เชื่อว่าหลาย ๆ คน จำเป็นต้องซื้อแยกต่างหากกันเกือบทุกคน หากถามว่าทำไมจะต้องซื้อ? เพราะว่าคอมพิวเตอร์ PC นั้นไม่ได้มีกล้องติดตั้งมาให้ในตัวเหมือน Notebook หรือ Laptop รวมถึง Macbook ด้วย แต่อันที่จริงแล้วนั้น กล้องใน Notebook หรือ Macbook ก็ไม่ได้มีความคมชัดมากมายหนัก เพียงแค่พอใช้งานได้เท่านั้น ยิ่งถ้าหน้าจอบางเท่าไหร่ คุณภาพความละเอียดของกล้องก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น ด้วยปัญหานี้จึงทำให้ผู้ที่ใช้งาน Notebook เอง ก็มักจะซื้อ Webcam มาใช้เป็น Option เสริมกันอยู่บ่อย ๆ เช่นกัน

กล้องเว็บแคม Logitech c922 รูปภาพจาก logitech.com

อย่างที่บอกไปแล้วว่า Webcam นั้นไม่เพียงแต่มีความคมชัดในเรื่องของความละเอียด และสีที่สดใส แต่ส่วนใหญ่มักจะยังมีโหมดทำงานตอนกลางคืนด้วยระบบอินฟราเรด ที่ให้ภาพออกมาเนียนสวย ซึ่งมาพร้อมกับหลอดไฟ เพื่อเพิ่มความสว่าง หรือไมโครโฟนในตัว ที่จะช่วยให้คุณภาพเสียงของคุณดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟังก์อื่น ๆ อีกมากมาย ที่ขึ้นอยู่กับการผลิตของแต่ละแบรนด์ อาทิเช่น  ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนในตัว, ปรับตั้งค่าแสงเองอัตโนมัติ, หมุนปรับโฟกัสที่หน้าเลนส์ได้, ไม่จำเป็นต้องติดตั้งไดร์เวอร์ เป็นต้น ซึ่งจะขึ้นอยู่กับ Software ของแต่ละแบรนด์

กล้องเว็บแคมสำหรับ สตรีมเมอร์เกม

สำหรับใครที่เป็นสายสตรีมเมอร์หรือจะเป็นนักแคสเกมก็ได้ อย่างสตรีมเมอร์นั้นเป็นอาชีพที่เกมเมอร์ทั้งหลาย จะเล่นเกมและทำการถ่ายทอดสด (Live) ไปด้วย โดยผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Twitch.tv, NimoTV, Facebook Live และ Youtube ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเกมส์จากสมาร์ทโฟน หรือ เกมจากคอมพิวเตอร์ ก็สามารถทำการสตรีมได้ทั้งนั้น ซึ่งมีอุปกรณ์ที่สำคัญหลัก ๆ คอมพิวเตอร์, หน้าจอแสดงผลเมาส์คีย์บอร์ด, ไมโครโฟน, หูฟังแบบครอบหู และอื่น ๆ หากเป็นเกมสมาร์ทโฟนก็จะใช้จอยเกมมือถือเสริมเพิ่มตามความต้องการเกมส์นั้น ๆ รวมถึงตัวเอกอย่าง กล้องเว็บแคม (Webcam) ที่จะคอยถ่ายทอดสดผู้เล่นได้รับชม

การเลือกซื้อกล้องเว็บแคม (Webcam) ที่ดีที่สุด

กล้องเว็บแคม (Webcam) มีอยู่มากมายหลายรุ่นในท้องตลาด ตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท ทำให้หลาย ๆ คนไม่รู้ว่าจะเลือกรุ่นไหนดี ซึ่งกล้องเว็บแคมในปัจจุบันไม่ได้ใช้เพื่อวีดีโอคอลเพียงอย่างเดียวแล้ว โดยมันสามารถทำอย่างอื่นได้อีกหลากหลาย ดังนั้นเราจะมาแนะนำวิธีการเลือกกล้องเว็บแคม เพื่อให้ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด

1. การใช้งาน

คุณต้องการนำไปใช้งานในด้านไหน เช่น วิดีโอคอลติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ๆ , การไลฟ์สดขายของ หรือใช้ในการสตรีมเกม หากคุณใช้วิดีโอคอลเพียงอย่างเดียวก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อกล้องที่มีราคาสูงจนเกินไป เนื่องจากไม่มีความจำเป็นในการใช้งานมากนัก แต่หากใช้ในการสตรีมเกมเป็นหลัก คุณจำเป็นที่จะต้องเลือกเฟรมเรทสูง ๆ เพราะจะทำให้ภาพของคุณลื่นไหลขณะถ่ายทอดสด

2. เฟรมเรต (Frame rate)

อัตราเฟรมหมายถึงความเร็วในการแสดงผลภาพต่อวินาที มีหน่วยเป็น Frame per second (FPS) ยิ่งมีเฟรมเรตสูงมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ภาพของคุณลื่นไหลมากเท่านั้น โดยที่นิยมใช้กันในปัจจุบันจะอยู่ที่ 30 FPS

3. เลือกตามชนิดของเซ็นเซอร์

แน่นอนว่ากล้องเว็บแคมนั้นก็มีชนิดของเซ็นเซอร์ให้เลือก โดยหลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ 2 ชนิด นั่นคือเซ็นเซอร์ CCD และเซ็นเซอร์ CMOS ซึ่งมีข้อดีข้อเสียต่างกัน

โดยเซ็นเซอร์ CCD ย่อมาจาก Charge Coupled Device ที่ทําหน้าที่รับแสงอย่างเดียว ที่จะแปลงค่าสัญญาณอนาล็อก (แสง) ให้เป็นสัญญาณดิจิตอล สำหรับ CMOS ย่อมาจาก Complementary Metal Oxide Semiconductor มีหน้าที่รับแสงเช่นกัน แต่จะทำการแปลงสัญญาณจากตัวเซ็นเซอร์เลย ดังนั้นสัญญาณที่ออกจาก CMOS จึงเป็นสัญญาณดิจิตอล ทำให้มีการทำงานรวดเร็วมากกว่า CCD แต่ CCD จะมีความเอียดของแสงและคมชัดมากกว่า และมีสัญญาณรบกวนภาพน้อยกว่า เพราะทำหน้าที่เพียงรับแสงอย่างเดียวไม่ต้องแปลงค่าสัญญาณใด ๆ

โดยรวมแล้ว CCD มีคุณภาพภาพด้าน Output นั้นจะดีกว่า แต่ CMOS นั้นก็ทำงานได้ดีและประหยัดพลังงาน ทั้งยังรวดเร็วกว่าจึงส่งผลทำให้มีอายุการใช้งานยาวกว่า CCD หากถามว่าจะเลือกเซ็นเซอร์แบบไหนดี ? สำหรับคนที่เล่นกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดสูง ๆ แนะนำเซ็นเซอร์ CCD แต่สำหรับคนที่ต้องการการทำงานแบบเร็วรวดแนะนำเซ็นเซอร์ CMOS ซึ่งก็ถือว่ายังให้ความคมชัดในระดับคุณภาพดีเช่นกัน

3. การเชื่อมต่อ

การเชื่อมต่อของกล้อง Webcam นั้นก็มีความสำคัญ บางคนใช้คอมพิวเตอร์รุ่นที่ต่างกัน ก็จะทำให้ USB Port อาจจะมีเวอร์ชั่นที่ต่างกันด้วย ซึ่งจะมีตั้งแต่เวอร์ชัน USB 1.1, เวอร์ชัน USB 2.0, เวอร์ชัน USB 3.0 และเวอร์ชัน USB 3.1 ซึ่งแต่ละเวอร์ชัน นั้นก็จะมีความเร็วในการส่งข้อมูลที่ต่างกัน ยิ่งเวอร์ชั่นที่ออกมาหลัง ๆ ความเร็วในการส่งข้อมูลก็ยิ่งสูงขึ้นเร็วขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นโปรดตรวจสอบ USB Port ของคุณก่อนซื้อกล้อง Webcam ด้วยว่ารองรับกันหรือไม่ วิธีการแยกพอร์ต USB ในคอมพิวเตอร์ การเลือกใช้เวอร์ชันพอร์ตของ USB ให้ตรงตามที่ออกแบบมาจะช่วยให้อุปกรณ์นั้น ๆ ทำงานได้รวดเร็วตรงตามที่ระบุไว้ ถามว่าคนละเวอร์ชันสามารถใช้ร่วมกันได้ไหม? ก็สามารถใช้ร่วมกันได้ แต่จะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และบางครั้งอุปกรณ์บางตัวก็ใช้ร่วมกันไม่ได้จริง ๆ ดังนั้นเลือกใช้ให้ตรงตามเวอร์ชันจะเป็นการดีที่สุด

การเชื่อมต่อ USB Port

หรือคุณอาจจะมองหากล้อง Webcam ที่มีการเชื่อมต่อแบบไร้สาย โดยใช้สัญญาณ WiFi ในการเชื่อมต่อแทน Port ต่าง ๆ นี่ถือว่าเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบต่สาย USB ให้วุ่นวาย

4. โหมดกลางคืน หรือ Night โหมด

โหมดกลางคืนก็เป็นอีหหนึ่งเรื่องที่ผู้ซื้อกล้องอเว็บแคมจะต้องพิจารณา เพราะหากกล้องเว็บแคมของคุณไม่มีโหมดกลางคืน ภาพที่ออกมาก็จะไม่มืดจนไม่มองไม่เห็นอะไรเลย โหมดกลางคืนจะทำหน้าที่ปรับภาพให้สว่างขึ้นโดยที่ไม่ต้องใช้หลอดไฟที่มาพร้อมกล้อง จะเห็นได้ว่ากล้องบางตัวก็ไม่มีหลอดไฟติดมารอบกล้อง เพราะกล้องพวกนี้มักจะมีระบบอินฟราเรดมาอยู่แล้ว ระบบอินฟราเรดนั้นจะช่วยให้กล้องทำงานในที่แสงน้อยได้ดี

5. ไมโครโฟน

ไมโครโฟนเป็น Option เสริมที่แถมมาพร้อมกล้อง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วกล้องเว็บแคมจะมีไมโครโฟนติดมาด้วยตลอด เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานที่สุด ไม่ต้องไปหาซื้อไมโครโฟนเสริมให้วุ่นวาย

6. ฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ

ในส่วนนี้หมายถึง โหมดต่าง ๆ เช่น โหมดโฟกัสอัตโนมัติ กำหนดระยะชัดของภาพได้ ปรับแสงอัตโนมิติ ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และอื่น ๆ โดยฟังก์ชันของกล้องเว็บแคมเหล่านี้ คือตัวช่วยที่ทำให้ภาพของคุณมีความคมชัด และคุณภาพที่ดีมากขึ้น แม้อยู่ในที่แสงน้อยก็ตาม รวมถึงคุณภาพของไมโครโฟนด้วยเช่นกัน

7. งบประมาณ

แน่นอนว่ากล้องเว็บแคม (Webcam) ที่มีราคาสูง ๆ ย่อมมีคุณภาพดีกว่า ทั้งภาพ เสียง และคุณภาพด้านฟังก์ชั่นต่าง ๆ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับคุณว่ามีงบประมาณมากน้อยแค่ไหน แต่หากคุณต้องการนำไปสตรีมเกมโดยเฉพาะเราแนะนำให้ซื้อกล้องเว็บแคมที่มีราคาสูง ๆ ไปเลยจะดีกว่า เพราะมันจะทำให้การสตรีมของคุณลื่นไหล คมชัด ไม่มีทางสะดุดเลย

ในวันนี้สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยาก ทำอาชีพสตรีมเมอร์ อยู่ละก็ เรามีกล้องเว็บแคม (Webcam) ที่ให้ภาพคมชัด คุณภาพดี และที่สำคัญมีราคาเริ่มต้นเพียงหลักร้อยไปจนถึงรุ่นที่มีราคาหลักพัน จะมีรุ่นอะไร แบรนด์ไหนบ้าง ไปดูกันเลยครับ

 

รีวิวกล้อง เว็บแคม Web Camera สำหรับ PC ที่ให้ภาพคมชัดที่สุด

เว็บแคม (Webcam) – เทคโนโลยีสาระสนเทศและกาสรสื่อสาร

ความหมายของเว็บแคม (Webcam)
             เว็บแคม (Webcam) หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Web Camera แต่ในบางครั้งก็มีคนเรียกว่า Video Camera หรือ Video Conference เป็นอุปกรณ์พุตที่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวของเราไปปรากฏในหน้าจอมอนิเตอร์ และสามารถส่งภาพเคลื่อนไหวนี้ผ่านระบบเครือข่ายเพื่อให้คนอีกฟากหนึ่งสามารถเห็นตัวเราเคลื่อนไหวได้เหมือนอยู่ต่อหน้า ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์อีกตัวหนึ่ง และเริ่มมีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ยี่ห้อกล้องเว็บแคมที่มีชื่อเสียงและใช้กันทั่วไป โดยที่เด่นที่สุดในตอนนี้ คือ กล้องเว็บแคมของ Logitech ซึ่งผลิตกล้องเว็บแคมออกมาในท้องตลาดมากที่สุด ทั้งเรื่องคุณภาพและความสวยงามก็จัดอยู่ในอันดับต้น ๆ
ชนิดของกล้องเว็บแคม (Webcam)
             กล้องเว็บแคม (Webcam) แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ แบบมีสาย และแบบไร้สาย โดยแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันดังนี้
            กล้องเว็บแคม (WebCamแบบมีสาย  จะมีความยุ่งยากในเรื่องการใช้สายต่อพ่วงเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่จะมีราคาถูกกว่าแบบไร้สายมาก ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมซื้อกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบมีสายมาใช้งาน
            ข้อเสีย ของกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบมีสาย คือ ทำให้ไม่สามารถวางตัวกล้องได้ไกลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้กล้องไม่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวในระยะไกล ๆ ได้เหมือนแบบไร้สาย
            กล้องเว็บแคม (Webcamแบบไร้สาย จะมีราคาค่อนข้างแพงมากเมื่อเทียบกับแบบมีสาย เนื่องจากตัวกล้อง ต้องใช้เทคโนโลยีแบบไร้สายที่เรียกว่า Wireless WiFi หรือ IEEE 802.11 ที่ค่อนข้างมีต้นทุนสูง จึงส่งผลให้ตัวกล้องมีราคาแพงจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก
            จุดเด่น ของกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบไร้สาย คือ สามารถนำไปติดตั้งที่จุดใดก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงระยะห่างระหว่างตัวกล้องกับคอมพิวเตอร์
ส่วนประกอบของกล้องเว็บแคม (Webcam)
               โดยหลัก ๆ แล้ว การซื้อกล้องเว็บแคม (Webcam) มาใช้งาน จะเห็นว่ากล้องเว็บแคม (Webcam) ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญดังนี้
            1.  เลนส์กล้อง  จะทำหน้าที่ในการจับภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่เคลื่อนไหวผ่านไปมาอยู่หน้ากล้องหรืออยู่ในตำแหน่งที่เลนส์กล้องสามารถมองเห็นภาพได้
            2.  ตัวปรัระยะโฟกัส  จะทำหน้าที่ในการปรับโฟกัสของภาพเพื่อให้ภาพมีความชัดเจนมากขึ้น
            3.  ฐานรองกล้อง  มีไว้สำหรับเป็นที่ตั้งของตัวกล้องซึ่งช่วยให้เราสามารถวางกล้องบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้สะดวก
ราคาของกล้องเว็บแคม (Webcam)
          ราคา Webcam OKER  เริ่มต้นที่ 240 บาท ถึง 520 บาท (ตามรุ่น)
             ราคา Webcam TECFON รุ่น  W-017  ราคา 240 บาท
             ราคา Webcam MD-Tech เริ่มต้นที่ 390 บาท ถึง 440 บาท (ตามรุ่น)
             ราคา Webcam Y-Tech เริ่มต้นที่ 250 บาท ถึง 290 บาท (ตามรุ่น)
             ราคา Webcam Mstyle เริ่มต้นที่ 350 บาท (ตามรุ่น)
             ราคา Webcam Microsoft Lifecam เริ่มต้นที่ 1,900 บาท (ตามรุ่น)
ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้กล้องเว็บแคม (Webcam)
        –  ทำให้การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตมีรสชาติมากขึ้น เนื่องจากสามารถพูดคุยแบบเห็นหน้าและการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของคู่สนทนาเหมือนกับอยู่ใกล้ชิดกัน
            –  ประหยัดเวลาไม่ต้องเดินทางไปประชุมกับลูกค้าตามที่ต่าง ๆ เนื่องจากสามารถนำเอากล้องเว็บแคม (Webcam) มาดัดแปลงเป็นกล้อง Video Conference เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารแบบเห็นหน้ากับลูกค้าได้
            –  ช่วยให้ปลอดภัยจากการเดินทางไปประชุมหรือไปสัมมนาตามสถานที่ต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลได้เป็นอย่างดี
            –  นำไปประยุกต์ใช้เป็นชุดอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยคล้ายกับกล้องวงจรปิด สามารถใช้โปรแกรมที่ติดมากับกล้องเว็บแคม (Webcam) ทำหน้าที่คอยตรวจจับภาพเคลื่อนไหว แล้วทำการบันทึกจากตำแหน่งหรือจุดที่กำหนดไว้
            –  ช่วยให้สามารถเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ จากกล้องเว็บแคม (Webcam) ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้คนทั่วโลกสามารถเข้ามารับชมได้

ส่องเทคโนโลยีของกล้องบนสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน เป็นอย่างไร?

ส่องเทคโนโลยีของกล้องบนสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน เป็นอย่างไร?

เทคโนโลยี, กล้อง, สมาร์ทโฟน, ความละเอียด, ความคมชัด, จำนวน เลนส์, มุมกว้าง, ซูมได้ไกล, ถ่าย มาโคร

ปัจจุบัน เทคโนโลยีของกล้องบนสมาร์ทโฟนถือว่าพัฒนามาไกลและรวดเร็วมากเลยทีเดียว โดยถ้าเทียบกับเมื่อก่อน จะเห็นได้ว่าคนละเรื่องกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะคุณภาพของภาพถ่าย ที่ในปัจจุบัน Smartphone บางรุ่น คุณภาพแทบจะเทียบเท่ากับ Mirrorless หรือ DSLR แล้ว จึงทำให้ตอนนี้หลายคนนิยมพกพาแค่ Smartphone เครื่องเดียวไปใช้ถ่ายรูปในทุกโอกาส

สำหรับสิ่งที่พัฒนาขึ้นมานั้น หลักๆ ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความละเอียด ซึ่งตอนนี้สูงสุดถึงหลักร้อยล้านพิกเซลแล้ว ถ้าเทียบกับสมัยก่อนที่ความคมชัดเพียงแค่ VGA ถือว่าแตกต่างกันหลายร้อยหลายพันเท่าเลยทีเดียว นอกจากเรื่องนี้แล้ว ก็จะเป็นเรื่องของจำนวนของเลนส์ ที่มือถือสมัยนี้ มักจะมากับเลนส์ติดตัวเครื่องมากกว่า 2 เลนส์กันแล้ว ต่างจากที่เมื่อก่อน มีแค่เลนส์เดียวก็จบ และยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ที่เราจะพาทุกไปดูกันในวันนี้

กล้องบนสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน เป็นอย่างไร ?

เทคโนโลยี, กล้อง, สมาร์ทโฟน, ความละเอียด, ความคมชัด, จำนวน เลนส์, มุมกว้าง, ซูมได้ไกล, ถ่าย มาโคร

สำหรับกล้องบนสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้น เรียกได้ว่าพัฒนาไปมากเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากข้อมูลด้านบนแล้ว เราจะอธิบายเพิ่มเติมให้ทุกคนได้อ่านกัน ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

กล้องความละเอียดสูงสุด 108 ล้านพิกเซล

เทคโนโลยี, กล้อง, สมาร์ทโฟน, ความละเอียด, ความคมชัด, จำนวน เลนส์, มุมกว้าง, ซูมได้ไกล, ถ่าย มาโคร

ความละเอียดของกล้องนั้นถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีก็มีการพัฒนาความละเอียดสูงสุดของภาพที่สามารถถ่ายได้ขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่สมัยอดีตที่มีความละเอียดเฉลี่ยของแต่ละรุ่นไม่เกิน 10 ล้านพิกเซล ได้พัฒนาขึ้นมาเป็น 20 ล้านพิกเซล 48 ล้านพิกเซล 64 ล้านพิกเซล และล่าสุดที่ความคมชัดสูงระดับ 108 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว

เทคโนโลยีการรวมพิกเซล

เทคโนโลยี, กล้อง, สมาร์ทโฟน, ความละเอียด, ความคมชัด, จำนวน เลนส์, มุมกว้าง, ซูมได้ไกล, ถ่าย มาโคร

เทคโนโลยีนี้จะใช้ประโยชน์จากเลนส์ความละเอียดสูงในด้านบน เพื่อให้ภาพคมชัดขึ้น โดยจะเป็นการรวมพิกเซลจากภาพขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ภาพที่ขนาดเล็กลง แต่มีรายละเอียดและสีสันที่ดีมากขึ้น เช่น เลนส์กล้องที่มีความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล เมื่อรองรับเทคโนโลยีนี้ กล้องก็จะถ่ายภาพออกมาเป็นทั้งหมด 4 ชุด และนำพิกเซลของแต่ละภาพมารวมเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ได้ภาพใหม่ที่มีความคมชัดและรายละเอียดสูง ที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

เลนส์หลากประเภทในเครื่องเดียว

เทคโนโลยี, กล้อง, สมาร์ทโฟน, ความละเอียด, ความคมชัด, จำนวน เลนส์, มุมกว้าง, ซูมได้ไกล, ถ่าย มาโคร

ในสมัยก่อน กล้องมือถือก็จะมีเพียงกล้องหลักแค่ 1 เลนส์ และถ้ามีกล้องหน้า กล้องหน้าก็จะมีเพียง 1 เลนส์เท่านั้น ซึ่งทำให้ถ่ายรูปได้ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์กล้องได้เหมือนกับ DSLR และ Mirrorless แต่ในปัจจุบัน สมาร์ทโฟนหลายยี่ห้อนิยมใส่กล้องมาให้ตั้งแต่ 2 เลนส์ ซึ่งเลนส์ที่ใส่มาก็มีทั้งเลนส์ Wide (เลนส์มุมกว้าง) Ultra-wide (เลนส์มุมกว้างพิเศษ) Telephoto(เลนส์ซูม) Depth (เลนส์วัดระยะตื้น-ลึก) Macro (เลนส์สำหรับถ่ายระยะใกล้) และเลนส์กล้องแบบปกติ  ซึ่งช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายบนสมาร์ทโฟนได้หลากหลายขึ้น

การซูมแบบไม่สูญเสียความละเอียด และซูมได้ไกลถึง 100 เท่า

เทคโนโลยี, กล้อง, สมาร์ทโฟน, ความละเอียด, ความคมชัด, จำนวน เลนส์, มุมกว้าง, ซูมได้ไกล, ถ่าย มาโคร

เทคโนโลยีการซูมในกล้องบนสมาร์ทโฟนนั้นถือว่ามีข้อจำกัดมาตลอด เพราะในอดีตมักจะใช้การซูมโดยขยายภาพเข้า ทำให้ความคมชัดนั้นน้อย และความละเอียดไม่ดีนัก แต่ในปัจจุบัน สมาร์ทโฟนในปี 2020 มาพร้อมกับเลนส์ซูม ที่สามารถซูมได้สูงสุด 30 เท่าแบบไม่สูญเสียรายละเอียด ทำให้ได้ภาพที่ซูมและยังคงคมชัดอยู่ รวมถึงระยะการซูม ที่บางรุ่นสามารถซูมได้สูงสุดถึง 100 เท่า เรียกได้ว่ายืนถ่ายดวงจันทร์จากบนโลกได้สบายๆ

การปรับแต่งที่ทำได้เทียบเท่ากล้องระดับโปร

เทคโนโลยี, กล้อง, สมาร์ทโฟน, ความละเอียด, ความคมชัด, จำนวน เลนส์, มุมกว้าง, ซูมได้ไกล, ถ่าย มาโคร

ปัจจุบันฟังก์ชั่นกล้องบนสมาร์ทโฟน สามารถปรับตั้งค่าได้หลากหลายอย่าง โดยเฉพาะรุ่นที่เป็นตัวท็อปของแต่ละค่าย ที่มักจะใส่การตั้งค่าในโหมดโปรมาเทียบเท่ากับกล้องระดับโปรเลยทีเดียว ข้อนี้เองที่จะช่วยให้เรารีดประสิทธิภาพของกล้องบนสมาร์ทโฟนให้มีคุณภาพออกมาเทียบเท่ากับกล้องระดับโปรได้เลย

โหมดการถ่ายภาพที่มีความหลากหลายขึ้น

เทคโนโลยี, กล้อง, สมาร์ทโฟน, ความละเอียด, ความคมชัด, จำนวน เลนส์, มุมกว้าง, ซูมได้ไกล, ถ่าย มาโคร

ในอดีต โหมดการถ่ายภาพบนโทรศัพท์มักจะมีน้อย ทำให้ถ่ายภาพได้ไม่หลากหลายมากนัก แต่ในปัจจุบัน สมาร์ทโฟนมีตัวเลือกของโหมดการถ่ายภาพเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้เราสามารถเลือกโหมดการถ่ายภาพให้เข้ากับฉากที่เราจะถ่ายได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะโหมดการถ่ายภาพแบบกลางคืน ที่พัฒนาขึ้นมาได้ดีจนทำให้ได้ภาพถ่ายตอนกลางคืนที่มีรายละเอียด สีสัน และความคมชัดที่ดีขึ้น

แน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไป ในอนาคตเราก็คงจะได้เห็นพัฒนาการของ Smartphone ด้านการถ่ายภาพที่ดีมากขึ้น ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็น Smartphone ที่ถ่ายภาพได้มุมกว้างมากขึ้น จนเกือบจะ 180 องศา ซูมได้ไกลและความละเอียดของภาพถ่ายดีมากขึ้น รวมถึงการถ่ายภาพแบบมาโคร ที่อาจจะถ่ายได้ใกล้สุดๆ จนสามารถขยายรายละเอียดบนวัตถุได้เสมือนกล้องจุลทรรศน์เลยก็ได้ ต้องรอดูกันต่อไปครับ

10 กล้องถ่ายรูปเจ๋งๆ ที่เหล่าเน็ตไอดอลนิยมใช้

สาวๆ ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพหรือเซลฟี่ สงสัยมั้ยว่าทำไมบรรดา “เน็ตไอดอล” ถึงถ่ายรูปออกมาสวยเเละดูดี ทำไมรูปเราถึงถ่ายออกมาแล้วช่างแตกต่างขนาดนี้ และคงไม่มีใครชอบกล้องที่ใช้งานยุ่งยากต้องมานั่งปรับภาพปรับแสงอะไรดูวุ่นวาย เสียเวลา อยากได้กล้องที่แบบถ่ายปุ๊บสวยปั๊บอัพรูปได้ทันที วันนี้เรามี 10 กล้องถ่ายรูปเจ๋งๆ ที่เรียกว่าถ่ายรูปแล้วเป๊ะปัง อลังเว่อร์ ของเหล่าเน็ตไอดอลที่นิยมใช้กัน มาบอกต่อให้สาวๆ ลองพิจารณาเผื่อไปสอยมาไว้ข้างกาย

1. Panasonic GF7

สำหรับรุ่นนี้น่าจะเป็นที่ถูกใจของสาวๆ ด้วยขนาดที่ค่อนข้างเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา สามารถพกพาได้สะดวก ดีไซน์วินเทจนิดๆ มีสีให้เลือกหลายหลาย เช่น ขาว ดำ น้ำตาล มีสีชมพูด้วยนะ เซ็นเซอร์ 16 ล้านพิกเซล จอ Touchscreen ที่สามารถพับขึ้นเพื่อเซลฟี่ได้ และฟังก์ชั่นในการถ่ายรูปเซลฟี่เก๋ๆ เช่น บีบให้ดูผอม โบกมือเพื่อลั่นชัตเตอร์ หรือฟังก์ชั่นถ่ายภาพกระโดด ที่กล้องจะกดชัตเตอร์ให้อัตโนมัติตอนเรากระโดษ และยังสามารถสั่งลั่นชัตเตอร์ผ่านสมาร์ทโฟน และเชื่อมต่อเพื่อส่งรูปผ่าน wi-fi ได้อีกด้วย

2. Fuji-XA3

กล้องมิลเลอร์เลส FUJIFILM X-A3 มาพร้อมดีไซน์แบบเรโทรที่เป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มเจเนอเรชั่นใหม่ๆ เพราะดีไซน์แบบเรโทรให้ความรู้สึก “แตกต่าง” และ “ทันสมัย” ซึ่งเป็นที่นิยมของสาวๆ เป็นอย่างมากด้วยยอดขายที่ถล่มทลายมองไปทางไหนก็เห็นแต่สาวๆ ใช้รุ่นนี้กันทั้งนั้น

3. FUJIFILM X-A2

ถ้าไม่พูดถึงนี่ไม่ได้จริงๆ เรียกได้ว่าขึ้นหิ้งเป็นตัวท็อปไปแล้วสำหรับรุ่นนี้ เพราะในตลาดกล้องของประเทศไทยรุ่นนี้สามารถทำยอดขายถล่มทลาย ขึ้นเป็นอันดับ 1 คนมีชื่อเสียงก็นิยมใช้กันเยอะ เช่น เน็ตไอดอลชื่อดังอย่างพิมฐา, แป้งโกะ ในส่วนของการทำงาน ตัวนี้มาพร้อมเซนเซอร์รับภาพความละเอียด 16.3 megapixel หน้าตาของกล้องก็ดูดีสไตล์เรโทรและเป็นรุ่นแรกของฟูจิที่จอสามารถพับได้ เหมาะมากสำหรับการถ่ายภายตัวเอง ไฟล์รูปที่ได้ผิวสวยนวล อมชมพู ถูกใจขา Selfie อีกทั้งยัง Built- In Wifi แชร์รูปเข้ามือถือได้ทันที และมีฟังก์ชั่นโหมดสีแบบฟิล์ม (Film Simulation) ที่ปรับสีภาพให้ดูเหมือนถ่ายจากฟิล์มเก่ายุคคลาสสิคของฟูจิ ได้รูปที่สวยแปลกตา ไม่ซ้ำใครแน่นอน

4. Olympus OM-D E-M10

OM-D E-M10 กล้องมิเรอร์เลสระบบ Micro 4/3 ของ Olympus เน้นงานออกแบบที่ดูสวยคลาสสิกในสไตล์เรโทร เก็บภาพได้คมชัดด้วยความละเอียด 16.1 ล้านพิกเซล พร้อมใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบ Live MOS ช่วยให้ได้ภาพที่สวยสมจริงสุด ๆ สามารถเก็บภาพต่อเนื่องได้ 5 ภาพต่อวินาที แถมมีตัวกันภาพสั่นไหวแบบ 3 แกนด้วย มี Wi-Fi บิวท์อินไว้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

5. SONY A5100

ถ่ายภาพด้วยโฟกัสเหลือเชื่อ ระบบ Fast Hybrid AF ที่มี 179 จุด ผนวกกับโฟกัสแบบสัมผัสง่ายๆ ช่วยให้ภาพของคุณสวยเนียนระดับมืออาชีพ หรือเข้าใจง่ายๆ เลยก็คือโฟกัสรวดเร็ว เชื่อมต่อ Wi-Fi และอัพโหลดรูปลงได้เลยสะดวกรวดเร็วจริงๆ

6. Olympus EPL-7

กล้องตัวนี้เป็นเซนเซอร์ CMOS ขนาด Four Thirds ความละเอียด 16.1 ล้านพิกเซลมีกันสั่น 3 แกนช่วยให้ภาพสั่นไหวน้อยลง วัสดุส่วนใหญ่เป็นพลาสติกคุณภาพสูงทำลวดลายให้คล้ายหนัง ผสมกับอะลูมิเนียม ขนาดค่อนข้างเล็กมาก น้ำหนักเบา พกพาง่าย จับกระชับมือ ดีไซน์สวยงามผสมผสานระหว่างความวินเทจและโมเดิร์นได้ลงตัว มีระบบกันสั่น 3 แกนช่วยให้ภาพสั่นไหวน้อยลง หน้าจอทัชสกรีนได้ สามารถสั่งงานต่างๆเช่น เเตะเลือกจุดโฟกัส ปรับตั้งค่ากล้อง เลื่อนดูรูป หรือกดชัตเตอร์ได้ง่ายๆ อีกจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Olympus EPL7 แตกต่างจากรุ่นอื่นๆในตลาด คือหน้าจอของรุ่นนี้ จอพับเซลฟี่ลงไปด้านล่าง

7. Olympus OM-D E-M5 Mark II

OM-D E-M10 กล้องมิเรอร์เลสระบบ Micro 4/3 ของ Olympus เน้นงานออกแบบที่ดูสวยคลาสสิกในสไตล์เรโทร เก็บภาพได้คมชัดด้วยความละเอียด 16.1 ล้านพิกเซล พร้อมใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบ Live MOS ช่วยให้ได้ภาพที่สวยสมจริงสุด ๆ สามารถเก็บภาพต่อเนื่องได้ 5 ภาพต่อวินาที แถมมีตัวกันภาพสั่นไหวแบบ 3 แกนด้วย มี Wi-Fi บิวท์อินไว้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

8. Panasonic GX8

สเปคจัดเต็มด้วยเซนเซอร์ Micro 4/3 ความละเอียด 20.3 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่นในตัวกล้อง ระบบออโต้โฟกัส 49 จุด ให้ภาพคุณภาพสูงระดับมืออาชีพ สามารถถ่ายวิดิโอคมชัดแบบ 4K ได้ ที่สำคัญตัวนี้มาพร้อมจอแบบทัชสกรีนที่หมุนอิสระ บิดพับได้หลายองศา จะหันมาด้านหน้าเพื่อถ่ายรูป Selfie ก็มีโหมดภาพ Soft Skin สำหรับแต่งหน้าเนียน ฟรุ้งฟริ้ง หรือบีบหน้าให้พร้อมเพรียวก็ทำได้ มีช่องมองภาพ หรือ วิวไฟน์เดอร์แบบอิเล็คทรอนิก ที่ยกตัวขึ้นด้านบนแบบพับได้ (Tilting) เหมาะมากๆกับคนที่ชอบถ่ายภาพแนวสตรีทหรือท่องเที่ยว บอดี้กล้องทนทาน สวยงาม กันละอองน้ำและฝุ่น รองรับ Wi-Fi และ NFC ในการเชื่อมตัวกับสมาร์ทโฟน

9. Canon EOS M3

รุ่นนี้การออกแบบเน้นความเรียบง่ายในการใช้งาน ปุ่มไม่เยอะ ควบคุมการทำงานต่างๆผ่านหน้าจอทัชสกรีนที่พับได้ 180 องศา สะดวกต่อการถ่ายภาพ Selfie มาพร้อมจำนวนพิกเซลสูงสุด 24.2 ล้านพิกเซล มี Flash ในตัว และมีช่อง Hotshoe สำหรับใส่อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมได้ เช่น ช่องมองภาพ ( Viewfinder) ตัวนี้ขนาดถือว่าเล็กมาก น้ำหนักเบา พกพาง่าย ใส่กระเป๋าได้สบายๆ มี Grip ยื่นออกมาให้จับถนัดมือ รองรับการเชื่อมตัวแบบ Wi-Fi และ NFC เช่นกัน

10. Canon EOS M10

ตัวนี้ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวกดีไซน์เรียบเท่แบบมินิมอล น้ำหนักเบาเพียง 301 กรัม มีเคสกล้องให้เลือกใช้สีสันสดใส หน้าจอขนาด 3 นิ้วแบบ touchscreen ที่ตอบสนองต่อการใช้งานดีมาก สามารถพับได้เพื่อการถ่าย Selfie ซึ่งมีฟังก์ชั่นสนับสนุนที่น่าใช้งาน เช่น ปรับความเนียนของผิว ที่ทำได้ถึง 3 ระดับ , เพิ่มความสว่างใสให้ใบหน้า รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ NFC

สาวๆ สายเซลฟี่ใครชอบตัวไหน ฟังชั้นก์แบบไหน ก็ลองไปเลือกไปซื้อไปจับจองกันดูนะคะ

วิธีการเลือกกล้องเว็บแคมสำหรับ PC

เว็บแคม (Webcam) หรือ ชื่อเต็ม ๆ ว่า เว็บแคเมรา (Web Camera) เป็นกล้องที่สามารถบันทึกวีดีโอ และส่งสัญญาณภาพไปให้กับกับคอมพิวเตอร์ PC ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารแบบเห็นหน้า ถือว่าเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับคอมพิวเตอร์ PC แบบตั้งโต๊ะ ที่เชื่อว่าหลาย ๆ คน จำเป็นต้องซื้อแยกต่างหากกันเกือบทุกคน หากถามว่าทำไมจะต้องซื้อ? เพราะว่าคอมพิวเตอร์ PC นั้นไม่ได้มีกล้องติดตั้งมาให้ในตัวเหมือน Notebook หรือ Laptop รวมถึง Macbook ด้วย แต่อันที่จริงแล้วนั้น กล้องใน Notebook หรือ Macbook ก็ไม่ได้มีความคมชัดมากมายหนัก เพียงแค่พอใช้งานได้เท่านั้น ยิ่งถ้าหน้าจอบางเท่าไหร่ คุณภาพความละเอียดของกล้องก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น ด้วยปัญหานี้จึงทำให้ผู้ที่ใช้งาน Notebook เอง ก็มักจะซื้อ Webcam มาใช้เป็น Option เสริมกันอยู่บ่อย ๆ เช่นกัน

กล้องเว็บแคม Logitech c922 รูปภาพจาก logitech.com

อย่างที่บอกไปแล้วว่า Webcam นั้นไม่เพียงแต่มีความคมชัดในเรื่องของความละเอียด และสีที่สดใส แต่ส่วนใหญ่มักจะยังมีโหมดทำงานตอนกลางคืนด้วยระบบอินฟราเรด ที่ให้ภาพออกมาเนียนสวย ซึ่งมาพร้อมกับหลอดไฟ เพื่อเพิ่มความสว่าง หรือไมโครโฟนในตัว ที่จะช่วยให้คุณภาพเสียงของคุณดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟังก์อื่น ๆ อีกมากมาย ที่ขึ้นอยู่กับการผลิตของแต่ละแบรนด์ อาทิเช่น  ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนในตัว, ปรับตั้งค่าแสงเองอัตโนมัติ, หมุนปรับโฟกัสที่หน้าเลนส์ได้, ไม่จำเป็นต้องติดตั้งไดร์เวอร์ เป็นต้น ซึ่งจะขึ้นอยู่กับ Software ของแต่ละแบรนด์

กล้องเว็บแคมสำหรับ สตรีมเมอร์เกม

สำหรับใครที่เป็นสายสตรีมเมอร์หรือจะเป็นนักแคสเกมก็ได้ อย่างสตรีมเมอร์นั้นเป็นอาชีพที่เกมเมอร์ทั้งหลาย จะเล่นเกมและทำการถ่ายทอดสด (Live) ไปด้วย โดยผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Twitch.tv, NimoTV, Facebook Live และ Youtube ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเกมส์จากสมาร์ทโฟน หรือ เกมจากคอมพิวเตอร์ ก็สามารถทำการสตรีมได้ทั้งนั้น ซึ่งมีอุปกรณ์ที่สำคัญหลัก ๆ คอมพิวเตอร์, หน้าจอแสดงผลเมาส์คีย์บอร์ด, ไมโครโฟน, หูฟังแบบครอบหู และอื่น ๆ หากเป็นเกมสมาร์ทโฟนก็จะใช้จอยเกมมือถือเสริมเพิ่มตามความต้องการเกมส์นั้น ๆ รวมถึงตัวเอกอย่าง กล้องเว็บแคม (Webcam) ที่จะคอยถ่ายทอดสดผู้เล่นได้รับชม

การเลือกซื้อกล้องเว็บแคม (Webcam) ที่ดีที่สุด

กล้องเว็บแคม (Webcam) มีอยู่มากมายหลายรุ่นในท้องตลาด ตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท ทำให้หลาย ๆ คนไม่รู้ว่าจะเลือกรุ่นไหนดี ซึ่งกล้องเว็บแคมในปัจจุบันไม่ได้ใช้เพื่อวีดีโอคอลเพียงอย่างเดียวแล้ว โดยมันสามารถทำอย่างอื่นได้อีกหลากหลาย ดังนั้นเราจะมาแนะนำวิธีการเลือกกล้องเว็บแคม เพื่อให้ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด

1. การใช้งาน

คุณต้องการนำไปใช้งานในด้านไหน เช่น วิดีโอคอลติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ๆ , การไลฟ์สดขายของ หรือใช้ในการสตรีมเกม หากคุณใช้วิดีโอคอลเพียงอย่างเดียวก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อกล้องที่มีราคาสูงจนเกินไป เนื่องจากไม่มีความจำเป็นในการใช้งานมากนัก แต่หากใช้ในการสตรีมเกมเป็นหลัก คุณจำเป็นที่จะต้องเลือกเฟรมเรทสูง ๆ เพราะจะทำให้ภาพของคุณลื่นไหลขณะถ่ายทอดสด

2. เฟรมเรต (Frame rate)

อัตราเฟรมหมายถึงความเร็วในการแสดงผลภาพต่อวินาที มีหน่วยเป็น Frame per second (FPS) ยิ่งมีเฟรมเรตสูงมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ภาพของคุณลื่นไหลมากเท่านั้น โดยที่นิยมใช้กันในปัจจุบันจะอยู่ที่ 30 FPS

3. เลือกตามชนิดของเซ็นเซอร์

แน่นอนว่ากล้องเว็บแคมนั้นก็มีชนิดของเซ็นเซอร์ให้เลือก โดยหลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ 2 ชนิด นั่นคือเซ็นเซอร์ CCD และเซ็นเซอร์ CMOS ซึ่งมีข้อดีข้อเสียต่างกัน

โดยเซ็นเซอร์ CCD ย่อมาจาก Charge Coupled Device ที่ทําหน้าที่รับแสงอย่างเดียว ที่จะแปลงค่าสัญญาณอนาล็อก (แสง) ให้เป็นสัญญาณดิจิตอล สำหรับ CMOS ย่อมาจาก Complementary Metal Oxide Semiconductor มีหน้าที่รับแสงเช่นกัน แต่จะทำการแปลงสัญญาณจากตัวเซ็นเซอร์เลย ดังนั้นสัญญาณที่ออกจาก CMOS จึงเป็นสัญญาณดิจิตอล ทำให้มีการทำงานรวดเร็วมากกว่า CCD แต่ CCD จะมีความเอียดของแสงและคมชัดมากกว่า และมีสัญญาณรบกวนภาพน้อยกว่า เพราะทำหน้าที่เพียงรับแสงอย่างเดียวไม่ต้องแปลงค่าสัญญาณใด ๆ

โดยรวมแล้ว CCD มีคุณภาพภาพด้าน Output นั้นจะดีกว่า แต่ CMOS นั้นก็ทำงานได้ดีและประหยัดพลังงาน ทั้งยังรวดเร็วกว่าจึงส่งผลทำให้มีอายุการใช้งานยาวกว่า CCD หากถามว่าจะเลือกเซ็นเซอร์แบบไหนดี ? สำหรับคนที่เล่นกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดสูง ๆ แนะนำเซ็นเซอร์ CCD แต่สำหรับคนที่ต้องการการทำงานแบบเร็วรวดแนะนำเซ็นเซอร์ CMOS ซึ่งก็ถือว่ายังให้ความคมชัดในระดับคุณภาพดีเช่นกัน

3. การเชื่อมต่อ

การเชื่อมต่อของกล้อง Webcam นั้นก็มีความสำคัญ บางคนใช้คอมพิวเตอร์รุ่นที่ต่างกัน ก็จะทำให้ USB Port อาจจะมีเวอร์ชั่นที่ต่างกันด้วย ซึ่งจะมีตั้งแต่เวอร์ชัน USB 1.1, เวอร์ชัน USB 2.0, เวอร์ชัน USB 3.0 และเวอร์ชัน USB 3.1 ซึ่งแต่ละเวอร์ชัน นั้นก็จะมีความเร็วในการส่งข้อมูลที่ต่างกัน ยิ่งเวอร์ชั่นที่ออกมาหลัง ๆ ความเร็วในการส่งข้อมูลก็ยิ่งสูงขึ้นเร็วขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นโปรดตรวจสอบ USB Port ของคุณก่อนซื้อกล้อง Webcam ด้วยว่ารองรับกันหรือไม่ วิธีการแยกพอร์ต USB ในคอมพิวเตอร์ การเลือกใช้เวอร์ชันพอร์ตของ USB ให้ตรงตามที่ออกแบบมาจะช่วยให้อุปกรณ์นั้น ๆ ทำงานได้รวดเร็วตรงตามที่ระบุไว้ ถามว่าคนละเวอร์ชันสามารถใช้ร่วมกันได้ไหม? ก็สามารถใช้ร่วมกันได้ แต่จะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และบางครั้งอุปกรณ์บางตัวก็ใช้ร่วมกันไม่ได้จริง ๆ ดังนั้นเลือกใช้ให้ตรงตามเวอร์ชันจะเป็นการดีที่สุด

การเชื่อมต่อ USB Port

หรือคุณอาจจะมองหากล้อง Webcam ที่มีการเชื่อมต่อแบบไร้สาย โดยใช้สัญญาณ WiFi ในการเชื่อมต่อแทน Port ต่าง ๆ นี่ถือว่าเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบต่สาย USB ให้วุ่นวาย

4. โหมดกลางคืน หรือ Night โหมด

โหมดกลางคืนก็เป็นอีหหนึ่งเรื่องที่ผู้ซื้อกล้องอเว็บแคมจะต้องพิจารณา เพราะหากกล้องเว็บแคมของคุณไม่มีโหมดกลางคืน ภาพที่ออกมาก็จะไม่มืดจนไม่มองไม่เห็นอะไรเลย โหมดกลางคืนจะทำหน้าที่ปรับภาพให้สว่างขึ้นโดยที่ไม่ต้องใช้หลอดไฟที่มาพร้อมกล้อง จะเห็นได้ว่ากล้องบางตัวก็ไม่มีหลอดไฟติดมารอบกล้อง เพราะกล้องพวกนี้มักจะมีระบบอินฟราเรดมาอยู่แล้ว ระบบอินฟราเรดนั้นจะช่วยให้กล้องทำงานในที่แสงน้อยได้ดี

5. ไมโครโฟน

ไมโครโฟนเป็น Option เสริมที่แถมมาพร้อมกล้อง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วกล้องเว็บแคมจะมีไมโครโฟนติดมาด้วยตลอด เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานที่สุด ไม่ต้องไปหาซื้อไมโครโฟนเสริมให้วุ่นวาย

6. ฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ

ในส่วนนี้หมายถึง โหมดต่าง ๆ เช่น โหมดโฟกัสอัตโนมัติ กำหนดระยะชัดของภาพได้ ปรับแสงอัตโนมิติ ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และอื่น ๆ โดยฟังก์ชันของกล้องเว็บแคมเหล่านี้ คือตัวช่วยที่ทำให้ภาพของคุณมีความคมชัด และคุณภาพที่ดีมากขึ้น แม้อยู่ในที่แสงน้อยก็ตาม รวมถึงคุณภาพของไมโครโฟนด้วยเช่นกัน

7. งบประมาณ

แน่นอนว่ากล้องเว็บแคม (Webcam) ที่มีราคาสูง ๆ ย่อมมีคุณภาพดีกว่า ทั้งภาพ เสียง และคุณภาพด้านฟังก์ชั่นต่าง ๆ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับคุณว่ามีงบประมาณมากน้อยแค่ไหน แต่หากคุณต้องการนำไปสตรีมเกมโดยเฉพาะเราแนะนำให้ซื้อกล้องเว็บแคมที่มีราคาสูง ๆ ไปเลยจะดีกว่า เพราะมันจะทำให้การสตรีมของคุณลื่นไหล คมชัด ไม่มีทางสะดุดเลย

เว็บแคม (Web Cam) คืออะไร

Web Cam ชื่อเต็มๆ คือ Web Camera หมายถึงกล้องถ่ายรูป วีดีโอที่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ บางคนอาจเรียก Web Cam ว่า Video Camera โดยปกติแล้ว คอมพิวเตอร์ notebook รุ่นใหม่ๆ จะมีกล้องติดมาให้ด้วยเลย ทำให้ไม่จำเป็นต้องซื้อ Web Cam มาเพิ่มเติม

Web Cam ทำอะไรได้บ้าง

หลักๆ ของการใช้งานเว็บแคมก็คือ การ chat ทาง MSN, Skype เพื่อให้สามารถเห็นหน้าตาได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นที่นิยมใช้กันมากสำหรับการประยุกต์ไปใช้งานอย่างอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน เช่น ใช้เป็นกล้องถ่ายรูป หรือ จะใช้สำหรับการทำเป็นกล้อง CCTV ก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน

ประเภทของ Web Cam

ราคาของเว็บแคม มีตั้งราคาหลักร้อยขึ้นไป ทั้งนี้ ถ้าต้องการคุณภาพสูงก็คงต้องเลือกกันที่ตัวเซ็นเซอร์ ซึ่งทั่วไปจะมี 2 แบบคือ แบบ CCD และแบบ CMOS (CMOS เป็นที่นิยมกว่า CCD) อย่างไรก็ตาม ความละเอียดของภาพที่ได้ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คุณภาพ และราคาแตกต่างกันออกไป

ส่วนเรื่องการเชื่อมต่อ ถ้าเป็นการติดตั้งแบบภายนอก (สำหรับ notebook ที่ไม่มีเว็บแคมหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ) ส่วนใหญ่ก็นิยมเชื่อมต่อผ่าน USB พอร์ต ซึ่งถือว่าสะดวก และดีที่สุดในปัจจุบัน