Slider

เทคโนโลยีระบบกล้องวงจรปิด 2019

เทคโนโลยีระบบกล้องวงจรปิด 2019

1.Analog : มีความคมชัดต่ำที่สุด หลักการคือ จะส่งสัญญาณภาพในระบบอนาล็อค แบบสัญญาณ AV ของ TV ดังนั้นกล้องระบบนี้จะสามารถต่อเข้าเข้า TV ช่อง AV ได้ทันที จุดเด่นของระบบอนาล็อค
ราคาถูก เนื่องจากตัวกล้องมีหน้าที่แค่ส่งภาพไปเท่านั้นไม่มีระบบประมวลผลอะไร สามารถส่งสัญญาณได้ไกลสูงสุด 2km(ใช้สาย RG11 เกรดสูง) ยิ่งไกลภาพจะยิ่งมีริ้วมากแต่ก็จะมีภาพอยู่ สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ขยายสัญญาณได้แต่ ก็ยังเป็นริ้วอยู่ดี ส่งสัญญาณในรูปแบบ มาตรฐาน PAL และ NTSC เท่านั้น ดังนั้น สามารถใช้ร่วมกันหลายยี่ห้อได้ ขอแค่ เป็นมาตรฐานเดียวกันเท่านั้น
จุดด้อยของระบบอนาล็อค เนื่องจากระบบอนาล็อคมีจุดอ่อนเรื่อง สัญญาณรบกวน เพราะระบบนี้จะไม่มีความสามารถถอดสัญญาณรบกวนออกจากภาพได้ ความละเอียดของภาพจะมีหน่วยเป็น เส้นทีวี(TVL) โดยสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 1000TVL แต่ถึงแม้ว่าจะมีค่า TVL สูงแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายจะติดอยู่ที่ความละเอียดในการบันทึก เพราะเครื่องบันทึก จะบันทึกได้สูงสุดที่ประมาณ 0.55 Mpixel เท่านั้น(ถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่า ได้แค่ 0.1 Mpixel เท่านั้น)

ปัจจุบันแทบทุกผู้ผลิตเลิกผลิตระบบนี้แล้ว แต่จะผลิตกล้องที่สามารถสวิตช์กลับไปเป็นระบบอนาล็อคได้ โดยราคาจะสูงกว่าปกตินิดหน่อย เอาไว้สำหรับไปเปลี่ยนกล้องที่เสีย โดยใช้กับเครื่องบันทึกอนาล็อคเดิม เพราะเครื่องบันทึกแต่ละระบบ จะบันทึกได้แต่ระบบของมันเองเท่านั้น(ยกเว้นเครื่องบันทึกรุ่นพิเศษที่ผลิตมารองรับหลายระบบ แต่ก็จะแพงกว่าที่บันทึกระบบเดียวอยู่ดี แถมยังไม่ค่อยเสถียรภาพเท่าไหร่ เลือกที่ตรงระบบไปเลยถูกและดีกว่า)

2.AHD : เป็นกล้องที่ส่งสัญญาณในรูปแบบระบบอนาล็อคเช่นกัน แต่แตกต่างจากระบบอนาล็อคตรงที่ไม่ได้ส่งมาในรูปแบบมาตรฐาน ดังนั้นกล้องระบบนี้จึงไม่สามารถต่อเข้ากับจอ ในช่อง สัญญาณ AV ได้ โดยระบบนี้ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพราะ รูปแบบการส่งสัญญาณแบบเดิม มีปัญหาเรื่องค่ามาตรฐานในการส่งสัญญาณตามหน่วยงานมาตฐานโลก ซึ่งมันจะทำให้ไม่สามารถส่งสัญญาณความละเอียดสูงๆ ได้ ดังนั้นถ้าจะได้ภาพที่ความละเอียดสูง จึงต้องเปลี่ยนรูปแบบการส่งสัญญาณ แต่ยังคงเป็นการส่งแบบอนาล็อคเช่นเดิม ยกตัวอย่างเปรียบเทียบ เช่น ทางหน่วยงานกำหนดมาตฐานไว้ว่าให้ทำการส่งภาพได้สูงสุด25ภาพต่อวินาที แต่จริงๆแล้ว เราสามารถส่งภาพได้ถึง60ภาพต่อวินาที ถ้าเราจะส่งภาพสูงเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนด เราก็ต้องออกไปต้้งมาตรฐานใหม่เอง เป็นต้น ดังนั้น AHD จึงมีข้อเด่น และข้อด้อยเหมือนกับระบบอนาล็อค

จุดเด่นของระบบ AHD
ราคาถูก เนื่องจากตัวกล้องมีหน้าที่แค่ส่งภาพไปเท่านั้นไม่มีระบบประมวลผลอะไร ส่งสัญญาณได้ไกล ไม่เกิน 500m (มีสัญญาณรบกวน) เหมาะกับงานติดตั้งตามบ้านและออฟฟิตขนาดเล็ก เดินสายไม่เกิน 100m

จุดด้อยของระบบ AHD
มีสัญญาณรบกวนได้ ในกรณีเดินสายไกลๆ เป็นสินค้าที่เน้นราคา ดังนั้นรุ่นที่เป็น Hight Spec. จะมีน้อยหรือไม่ค่อยมี ในการเดินสายไกลเกิน 100m ต้องระวังเรื่องสัญญาณรบกวน

3.HDCVI : เป็นกล้องที่ส่งสัญญาณกึ่ง ดิจิตอล แตกต่างจะรบอนาล็อค คือ ในระบบดิจิตอล จะมีการส่งสัญญาณแค่ 2สถานะ คือ 0 กับ 1 สมมุติ เราให้ 1 แทนไฟบวก(1โวล) และ 0แทนไม่มีไฟ(0โวล) ดังนั้น เวลาส่งสัญญาณไปปลายทาง สมมุติ ปลายทางจับสัญญาณได้แค่ 0.6โวล มันก็จะรู้ว่า นี่คือ 1(และทำการปรับเป็น 1โวล ตามเดิม) ดังนั้นในระบบ ดิจิตอลนั้น จะได้ภาพที่แทบไม่มีสัญญาณรบกวนเลย เพราะระบบนี้ กู้สัญญาณคืนมาเป็นปกติได้

จุดเด่นของระบบ HDCVI
กล้องความละเอียด 1Mpixel จะส่งสัญญาณภาพผ่านสายได้ไกลสูงสุดประมาณ 500-800m ตามคุณภาพสายและสัญญาณรบกวน กล้องความละเอียด 2Mpixel จะส่งได้ไม่เกิน 300-500m แก้สัญญาณรบกวนออกจากภาพได้ ด้วยเทคนิคของระบบดิจิตอล ใช้สาย Coaxial(RG 75 ohm) ดังนั้นในกรณีที่มีระบบอนาล็อคเดิมอยู่แล้วสามารถเปลี่ยนกล้องและเครื่องบันทึกได้โดยไม่ต้องเดินสายใหม่ ใช้สายเดิมได้เลย ใช้สายเส้นเดียว สามารถรับได้ทั้งภาพ เสียง(กล้องที่มีไมล์ในตัว) ควบคุมกล้องได้(กล้องที่สั่งส่ายได้ ซูมได้ อย่างกล้องสปีดโดม หรือกล้องซูม) และเข้าเมนูกล้องได้(กล้องที่มี OSD menu เข้าไปปรับค่าต่างๆในกล้องได้ เช่น โหมดย้อนแสง โหมดสี โหมดอินฟาเรด เป็นต้น)

จุดด้อยของระบบ HDCVI
ถ้ามีสัญญาณรบกวนมากหรือเดินสายไกลเกินไป มันจะไม่มีภาพขึ้นเลย ราคาแพงกว่าระบบ AHD นิดหน่อยแต่ถูกกว่าระบบ IP-Camera ค่อนข้างมาก ระบบนี้ ผู้คิดค้น คือ บ.Dahua ทำขึ้นมาเพื่อแก้ไขจุดอ่อนของระบบ กล้อง IP-Camera (เรื่องระยะสาย และราคากล้อง) ดังนั้นถ้าจะใช้ระบบ HDCVI ควรเลือกใช้ ยี่ห้อ Dahua จะดีที่สุด เพราะ เขาคิดเทคโนโลยีนี้เอง

4.HDTVI : เป็นกล้องที่ส่งสัญญาณกึ่ง ดิจิตอล แบบ HDCVI แต่เนื่องจาก เทคโนโลยี HDCVI เป็นเทคโนโลยี ที่ ทาง Dahua ได้คิดค้นขึ้นและจดลิขสิทธิ์ไว้ ทำให้ผู้ผลิตจ้าวอื่น ถ้าจะใช้เทคโนโลยีนี้ ก็ต้องขอซื้อลิขสิทธิ์จากทาง Dahua แต่ มันไม่ง่ายอย่างนั้นเพราะ ผู้ผลิตบางจ้าวก็เป็นจ้าวตลาดเช่นกันการจะไปขอใช้เทคโนโลยี ของคู่แข่ง ดูจะเสียฟอร์ม เลยรวมตัวกันตั้ง มารตฐาน HDTVI ขึ้นมา เป็นมารตฐานของตัวเองใช้ร่วมๆกัน หลายค่าย หลักการโดยรวม ก็เหมือนกับ HDCVI

จุดเด่นของระบบ HDTVI
มีผู้ผลิตหลายจ้าว มีจำหน่ายหลากหลายรูปแบบ มีข้อดีของระบบดิจิตอล แบบเดียวกับของ HDCVI

จุดด้อยของระบบ HDTVI
เป็นเทคโนโลยีที่ผู้พัฒนา มีหลายจ้าวทำให้อาจมีทิศทางสับสนเล็กน้อย อารมณ์เหมือนกับ บ.แอปเปิลผลิต ระบบปฏิบัติการ IOS ขึ้นมาใช้เองสำหรับเครื่องของตัวเอง(เปรียบเหมือนDahua ใช้ระบบ HDCVI) และ บ.กูลเกิล ผลิตระบบปฏิบัติการ Android ขึ้นมาให้หลายๆ คนใช้(เหมือนกับ ระบบ HDTVI ต่างกันนิดนึงตรงที่ HDTVI ไม่ได้มีผู้พัฒนาอย่างเป็นทางการจ้าวเดียวแบบ กูเกิล แต่มีหลายคนพัฒนาร่วมกันโดยพยายาม ทำออกมากลางๆ ให้ใช้ร่วมกันได้) ดังนั้น ระบบ HDTVI จะมีซอฟแวร์ในการดูบนมือถือค่อนข้างหลากหลายรูปแบบ ตามแต่ละยี่ห้อ ทำให้ผู้ที่เลือกใช้ระบบนี้ควร สอบถามผู้ขายและทดลองใช้ซอฟแวร์สำหรับการดูบนมือให้เรียบร้อยเสียก่อน ชอบแบบไหนก็เลือกกันได้ตามอัธยาศัย

5IP-Camera : เป็นกล้องที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล และมีระบบประมวลผลภาพภายในตัว ดังนั้น กล้องแบบนี้ จึงสามารถบันทึกภาพในตัว หรือ สามารถดูภาพได้โดยไม่ต้องมีเครื่องบันทึกภาพ แต่ราคาของกล้องจะค่อนข้างแพงกว่าทุกระบบ เนื่องจากมีระบบประมวลผลภาพในตัวจึงทำให้กล้องสามารถแฮ้งได้ ที่ความร้อนสูง(คือไม่ทนความร้อนนั่นแหละ) ระบบนี้จะมีมาตฐานรองรับคือ มาตรฐาน Onvif เป็นมาตรฐานกลาง ไม่เหมือน (AHD HDCVI HDTVI ที่ยังไม่เป็นมาตฐานกลาง) ทำให้สามารถใช้สินค้าผสมผสานกันได้ ข้ามยี่ห้อ เช่น กล้อง 10ตัว คนละยี่ห้อ เครื่องบันทึกคนละยี่ห้อ แต่ทุกตัว มีมาตฐาน Onvif ก็จะทำงานร่วมกันได้

จุดเด่นของระบบ IP-Camera
ความคมชัดของภาพสูงสุด มากกว่า 10Mpixel และยังพัฒนากันขึ้นไปอีก มีระบบประมวลผลภาพภายในตัวเอง สามารถดูภาพได้โดยไม่ต้องมีเครื่องบันทึก(ดูผ่านคอมพิวเตอร์หรือมือถือ) การเพิ่มเติมกล้องเข้าไปในระบบ ไม่ต้องเดินสายใหม่ มาเข้าที่เครื่องบันทึก(เดินสายเข้ากับอุปกรณ์ SW-Hub ใกล้ๆได้เลย) ภาพจะไม่มีสัญญาณรบกวนเลย เพราะเทคโนโลยีของระบบดิจิตอล ดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว มีระบบ POE(มีบางรุ่น) จ่ายไฟในสาย UTP ได้เลยไม่ต้องเดินสายไฟ (แต่ก็ต้องใช้ SW-Hub ที่รองรับระบบ POE หรือใช้ NVR(เครื่องบันทึกกล้องIP-Camera)ที่มีระบบ POE ในตัวก็ได้ ) สามารถเลือกใช้ Software ในการบันทึกได้ (Software ที่จำหน่ายจะมีฟังชั่นค่อนข้างเยอะมาก เช่น ระบบนับคน ระบบแจ้งเตือนข้ามสาขา เป็นต้น) มีอนาคตชัดเจนที่สุด เพราะใช้รูปแบบการรับส่งข้อมูลแบบเดียวกับอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค มาตรฐาน ดังนั้นจะไม่มีปัญหาเรื่องเทคโนโลยีเลิกพัฒนา(เสียก็ไม่มีสินค้าจำหน่าย ต้องโละทั้งระบบ เหมือนระบบ HD-SDI ที่ดับไปแล้ว)

จุดด้อยของระบบ IP-Camera
ตัวกล้องจะมีราคาแพงกว่าทุกระบบ เครื่องบันทึกจะแพงกว่าทุกระบบ ยิ่งภาพชัดก็จะยิ่งต้องใช้ HDD ในการบันทึกมากขึ้นด้วย ใช้สายแลน UTP หรือสาย Fiber Optic ในการเดินสาย (ราคาสายจะสูงกว่าสาย RG) ข้อจำกัดในการเดินสายแลนคือ 100เมตร ถ้าไกลกว่านั้นต้องใช้ SW-Hub หรือระบบไฟเบอร์ออปติค ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบระบบ (คำนวณค่าแบนด์วิด ในการเลือกใช้ SW การเลือกใช้ Server และข้อจำกัดของสาย) กล้อง IP-Camera บางยี่ห้อ ไม่ผลิต NVR(เครื่องบันทึกIP-Camera) ต้องทำการซื้อซอฟแวร์และ ราคาซอฟแวร์ ค่อนข้างแพงมาก (เฉพาะค่าซอฟแวร์ อาจมากกว่า 3000฿ ต่อ 1กล้อง) ถึงแม้จะมี มาตรฐาน Onvif แต่การใช้งาน กล้องและเครื่องบันทึก ข้ามยี่ห้อ ก็ยังทำงานได้ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ เช่น ไม่สามารถใช้เครื่องบันทึก Log in เข้าไปในกล้องเพื่อตั้งค่าความละเอียด หรือตั้งค่าต่างๆได้ ต้องใช้ คอมพิวเตอร์ ตั้งค่ากล้องแต่ละตัวก่อน เป็นต้น