Slider

Blog

กล้อง FUJIFILM X100V

Fujifilm โดดเด่นด้านการดีไซน์กล้องเเบบคลาสสิค เก็บรายละเอียดเเละความรู้สึกของผู้ใช้งาน เพื่อปรับปรุงการทำงานทั้งด้านการดีไซน์เเลฟังก์ชั่นการใช้งาน ทั้งยังมีฟีเจอร์รองรับการถ่ายภาพให้สวยเเบบฟิล์มเพื่อผู้ใช้ที่ยังคงหลงไหลความคลาสสิคมู้ดและโทนแบบฟิล์มด้วย 

กล้องคอมเเพ็ค Fujifilm X100V ตัวบอดี้การดีไซน์ฟังก์ชั่นต่างๆ ก็โดดเด่นและพิถีพิถัน  กล้องดีไซน์หล่อ เก๋าเเบบเรโทร เเต่มีการพัฒนาเรื่องเซ็นเซอร์ชิพประมวลผล X-Trans CMOS 4 sensor และ X-Processor 4 ให้ความละเอียด 26 ล้านพิกเซล ให้ภาพคุณภาพสูง คมชัด เก็บรายละเอียดเเสงสีจุดมืดจุดสว่าง

ระบบกล้องตอบสนองเร็ว ระบบออโต้โฟกัส face/eye detection ทำงานได้อย่างเเม่นยำถึงเเม้จะอยูในที่เเสงน้อย (-5EV) ถ้าใครอยากได้กล้องดีโฟกัสเร็ว ตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีเลย

กล้อง CANON EOS M50 MARK II

กล้อง Canon EOS M50 Mark II เป็นรุ่นใหม่ที่พัฒนามาจากรุ่นยอดนิยมอย่าง Canon EOS M50 โดยยังคงมีความเป็นขนาดเล็ก หน้าจอพับ พกพาสะดวก ความละเอียดภาพอยู่ที่ 24 ล้านพิกเซล วิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K

ระบบออโต้โฟกัสทำงานเร็ว Eye Detection AF เเม่นยำ จับโฟกัสได้เเม้ตัวเเบบจะอยู่ไกล เคลื่อนไหวเร็วก็ตาม ทั้งยังมีระบบจัดการกับเเสง Auto Lighting Optimizer ที่จะดูเเละจัดการเรื่องเเสงให้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งนอกจากจะได้ความคมชัดในทุกรายละเอียดเเล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยลดการเกิด noise และ grain ในภาพถ่ายอีกด้วย

ชิพประมวลผล Digic 8 image processor ซึ่งจะให้ความละเอียดในด้านสีสัน เเสง จุดมืดจุดสว่างที่ชัดเจน ภาพสวยคมชัดสีสันสวยงามสมจริง จึงเป็นกล้องที่เหมาะสำหรับการพกพาได้ในทุกวัน เก็บภาพ เเละบันทึกเรื่องราวความประทับใจได้ทุกเวลาที่ต้องการ

กล้อง Sony Camera Alpha A6000

ถ้าเราอยากได้กล้องดีสักตัว เราแนะนำเลยสำหรับเจ่าตัว Sony Camera Alpha A6000กล้องถ่ายรูปอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ เพราะผลิตจากแบรนด์ Sony ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพกล้องทั้งความคมชัดและฟังก์ชันการใช้งานที่มีประโยชน์ และยังเป็นแบรนด์ที่มีอุปกรณ์เสริมสำหรับกล้องถ่ายรูปทุกประเภท ตั้งแต่กล้องถ่ายรูป Mirrorless ไปจนถึงกล้อง

Dash Cam ที่เป็นกล้องรถมอเตอร์ไซค์ Sony a6000 มีความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซล ทำงานด้วยเซ็นเซอร์  APS-C Exmor APS HD CMOS และระบบประมวลภาพ BIONZ X บนจอ LCD ขนาด 3 นิ้วที่สามารถปรับขึ้นลงได้ ความละเอียดในการถ่ายวิดีโอ Full HD 1080i และถ่ายภาพได้รวดเร็วด้วยโฟกัสอัตโนมัติ คุณสามารถใช้งานไวไฟในตัวได้ สำหรับการเชื่อมต่อที่สะดวกสบาย มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีขาว สีดำ และสีเงิน

คุณสมบัติพิเศษ:

  • มีความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซลและวิดีโอ Full HD 1080i
  • ระบบประมวลภาพ BIONZ X
  • ถ่ายภาพได้รวดเร็วด้วยโฟกัสอัตโนมัติ

กล้อง 2021 CANON EOS R6

Canon EOS R6 เพิ่งเปิดตัวไปเดือนกรกฎาคม 2020 นี้เอง เป็นกล้องที่ Canon ตั้งใจจะให้เป็นกล้อง Mirrorless ระดับกลางที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์ เหมาะสำหรับการใช้งานเพื่อถ่ายภาพท่องเที่ยว ใช้งานส่วนตัวหรือจะรับงานเป็นเเบบธุรกิจ ถ่ายภาพหรืองานวิดีโอก็ทำได้ 

ด้วยประสิทธิภาพของกล้องที่มีเซนเซอร์ Full Frame ความละเอียด 20 MP บันทึกวิดีโอความละเอียด 4K มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกนในตัวกล้องมีระบบออโต้ที่มีความรวดเร็ว แม่นยำทั้งการถ่ายภาพ และการถ่ายวีดิโอ 

ความสามารถในการถ่ายภาพในที่เเสงน้อยก็ค่อนข้างจะโดดเด่นเช่นกัน เพราะกล้อง EOS R6 มีช่วง ISO ตั้งแต่ 100 – 102,400 และโฟกัสได้ในที่แสงน้อยถึงระดับ EV-6.5  โดยกล้องสามารถจับโฟกัสได้ในที่แสงน้อยหรือเกือบมืดสนิทในขณะที่เเทบจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

เรื่องสีผิวเเละสีสันของ Canon ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะสีผิวของ Canon เป็นที่รู้กันดีว่าผิวสวยเนียน เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ Portrait ทั้งยังมีชิพประมวลผลรุ่นใหม่ DIGIC X นอกจากจะประมวลผลเร็วเเล้วยังทำให้สีอิ่มสวยสมจริงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

การเลือกซื้อ กล้องฟิล์ม ให้เหมาะกับความต้องการ

ต้องยอมเลยว่า กล้องฟิล์ม นั้นกลับมาฮิตอีกรอบและ ปัจจุบันก็มีอยู่มากมายหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็จะเหมาะกับผู้ใช้ในระดับต่าง ๆ ความยาก-ง่าย ความซับซ้อน ในการใช้งานก็จะต่างกัน หากคุณเป็นมือใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลยแล้วอยู่ ๆ มาจับกล้องฟิล์มระดับสูงเลยความยาก มันอาจจะเป็นการทำให้ตัวคุณเองรู้สึกท้อและอาจทำให้คุณไม่อยากจับกล้องฟิล์มอีกเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีเรามาเริ่มจากพื้นฐานกันก่อนดีกว่าครับ ราคาไม่แพงแถมใช้งานง่าย และต่อไปนี้ก็เป็นคำแนะนำดี ๆ ให้คุณใช้เลือกกล้องฟิล์มที่มันเหมาะกับคุณ

1. รูปแบบของกล้อง

กล้องฟิล์ม สามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภทมากครับ ขึ้นอยู่ว่าเราจะใช้เกณฑ์อะไรในการแบ่ง ซึ่งมันมีรายละเอียดเยอะมาก ๆ แต่สำหรับมือใหม่ เราแนะนำเป็นกล้องฟิล์มประเภทที่เน้นใช้งานง่าย ๆ และราคาไม่แพงก่อนดีกว่าครับ อย่างที่เราได้บอกไป หากเราเทียบกับกล้องในปัจจุบัน กล้องฟิล์มจะมีความยากลำบากกว่ามาก และต้องใช้เวลากว่าที่จะได้ภาพมา นอกจากนี้คุณยังต้องลุ้นอีกว่าภาพของคุณจะออกมาสวยหรือไม่ ดังนั้นมันอาจทำให้มือใหม่ผิดหวังได้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นกล้องฟิล์มที่เราเลือกมาจะเป็นพวก กล้อง Point & Shoot ครับ ซึ่งจะใช้งานง่าย เห็นอะไรสวย ๆ ก็หยิบขึ้นมาถ่ายได้เลยทันที ไม่ต้องตั้งค่าอะไรให้มันวุ่นวาย เหมาะสำหรับมือใหม่ครับ ซึ่งกล้องแบบนี้ก็จะมีหลายระดับอีกเช่นกัน เราขอหยิบยกมา 3 ประเภท หลัก ๆ ดังนี้

1.1 กล้องใช้แล้วทิ้ง :

กล้องแบบนี้จะเหมาะกับคนที่อยากจะลองเล่นกล้องฟิล์มครับ ซึ่งมันมีราคาไม่สูงมาก ส่วนใหญ่มาพร้อมฟิล์มในตัว คุณสามารถนำไปใช้ถ่ายภาพได้เลย ซึ่งตัวกล้องค่อนข้างบอบบาง เป็นพลาสติกทั้งหมด ตามชื่อเลยครับถูกออกแบบมาให้ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย แต่ก็มีเทคนิคที่ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนฟิล์มเข้าไปใหม่เองได้ ซึ่งก็ต้องทำการศึกษาวิธีให้ละเอียดก่อนเปลี่ยนครับ

1.2 กล้องทอย :

ก็จะเหมือนกับกล้องใช้แล้วทิ้งนั้นแหละครับ แต่มันถูกออกแบบมาให้เปลี่ยนฟิล์มได้และมีดีไซน์ที่สวยงามขึ้น ดูไม่เปราะบางเท่ากับกล้องใช้แล้วทิ้งครับ ราคาก็จะสูงขึ้นมาเล็กน้อย

1.3 กล้องคอมแพค :

เป็นกล้องฟิล์มที่เน้นใช้งานง่ายเหมือนกัน แต่จะมีดีไซน์ที่สวยงามกว่ากล้องใช้แล้วทิ้งครับ อาจจะมีระบบออโต้ต่าง ๆ เพิ่มเข้ามาด้วย เพื่อให้คุณได้ภาพที่สวยงามมากขึ้น แต่แน่นอนราคาก็จะสูงขึ้นด้วยครับ

2. ความสามารถของกล้องที่คุณต้องรู้จัก 

กล้องทุก ๆ ประเภทมีค่าที่สำคัญอยู่ 3 ค่า เป็นค่าที่ใช้ในการควบคุมค่าแสงของภาพซึ่งสามารถส่งผลต่อภาพถ่ายของคุณได้โดยตรง นั่นคือ รูรับแสง (Aperture), ความไวแสง (ISO) และความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed) ถ้าหากคุณอยากเล่นกล้องฟิล์มคุณต้องรู้จักทั้ง 3 ค่า นี้ก่อนครับ

2.1 รูรับแสง (Aperture) :

ทำหน้าที่ในการควบคุมปริมาณแสงที่จะผ่านเข้าไปในกล้อง โดยปกติแล้วจะแสดงค่าด้วยต่อย่อ อาทิเช่น f/1.4, f/2, ….., f/11 เป็นต้น ให้คุณจำแบบง่าย ๆ ถ้าหาก ตัวเลขน้อย เท่ากับ รูรับแสงกว้าง แสงก็จะผ่านเข้ามาได้มาก ทำให้ภาพที่มีความสว่าง แต่ถ้า ตัวเลขมาก เท่ากับ รูรับแสงแคบ ภาพก็จะรับแสงได้น้อยลง ทำให้ภาพมืด เราจะสังเกตได้ว่ากล้องในปัจจุบันมีค่ารูรับแสงที่น้อยมาก ๆ ถ่ายยังไงก็สวย

2.2 ความไวแสง (ISO) :

เป็นค่าของความไวแสงครับ จะส่งผลต่อแสงในภาพ ในกล้องปัจจุบันเราสามารถปรับค่านี้ได้ที่ตัวกล้องเลย แต่สำหรับกล้องฟิล์ม ความไวแสง จะอยู่ที่ตัวฟิล์มครับ หากฟิล์มมี ISO 100 จะเหมาะกับการถ่ายกลางแจ้งเท่านั้น แต่ถ้าหาก ISO สูงขึ้นมา 200 ถึง 400 ก็จะเหมาะกับการใช้งานทั่ว ๆ ไป ถ่ายได้ทั้งแดดจัดและแสงน้อยครับ

2.3 ความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed) :

เป็นค่าความเร็วของการเปิดชัตเตอร์ครับ ยิ่งมีการเปิดไว้นานเท่าไหร่  มันก็จะยิ่งทำให้รับแสงและการขยับของวัตถุได้มากขึ้นเท่านั้นครับ หากนึกภาพไม่ออกให้คุณลองกระพริบตาแบบเร็ว ๆ ดูครับ คุณจะเห็นว่า สิ่งคุณมองเห็นจะ รวดเร็ว คมชัด และมีแสงเข้ามาได้น้อย แต่ถ้าคุณลอง ค่อย ๆ หลับตา และลืมตาขึ้น คุณจะเห็นสิ่งที่คุณมองอยู่ได้นานขึ้น รับแสงได้มากขึ้น และรับการเคลือนไหวได้ สำหรับกล้องฟิล์มส่วนใหญ่จะมีเวลาของการเปิดชัตเตอร์น้อย เนื่องจากในสมัยก่อน ทุกคนจะเน้นไปที่ความคมชัดครับ ซึ่งตัวย่อ คือ 1/125s หรือ 1 ส่วน 125 วินาที มันหมายความว่า ยิ่งสปีดชัตเตอร์มากขึ้น เวลาของการเปิดชัตเตอร์ก็จะยิ่งน้อยลง และหากเปิดชัตเตอร์น้อยลง ภาพก็จะคมชัดมากขึ้นนั่นเองครับ

คุณสามารถใช้ทั้งสามค่านี้มาเป็นปัจจัยในการเลือกกล้องฟิล์ม และฟิล์มของคุณได้ครับ สามารถพิจารณาตามการใช้งานได้เลย สำหรับกล้องฟิล์ม ค่าความไวแสง (ISO) จะอยู่ที่ฟิล์มที่คุณเลือกใช้ซึ่งคุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์

3. ระยะโฟกัส

ระยะโฟกัส คือ ระยะที่กล้องสามารถโฟกัสได้ครับ สำหรับกล้องใช้แล้วทิ้ง กล้องทอย คุณจะต้องกะระยะเอาเอง ไม่มีตัวช่วยใด ๆ ดังนั้นในการใช้งานคุณจะต้องอยู่ห่างจากตัวแบบตามระยะที่กล้องรุ่นนั้น ๆ สามารถโฟกัสได้ เช่น 1 เมตรขึ้นไป หากใกล้กว่านั้นตัวแบบก็จะเบลอ แต่ถ้าเป็นกล้องคอมแพคก็จะง่ายขึ้นหน่อย เนื่องจากในช่องมองภาพ จะมีจุดโฟกัสเอาไว้คอยเตือน หากภาพที่คุณกำลังจะถ่ายยังไม่โฟกัส ซึ่งช่วยลดภาพเสียได้เป็นอย่างดี

4. ดีไซน์การออกแบบ

สำหรับดีไซน์ของตัวกล้อง มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณชื่นชอบแบบไหน ? เราไม่สามารถบอกได้ว่า อันไหนสวย หรืออันไหนไม่สวย ซึ่งคุณต้องตัดสินใจเอาเองครับ แต่เราอยากให้คุณพิจารณาถึงขนาดของตัวกล้องด้วย เพื่อให้คุณสามารถพกพาได้สะดวกมากยิ่งขึ้นครับ

หลังจากที่คุณอ่านมาถึงส่วนนี้ หากคุณเข้าใจพื้นฐานของกล้องฟิล์ม คุณก็สามารถเลือกซื้อกล้องฟิล์มได้แล้วครับ สำหรับปัจจัยต่าง ๆ เมื่อนำมาประกอบกับความต้องการของคุณ ก็จะทำให้คุณเจอกล้องที่เหมาะกับคุณได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะไปเน้นใช้งานกลางแจ้ง หรือเน้นใช้งานในที่มืด หากเลือกกล้องได้เหมาะสม ภาพก็จะออกมาสวยตามที่คุณต้องการครับ และนี่ก็จะกล้องฟิล์มที่เราได้คัดเลือกมา จะมีรุ่นไหน ? ราคาเท่าไหร่บ้าง ? ไปดูกันเลยครับ

ทำความรู้จัก เซนเซอร์กล้อง

เซนเซอร์ เป็นชิ้นส่วนของฮาร์ดแวร์ซึ่งอยู่ภายในกล้อง เป็นการนำเซลล์ไวแสงหลายล้านชิ้นมารวมกัน ซึ่งเรียกว่า โฟโต้ไซด์ (Photosites) แต่เราจะคุ้นหูกับคำว่า พิกเซล (Pixel) นั่นเองค่ะ โดย เซนเซอร์ จะทำหน้าที่รับแสงและแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อส่งผลไปเก็บในการ์ดหน่วยความจำ ยิ่งกล้องของคุณ มีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ภาพถ่ายของคุณ ก็จะมีคุณภาพของภาพที่ดีขึ้นมากเท่านั้น นั่นก็เป็นเพราะว่า เซนเซอร์ที่มีขนาดใหญ่โฟโต้ไซด์ที่อยู่ภายในจะใหญ่ขึ้นด้วย ทำให้มันมีความไวต่อแสงมากขึ้น มีความคมชัด สามารถเก็บรายละเอียดมากกว่า ซึ่งก็แน่นอนค่ะราคาก็จะสูงขึ้นเป็นเงาเลยทีเดียว

ในปัจจุบัน มีการใช้งานเซนเซอร์อยู่หลายขนาด อาทิเช่น Medium Format, Full Frame, APS-H, APS-C, Micro Four Thirds และ 1″ เป็นต้น ซึ่งใน Mirrorless Camera และ DSLR Camera ก็จะมีเซนเซอร์มากมายที่นิยมใช้กัน แต่อันที่เหมาะสำหรับมือใหม่เราขอแนะนำให้ใช้เพียง APS-C และ Micro Four Thirds ก็พอค่ะ เนื่องจากมีราคาไม่สูงมาก

กล้องถ่ายวิวสวย FUJIFILM X-A10

กล้อง FUJIFILM X-A10 สำหรับรุ่นนี้เป็น กล้องที่มาพร้อมเลนส์ขนาดเซนเซอร์ 23.6 มิลลิเมตร เลือกปรับค่า ISO ได้สูงสุดถึง 25,600 และโฟกัสการถ่ายได้สูงสุดถึง 49 จุดในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้รองรับการถ่ายภาพในทุกสภาพแสงได้อย่างลงตัว

โดยจุดเด่นของกล้องถ่ายภาพรุ่นนี้ คือ การเป็น กล้อง Mirrorless ที่สามารถใช้ถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยน้ำเบาและดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาให้จับถือได้สะดวก รวมไปถึงยังพลิกหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานหน้าจอทัชสกรีนในการเซลฟี่ได้ถึง 180 องศาอีกด้วย

และด้วยความง่ายในการใช้งานฟังก์ชันและการปรับค่าต่าง ๆ ทำให้ถึงแม้จะเป็นมือใหม่ ก็จะสามารถเรียนรู้และใช้งานคล่องได้ในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนี้ยังควบคุมการสั่งการตัวเครื่องได้ง่ายผ่านอินเตอร์เฟส ที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัว จึงเรียกได้ว่า กล้องถ่ายรูป รุ่นนี้ เป็นกล้องที่ถูกออกแบบมาสำหรับมือใหม่ อย่างแท้จริง และน่าจะถูกใจคนที่กำลังมองหากล้องสายเซลฟี่เป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ

กล้องวิดีโอเว็บแคม Logitech C920 Pro HD

มาในยุคที่เราบ้างคนต้องทำงานที่บ้านกันมาขึ้น เพราะการระบาดของไวรัสโควิด – 19 ที่แพร่ระบาดกันได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายมาก และทุกวันนี้การแพร่ระบาดการกลายพันธุ์ก็เริ่มพัฒนาไปเรื่อยๆแล้ว ดังนั้นการที่เราต้องทำงานที่บ้านและมีการประชุมโดยผ่านกล้อง กล้องวิดีโอเว็บแคม นั้นถือว่าสำคัญมาก วันนี้เรามีตัวกล้อง Logitech C920 Pro HD ที่อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองกัน

กล้องสำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นต่อมาเป็นกล้องขนาดเล็ก ที่มีความโดดเด่นอยู่ในเรื่องของการพกพา ซึ่งทำได้ง่ายเพียงติดไว้กับตัวแล็ปท็อป โดยรองรับการใช้งานร่วมกันได้กับระบบปฏิบัติการของตัวอุปกรณ์มากมาย ตั้งแต่ Windows 7, Windows 8, Windows 10, macOS 10.10, Chrome OS ไปจนถึง Android ตั้งแต่เวอร์ชัน 5.0 เป็นต้นไป มาพร้อมระบบโฟกัสแบบอัตโนมัติ ที่ช่วยให้คุณใช้งานกล้องตัวดังกล่าวได้ง่าย รวมไปถึงยังเพิ่มคุณภาพในการสื่อสารได้ดีมากยิ่งขึ้นจากไมโครโฟนระบบเสียงเสตอริโอ ที่ถูกติดตั้งมาให้ด้านในของตัวเครื่องด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ด้วยการทำงานของระบบปรับแสงแบบอัตโนมัติ ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณใช้งานได้แม้ในสถานที่ที่มีแสงน้อย อีกทั้งด้วยการประมวลผลภาพที่ยอดเยี่ยมเมื่อใช้งานร่วมกันกับตัวเครื่อง ยังเป็นผลให้ตัวอุปกรณ์ใช้งานได้อย่างลงตัวกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ มากมาย เช่น Skype, Google Hangouts หรือแม้แต่ Facetime บนเครื่อง macbook อีกด้วยครับ

กล้องเว็บแคม Oker HD-629

สำหรับยี่ห้อ Oker HD-629 เป็นกล้องเว็บแคมความละเอียด Full HD หรือ 1,080P ที่ใช้งานร่วมกันกับคอมพิวเตอร์ PC และแล็ปท็อปได้หลากหลายรุ่น ผ่านการเชื่อมต่อตัวอุปกรณ์จากพอร์ต USB 2.0 ด้วยจำนวนพิกเซลในการถ่ายที่ 2 ล้านเมกะพิกเซล ที่ใช้งานเซ็นเซอร์ในการถ่ายเป็นแบบ CMOS ซึ่งช่วยให้คุณสามารถสนทนาทางออนไลน์ ทั้งการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่การประชุมได้อย่างลื่นไหล

โดยในด้านของดีไซน์การออกแบบ เรียกได้ว่าค่อนข้างมีความแปลกใหม่ แต่ยังคงความสวยงามไปได้ในเวลาเดียวกัน รวมไปถึงจากการออกแบบให้สามารถตั้งบนโต๊ะและติดกับหน้าจอของ PC และแล็ปท็อปได้ ยังเป็นสิ่งที่ทำให้คุณจัดวางตัวเครื่องได้ตามความต้องการอีกด้วย ที่สำคัญเพื่อการสนทนาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รุ่นนี้ยังมีการใส่ไมโครโฟนขนาดเล็กมาให้ภายในตัวเครื่อง ส่งผลให้คุณพูดคุยผ่านกล้องตัวนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องต่ออุปกรณ์เพิ่มเติมเลยแม้แต่ชิ้นเดียวครับ

กล้องเว็บแคม Logitech Brio 4K Ultra HD

กล้องแว็บแคม ดีไซน์สุดทันสมัย ที่รองรับการบันทึกวิดีโอและการสนทนาออนไลน์ผ่านทาง วิดีโอ สูงสุดในระดับ 4K ด้วยจำนวนเฟรมเรตในการถ่ายที่ 30 fps บนคอมพิวเตอร์ PC และ แล็ปท็อป ที่ใช้งานเวอร์ชันปฏิบัติการตั้งแต่ Windows 7 และ macOS 10.10 เป็นต้นไป ผ่านทางพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 และ USB 2.0 โดยที่รุ่นนี้นับเป็นหนึ่งในรุ่นของอุปกรณ์ดังกล่าว ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่มาความทันสมัยมากที่สุดในโลก

ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันการจดจำใบหน้าสำหรับการปลดล็อคการทำธุรกรรมอินไลน์ต่าง ๆ มุมมองในการใช้งานที่กว้างมากถึง 90 องศา ระบบ RightLight 3 ซึ่งช่วยปรับความสว่างและสภาวะแสงของภาพให้มีความสมดุลในระดับสูงสุด หรือแม้แต้การซูมแบบดิจิตอลเพื่อให้ปรับมุมมองในการถ่ายได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานด้านการสตรีมมิ่งเกมหรือสิ่งต่าง ๆ การบันทึกภาพความละเอียดระดับสูง ไปจนถึงการประชุมกับคู่ค้าธุรกิจแบบออนไลน์ ที่ต้องการความปลอดภัยในระดับสูงสุด กล้อง logitech ตัวนี้น่าจะเป็นหนึ่งในรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ในระดับสูงสุดแน่นอนครับ