Slider

Coolpo AI Huddle Pana กล้องเว็บแคม 360 องศาสุดอัจฉริยะ

Coolpo AI Huddle Pana กล้องเว็บแคม 360 องศาสุดอัจฉริยะ

กล้องเว็บแคม 360 องศา อาจไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ที่เราอาจจะว้าวมากนัก แต่ถ้าพูดถึงตัวกล้องแล้ว ในตอนนี้ยังคงมีตัวกล้องแบบ 360 องศาให้เราได้เลือกซื้อในตลาดอยู่เพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้น โดยกล้องเว็บแคม 360 องศา เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในฐานะกล้องสำหรับใช้ประชุมกับผู้คนผ่านทางไกลโดยเฉพาะ ตัวกล้องเว็บแคม 360 องศา ควรมี AI ระดับสูงติดมาด้วย เพื่อที่จะสามารถจับภาพคนที่กำลังพูดพร้อมปรับเสียงในที่ประชุมได้แบบทันที

Coolpo AI Huddle Pana  คือกล้องเว็บแคม 360 องศาสุดอัจฉริยะ

  • มีไมโครโฟนและลำโพงมาในตัว
  • ให้มุมมองแบบพาโนรามา 360 องศา มีมุมมองแนวนอน 360 °และแนวตั้ง 60 
  • ความสูงประมาณ 1 ฟุต
  • ไมโครโฟนมีทั้งหมด 4 ตัว 
  • สามารถรับเสียงได้ในระยะ 15 ฟุต สามารถถ่ายวิดีโอ HD 1,080P และ 720P ที่ 30 fps
  • มี AI ภายในตัว รองรับแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ทุกรูปแบบ
  • สามารถเปลี่ยนโฟกัสโดยอัตโนมัติไปที่ใครก็ตามที่กำลังพูดอยู่ได้
  • มีฟังก์ชันการแพน เอียง และซูม
  • สามารถส่งออกคลิป 4K ได้
  • ราคา 599.99  ดอลลาร์สหรัฐ

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline

เทคโนโลยีเกี่ยวกับ เว็บแคม (Webcam)

ความหมายของเว็บแคม (Webcam)

เว็บแคม (Webcam) หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Web Camera แต่ในบางครั้งก็มีคนเรียกว่า Video Camera หรือ Video Conference เป็นอุปกรณ์พุตที่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวของเราไปปรากฏในหน้าจอมอนิเตอร์ และสามารถส่งภาพเคลื่อนไหวนี้ผ่านระบบเครือข่ายเพื่อให้คนอีกฟากหนึ่งสามารถเห็นตัวเราเคลื่อนไหวได้เหมือนอยู่ต่อหน้า ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์อีกตัวหนึ่ง และเริ่มมีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ยี่ห้อกล้องเว็บแคมที่มีชื่อเสียงและใช้กันทั่วไป โดยที่เด่นที่สุดในตอนนี้ คือ กล้องเว็บแคมของ Logitech ซึ่งผลิตกล้องเว็บแคมออกมาในท้องตลาดมากที่สุด ทั้งเรื่องคุณภาพและความสวยงามก็จัดอยู่ในอันดับต้น ๆ
ชนิดของกล้องเว็บแคม (Webcam)

กล้องเว็บแคม (Webcam) แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ แบบมีสาย และแบบไร้สาย โดยแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันดังนี้

กล้องเว็บแคม (WebCamแบบมีสาย

จะมีความยุ่งยากในเรื่องการใช้สายต่อพ่วงเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่จะมีราคาถูกกว่าแบบไร้สายมาก ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมซื้อกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบมีสายมาใช้งาน 

ข้อเสีย ของกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบมีสาย คือ ทำให้ไม่สามารถวางตัวกล้องได้ไกลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้กล้องไม่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวในระยะไกล ๆ ได้เหมือนแบบไร้สาย

กล้องเว็บแคม (Webcamแบบไร้สาย จะมีราคาค่อนข้างแพงมากเมื่อเทียบกับแบบมีสาย เนื่องจากตัวกล้อง ต้องใช้เทคโนโลยีแบบไร้สายที่เรียกว่า Wireless WiFi หรือ IEEE 802.11 ที่ค่อนข้างมีต้นทุนสูง จึงส่งผลให้ตัวกล้องมีราคาแพงจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก

จุดเด่น ของกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบไร้สาย คือ สามารถนำไปติดตั้งที่จุดใดก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงระยะห่างระหว่างตัวกล้องกับคอมพิวเตอร์

ส่วนประกอบของกล้องเว็บแคม (Webcam)

โดยหลัก ๆ แล้ว การซื้อกล้องเว็บแคม (Webcam) มาใช้งาน จะเห็นว่ากล้องเว็บแคม (Webcam) ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญดังนี้ 

1.  เลนส์กล้อง  จะทำหน้าที่ในการจับภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่เคลื่อนไหวผ่านไปมาอยู่หน้ากล้องหรืออยู่ในตำแหน่งที่เลนส์กล้องสามารถมองเห็นภาพได้

2.  ตัวปรัระยะโฟกัส  จะทำหน้าที่ในการปรับโฟกัสของภาพเพื่อให้ภาพมีความชัดเจนมากขึ้น

3.  ฐานรองกล้อง  มีไว้สำหรับเป็นที่ตั้งของตัวกล้องซึ่งช่วยให้เราสามารถวางกล้องบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้สะดวก
ราคาของกล้องเว็บแคม (Webcam)

ราคา Webcam OKER  เริ่มต้นที่ 240 บาท ถึง 520 บาท (ตามรุ่น)

ราคา Webcam TECFON รุ่น  W-017  ราคา 240 บาท

ราคา Webcam MD-Tech เริ่มต้นที่ 390 บาท ถึง 440 บาท (ตามรุ่น)

ราคา Webcam Y-Tech เริ่มต้นที่ 250 บาท ถึง 290 บาท (ตามรุ่น)

ราคา Webcam Mstyle เริ่มต้นที่ 350 บาท (ตามรุ่น)

ราคา Webcam Microsoft Lifecam เริ่มต้นที่ 1,900 บาท (ตามรุ่น) 
ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้กล้องเว็บแคม (Webcam)

–  ทำให้การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตมีรสชาติมากขึ้น เนื่องจากสามารถพูดคุยแบบเห็นหน้าและการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของคู่สนทนาเหมือนกับอยู่ใกล้ชิดกัน

–  ประหยัดเวลาไม่ต้องเดินทางไปประชุมกับลูกค้าตามที่ต่าง ๆ เนื่องจากสามารถนำเอากล้องเว็บแคม (Webcam) มาดัดแปลงเป็นกล้อง Video Conference เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารแบบเห็นหน้ากับลูกค้าได้

–  ช่วยให้ปลอดภัยจากการเดินทางไปประชุมหรือไปสัมมนาตามสถานที่ต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลได้เป็นอย่างดี

–  นำไปประยุกต์ใช้เป็นชุดอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยคล้ายกับกล้องวงจรปิด สามารถใช้โปรแกรมที่ติดมากับกล้องเว็บแคม (Webcam) ทำหน้าที่คอยตรวจจับภาพเคลื่อนไหว แล้วทำการบันทึกจากตำแหน่งหรือจุดที่กำหนดไว้

–  ช่วยให้สามารถเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ จากกล้องเว็บแคม (Webcam) ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้คนทั่วโลกสามารถเข้ามารับชมได้

เทคโนโลยีเกี่ยวกับ เว็บแคม (Webcam)

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

“จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” คำนี้เป็นคำที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ทิ้งเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง คงสามารถเปรียบเทียบได้ว่า ความรู้คงไม่มีประโยชน์อะไรถ้าเราไม่เอาจินตนาการใส่เข้าไปในความรู้ เพื่อก้าวต่อไปในอนาคตนั่นเอง 

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
ภาพจากอดีตที่มองอนาคตปี 2012บทความเกี่ยวกับ Technology อื่นๆ

แม้แต่จินตนาการของนักคิดในอดีตได้มีการคาดคะเนโลกในเวลาปัจจุบันที่เราอยู่ก็มีการคาดเดาที่ถูกต้องอยู่ไม่น้อย หลายคนคงชอบจินตนาการเรื่องในอนาคตว่าโลกเราจะอยู่ในรูปแบบใด รถบินได้, การเที่ยวบนดาวอังคาร ไม่แน่ในอนาคตอันใกล้อาจจะเกิดขึ้นก็เป็นได้

ในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วมากทั้งเรื่อง AI, Cloud Computing, Robot ที่จะเข้ามาพลิกวิธีการใช้ชีวิตของคนมากพอสมควร มีแนวโน้มว่าในปี 2020 การสื่อสารระหว่างคนกับอุปกรณ์จะน้อยลง แต่อุปกรณ์จะทำงานก่อนที่เราจะสั่งงานและอุปกรณ์จะคอยช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันมีการผลักดันให้ขอบเขตการใช้งานของคนและอุปกรณ์ให้เกินกว่าจินตนาการของเราจะเกินคาดเดา โดยผ่านเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันทั่วโลกอย่างสมบูรณ์แบบ หรือการมาของดาวเทียม SpaceX ที่จะเปิดให้ใช้ Internet ได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องเสียบสาย หรือระบบ 5G ที่ทาง กสทช กำลังจะเปิดประมูลช่วงต้นปี 2020

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
แผนที่ของเส้นใยแก้วนำแสงใต้สมุทร

การเชื่อมต่อเข้ากันทั่วโลกด้วยเครือข่ายความเร็วสูง

จากใยแก้วนำแสงที่วางไว้ทั่วโลกอีกทั้งเครือข่าย 5G ที่จะกำลังจะเกิดขึ้นจะสร้างมาตรฐานในการเชื่อมต่อระหว่างทุกคนบนโลกหนึ่งพันล้านคนเข้าด้วยกัน แต่การเข้ามาของ 5G จะไม่เข้ามาแทนที่ระบบ 4G ทั้งหมดทั่วโลก แต่ที่แน่ๆ ใครจะใช้เครือข่าย 5G ได้ต้องเตรียมการเปลี่ยนอุปกรณ์ให้รองรับระบบ 5G ที่จะมีขึ้นในไม่ช้าแน่นอน นอกจากนี้ยังมีระบบอินเทอร์เน็ตของ SpaceX ที่พยายามเชื่อมต่อคนโดยผ่านระบบดาวเทียม ให้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในส่วนที่สายสัญญาณยังลากเข้าไปไม่ถึง ระบบดังกล่าวจะเปิดให้บริการในปีหน้าที่จะมาถึงนี้เอง (2020)

การก้าวกระโดดของ Smartphone

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

จอพับได้ (Folding Phones)

สมาชิกไทยแวร์หลายท่านคงเห็นรีวิว Smartphone พับจอได้ของโทรศัพท์ยี่ห้อหนึ่ง ดูจากข้อมูลแล้วเทรนด์นี้น่าจะไม่ได้รับการนิยมเพราะโทรศัพท์พับจอได้พังคามือคนรีวิวหลายท่านแต่ Smartphone ที่มีกระแสตอบรับดีกลับกลายเป็นโทรศัพท์ที่มีสองจอ และสามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันทั้งสองหน้าจอ

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
Standard battery vs Nanophosphate battery

นาโนแบตเตอรี่ (Nanobatteries)

แนวโน้มที่สำคัญอีกอย่างที่ส่งผลต่อโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คือ Nanobatteries ใช่ครับเอาวัสดุในการทำตัวสำรองไฟให้เล็กลง นั่นหมายความว่าในแบตขนาดเท่าเดิมเราสามารถใช้งานอุปกรณ์ได้นานขึ้น อึดขึ้น ทนขึ้น นอกจากอึดขึ้นแล้ว ตัวแบตเตอรี่นาโนยังใช้เวลาในการประจุไฟน้อยลงอย่างมากอีกด้วย

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
4G vs 5G

มือถือที่รองรับระบบ 5G

โทรศัพท์จะรองรับการดาวน์โหลดและอัปโหลดความเร็วสูง (10Gbps) อีกทั้งตัวเทคโนโลยีที่รองรับอุปกรณ์ที่เยอะขึ้น ความถี่ที่ครอบคลุมมากกว่า ด้วยโครงข่ายที่รวดเร็วขนาดนี้เราจะได้เห็นความสามารถของโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้น หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกเยอะแยะแน่นอน รวมทั้งอุปกรณ์ IoT ที่คุยกันระหว่างอุปกรณ์ ทั้งการควบคุมรถระยะไกล (ความหน่วงน้อยมาก) ดูหนัง 4K หรือ 8K ในโทรศัพท์ เมื่อการเชื่อมต่อความเร็วสูงเข้ามาการทำงานก็สามารถเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้แม้แต่กระทั่งที่บ้านตัวเอง มีหลายบริษัทพยายามทำระบบ Work at Home และจะเป็นขั้นตอนต่อไปในการทำงานในอนาคต มีงานวิจัยระบุว่าการทำงานที่บ้าน ช่วยเพิ่มคุณภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น แนวโน้มมาจากการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นมีจุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากทุกที่ ประหยัดเวลาในการเดินทาง, การเก็บข้อมูลที่รวดเร็วปลอดภัยจะที่ไหนก็ได้ จึงสามารถทำงานที่ไหนก็ได้เวลาไหนก็ได้

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
จอนูนขึ้นรองรับนิ้วเวลาใช้แป้นพิมพ์บนคีย์บอร์ด

จอที่นูนเวลาสัมผัสและเรียบตอนที่ไม่ใช้

คงเป็นที่ทราบกันดี เวลาเราใช้คีย์บอร์ด บนหน้าจอมือถือหรือแท็ปเล็ต ความรู้สึกเวลาพิมพ์คงไม่เหมือนเวลาเราใช้ คีย์บอร์ดจริง งานนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดไป เพราะ อนาคตหน้าจอจะมีปุ่มคีย์บอร์ด นูนขึ้นมาให้เราวางนิ้วเวลาที่ใช้เมื่อใช้เสร็จก็จะกลับไปเรียบตามเดิม คนที่คิดคีย์บอร์ดตัวนี้ออกมาสามารถพัฒนาให้ปุ่มที่นูนขึ้นมา กลายเป็นอักษรเบรลล์สำหรับคนตาบอดได้อีกด้วย ทางไทยแวร์ได้ทำบทความเจาะลึกเรื่องนี้ไว้ด้วยครับ >อ่านที่นี่<

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
Wi-Fi 802.11ax (Wi-Fi 6)

Wi-Fi 6 (802.11ax)

Wi-Fi 6 (802.11ax) จะเข้ามาเป็นมาตรฐานใหม่ของ โทรศัพท์รุ่นปี 2020 (ปลาย 2019 ก็เริ่มมีเข้ามาบางรุ่นแล้ว) โดย Wi-Fi 6 จะมีความเร็วกว่า Wi-Fi 5 40% มีการเข้ารหัสแบบใหม่ที่เชื่อมทั้งคลื่น 2.4 GHz และ 5 GHz ได้พร้อมกัน ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนได้น้อยลง ส่งผลให้ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 4.8Gbps มีฟังก์ชันที่ช่วยเปิด ปิด Wi-Fi ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่ (ตัดการเชื่อมต่อเวลาที่ไม่ใช้งาน) สามารถเฉลี่ยความเร็วให้อุปกรณ์อย่างแม่นยำ และสามารถรองรับอุปกรณ์ได้เยอะมากเมื่อใช้อุปกรณ์ IoT ทางไทยแวร์ได้ทำบทความแบบละเอียดไว้

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

Smartphone

ระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับมือถือในปีหน้า

มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่บอกได้ว่าการอุปกรณ์ที่จะเปิดตัวในปีหน้า จะมีการปรับเปลี่ยนตัวระบบปฏิบัติการอย่างแน่นอน ทั้งทางฝั่ง Android มีการบังคับให้ใช้ Android 10 ทั้งหมด หรือฝั่ง Apple ได้มีการวางแผนเปิดตัวมือถือใหม่อีก 4 รุ่น มีทั้งรุ่นที่รองรับระบบ 5G และรุ่นประหยัดที่ตัด 5G ออก การมาของรุ่นดังกล่าวต้องมีการเปิดตัวของ SiriOS แน่นอน  อีกทั้งบริษัท หัวเว่ย เปิดตัวระบบปฏิบัติการ ArkOS (บางแหล่งข่าวบอกว่าในประเทศจีน ใช้ชื่อว่า Hongmeng OS)

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
Smart Home

อุปกรณ์ Smart Home ของปี 2020

แนวโน้มจะมีการต้องการอุปกรณ์ Smart Home มากขึ้นการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ IoT จะมีความเร็วมากขึ้นและมีการนำ AI เข้ามาจัดการบริหาร มาดูทีละตัวกันครับ ว่าจะเป็นแนวทางไหน

เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ (Robotic Vacuum Cleaners)

เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะหรือบางคนเรียกว่า เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ เป็นเครื่องทำความสะอาดโดยชุดคำสั่งที่สามารถวิ่งไปดูดฝุ่นตามเส้นทางที่ตัวอุปกรณ์เรียนรู้เอง เมื่อแบตเตอรี่จะหมดอุปกรณ์จะเข้าไปชาร์จไฟด้วยตัวเอง อีกทั้งฆ่าเชื้อโรคที่อยู่บนพื้นด้วยแสง UV บางรุ่นสามารถสั่งงานได้ด้วยเสียงและสามารถนำ AI มาร่วมสั่งการผ่านผู้ให้บริการ บางรุ่นสามารถไต่กระจกหรือลงไปดูดฝุ่นในสระว่ายน้ำก็สามารถทำได้อีกด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ยอดขายทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

จากการสำรวจของ Fortune Business Insights พบว่าขนาดของตลาดเครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์ทั่วโลก มีขนาด 6.5 พันล้าน ในปี 2018 และอาจจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อัตราการเจริญเติบโตอยู่ที่ 25.3% (CAGR) ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผู้อยู่อาศัยต้องการประหยัดเวลาและพลังงานที่ใช้ โดยนอกจากความสามารถข้างต้น บางรุ่น มีการผสมเครื่องฟอกอากาศเข้าไปด้วยทำให้นอกจากดูดฝุ่นแล้วยังฟอกอากาศอีกด้วย ส่วนปัญหาที่ทำให้การเติบโตของยอดขาย คือพฤติกรรมของผู้บริโภคเอง ที่ยังต้องการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่สามารถใช้ในเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ และความทนทานของแบตเตอรี่ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเลือกซื้อ

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
ส่วนแบ่งการตลาดของเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ

โดยเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะแบ่งยอดขายตามชนิดได้ตามรูป (ส่วนแบ่งการตลาดของเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ) จะเห็นได้ว่า เครื่องดูดฝุ่นที่ดูดฝุ่นบนพื้นขายดีที่สุด ตามมาด้วยเครื่องดูดฝุ่นในสระ และตัวที่สามารถเช็ดกระจกตามลำดับ โดยถ้าแบ่งตามภูมิภาค จุดที่ขายดีที่สุดคือ เอเชียแปซิฟิกจะเป็นส่วนที่ครองตลาดเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะมากที่สุดในโลก 

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
ภูมิภาคที่ยอดขายเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะเยอะที่สุด

เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier)

หลายสถานที่บนโลกเกิดภาวะโลกร้อน ทำให้มลพิษในอากาศเกิดการสะสมบางพื้นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นสถานที่อุตสาหกรรมในเอเชีย, ไฟไหม้ป่าที่ฟิลิปปินส์ อีกทั้งสภาวการณ์ผันกลับของอุณหภูมิ (Temperature Inversion) ที่ชั้นความเย็นถูกกักอยู่ภายใต้ชั้นความร้อน กักกันให้ฝุ่นไม่สามารถลอยสูงได้ที่ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น และที่ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

จาก Mega Trend เรื่องมลพิษในอากาศ ส่งผลให้เกิดความต้องการเครื่องฟอกอากาศเพิ่มสูงขึ้น จากผลสำรวจ การเติบโตของตลาดเครื่องฟอกอากาศ เติบโตถึง 5.38% (CAGR) โดยการคาดการณ์คือปี 2020-2025

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

เทคโนโลยีของการกรองอากาศจะแบ่งได้หลายแบบ ทั้งยิงประจุไปในอากาศให้ฝุ่นหรือพิษตกลงพื้น ใช้แก๊สกรองสารพิษในอากาศ เครื่องกรองอากาศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Mechanical Filters ที่ใช้แผ่นกรองเพื่อกรองมลพิษในอากาศที่เป็น PM2.5 และ PM10 ได้ถึง 99.9% (ไส้กรองแบบ HEPA 0.3 ไมครอน) ลดกลิ่นในอากาศได้ดี แถมมีอายุการใช้งานนานที่สุด (ตัวเครื่อง) ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมซื้อเครื่องกรองอากาศชนิดนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่าทวีปเอเชียแปซิฟิกจะมีความต้องการเครื่องกรองอากาศมากที่สุด

นาฬิกาอัจฉริยะ (Smartwatch)

Smartwatch เป็นอุปกรณ์สำหรับสวมใส่ (Wearable) ลักษณะคล้ายนาฬิกาข้อมือมีเซนเซอร์ตรวจจับชีพจรวัดการเต้นของหัวใจ แม้มีการระบุว่าเซนเซอร์ดังกล่าวไม่สามารถใช้ในทางการแพทย์แต่จากการใช้งานจริงก็สามารถวัดได้ใกล้เคียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ เรียกว่าต่างกันนิดเดียว อุปกรณ์ตัวนี้มีบทบาทสำคัญในการทำให้คนรู้จักและใช้งานอุปกรณ์ IoT ข้อดีนอกจากสามารถทำงานได้ด้วยตัวเองแล้ว ก็ยังสามารถมีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น Smartphone เพื่อต่อยอดในการทำงานของ Smartwatch อีกด้วย

แนวโน้มของ Smartwatch จะไปในทิศทางการดูแลสุขภาพ และการส่งเสริมทางการแพทย์ นอกจากการดูแลรักษาสุขภาพผ่านการวัดคลื่นหัวใจตอนออกกำลังกาย คำนวณพลังงานที่เสียไป ตัวอุปกรณ์ยังสามารถ ส่งข้อมูลให้แพทย์เพื่อติดตามผลกระทบของการเปลี่ยนตัวยา ติดตามการหยุดหายใจระหว่างตอนหลับ ติดตามการฟื้นตัวของผู้ป่วยผ่าตัด หรือคอยดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจเพื่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

ยอดขายของ Smartwatch ทั่วโลกอยู่ที่ 43.87 ล้าน (USD) ที่ปี 2018 ตามการคาดการณ์ของ Mordor Intelligence ตลาดนี้จะเติบโตประมาณ 14.5% (CAGR) ในปี 2024 โดยภูมิภาคที่มีความต้องการมากที่สุดจะเป็นอเมริกาเหนือ โดยปัจจัยการเกิดของเทคโนโลยี Visual Sim จะช่วยสนับสนุนให้ Smartwatch มีความต้องการมากขึ้น นอกจากเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ปัญหาอีกเรื่องที่เกิดขึ้นคือ โรคอ้วนในประชากรภูมิภาคนี้ มีมากถึง 60% ทำให้ส่งผลให้มีแนวโน้มว่ามีความต้องการ Smartwatch จำนวนมากในอนาคตอันใกล้

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
หุ่นยนต์ชงชาไข่มุก

ปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าถึงได้ง่ายและหุ่นยนต์เข้ามาช่วยคนทำงาน

จะช้าไปไหมถ้าจะบอกว่า AI และ Robot มันอยู่รอบตัวเรามาสักพักแล้ว แต่ในอนาคตอันใกล้ AI และ หุ่นยนต์จะสามารถรู้อนาคตที่คิดแล้วทำก่อนที่คนเราจะสั่งงานเตรียมพร้อมให้คุณทุกอย่าง เทคโนโลยีนี้จะรู้จักตัวคุณได้ดีกว่าตัวคุณรู้จักตัวคุณเองด้วยซ้ำ ด้วยความสามารถที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก (Big Data)โดยการหาความสัมพันธ์ของข้อมูลเพื่อตอบในคำถามที่ยังไม่มาถึงจึงถูกใส่ลงไปในอุปกรณ์หลายรูปแบบที่อยู่ใกล้ตัวเรา ลองนึกถึงรถที่ไร้คนขับที่ในขณะที่ขับ ที่ระวังวัตถุรอบทิศทางตลอดเวลาและเรียนรู้พฤติกรรมผู้นั่งไปพร้อมกัน

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

AR & VR เข้ามาอยู่ในความเป็นจริง

โลกเสมือนจริงจะเข้ามาทับซ้อนโลกแห่งความเป็นจริง ฟังดูแล้วเหมือนกำลังดูหนังวิทยาศาสตร์สักเรื่องอยู่แต่จากข้อมูล Headset (แว่นตา VR) จะกลายเป็นของประจำบ้าน เพราะมียอดขายอุปกรณ์เหล่านี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าแว่นตา VR เหล่านี้ให้ประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้ จนมีผู้ผลิตหลายเจ้าประดิษฐ์อุปกรณ์เหล่านี้ออกมาขายอย่างมากมายใครยังไม่มีติดตัวไว้ รีบหามาใช้เลยครับ รับรองไม่ตกเทรนด์

Drone (อากาศยานบังคับ) จะเล็กลง

โดรนที่จะเข้ามาในปีหน้า จะมีขนาดเล็กลง กล้องที่ดีขึ้น แบตเตอรี่ที่เล็กลงแต่ใช้งานได้นานขึ้นในราคาที่ถูกลง โดยมีการพัฒนากล้องสำหรับโดรนออกมาโดยเฉพาะ เพื่อให้โดรนได้ปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้ใช้ ไม่ต้องมัดมือชกให้บังคับซื้อตามรุ่นที่วางขายอีกต่อไป

เทคโนโลยีที่อยู่กับธรรมชาติได้นานขึ้น (Go green)

หลังคาที่ดึงพลังงานจากแดดมาเป็นพลังงานไฟฟ้า, ระบบปลูกต้นไม้ในบ้านขนาดเล็ก, หลอดดูดน้ำที่นำกลับมาใช้ใหม่, ไฟทางเดินที่ไม่ต้องใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อ, เสื้อที่ไม่เลอะและทำความสะอาดตัวเองได้ การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นจุดขาย แต่จะกลายเป็น มาตรฐานใหม่ให้กับวงการเทคโนโลยี ในปี 2020 เราจะได้เห็นวัสดุที่แข็งแกร่งที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล อีกทั้งระบบที่ทำให้บ้านเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น

การปรับปรุงการออกแบบ

อุปกรณ์หลายอย่างในปัจจุบัน มีสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือแนวคิดในการออกแบบสินค้าด้านเทคโนโลยีอนาคตจะใช้ความต้องการของผู้ใช้เป็นที่ตั้ง เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานอย่างสูงสุด หลายบริษัทจะทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้มากขึ้น เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจผู้ใช้ เมื่อสินค้าโดนใจการระดมทุนเพื่อผลิตก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ในปี 2020 เราจะเห็นการออกแบบที่ล้ำหน้า แต่ตรงความต้องการขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น โดรน ที่ออกแบบมาให้ต้องพับเก็บแล้วกางออกตอนที่จะใช้งาน การออกแบบรูปแบบใหม่คือดึงออกจากฐานที่มีสายรัดตัวผู้ใช้ แล้วใช้งานได้เลย ไม่ต้องจับกางใบพัดให้เสียเวลา

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
wireless charger concept

การชาร์จแบบไร้สายในรุ่นถัดไป

ในปี 2020 เราจะเห็นการชาร์จแบบไร้สาย เป็นมาตรฐานในอุปกรณ์อย่างแท้จริงทั้งเร็วขึ้นใช้ได้นานขึ้น ปัจจุบันการชาร์จโดยสายเคเบิลจะใช้เวลา 30 นาทีได้ 50% ในระบบไร้สาย จะอยู่ที่ 4 ชั่วโมง ผู้พัฒนาจะพัฒนาระบบชาร์จแบบไร้สายให้ดีเท่าระบบชาร์จแบบมีสาย ในปีหน้านี้ถ้าระบบนี้ทำได้ระบบชาร์จแบบไร้สายจะเข้ามาเป็นมาตรฐานอย่างแน่นอน

การมาของเทคโนโลยีที่เรารอคอยในปีหน้าเราไม่สามารถฟันธงให้ชัดเจนทั้งหมด แต่ดูจากแนวโน้มยอดขายและพฤติกรรมของผู้บริโภคแล้วก็คาดคะเนได้ประมาณนี้ครับ แล้วคุณอยากให้มีอะไรเกิดขึ้นในปี 2020 นี้พิมพ์บอกเราสักนิดครับ

แนวโน้มเทคโนโลยีที่ต้องจับตามองในปี 2020

ในปีที่ผ่านมา เราได้เห็นถึงความตื่นตัวขององค์กรไทยในการนำ Disruptive Technologies เข้ามาใช้ในธุรกิจ เพื่อให้พร้อมรับมือกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเพื่อให้องค์กรพร้อมก้าวนำในคลื่นดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น

เหล่านี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะต่อจากนี้ เทคโนโลยี จะยิ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตและธุรกิจมากขึ้น โดยเทคโนโลยีที่ไอบีเอ็มคาดว่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในปี 2020 และปีต่อๆ ไป มีดังนี้

เพื่อนร่วมงานที่มีชื่อย่อว่า AI

– จากการศึกษาโดย MIT-IBM Watson AI Lab เมื่อไม่นานมานี้ เกี่ยวกับอนาคตของการทำงาน พบว่า AI จะเข้ามาช่วยเราทำงานประเภทที่ใช้ระบบอัตโนมัติ (automation) แทนได้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น การจัดตารางเวลา การจัดการเอกสารที่มีกระบวนการซ้ำๆ เป็นต้น แต่จะไม่ค่อยส่งผลกระทบต่องานที่ต้องใช้ทักษะของมนุษย์ อย่างการออกแบบที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ หรือการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ

– บุคลากรจะได้รับประโยชน์เพราะงานประเภทที่ช่วยเสริมการทำงานของโซลูชั่น AI จะทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ และให้ค่าตอบแทนสูงขึ้นด้วย 

-เทคโนโลยี AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร รวมถึงประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตในแง่มุมต่างๆ

เปิดรับระบบ Hybrid Cloud ที่ทั้งอิสระและยืดหยุ่น

-นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าไฮบริดคลาวด์จะมีโอกาสทางการตลาดสูงถึง 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และผู้มีอำนาจตัดสินใจด้าน IT เกือบ 80% มองถึงการนำระบบคลาวด์แบบไฮบริดมาใช้ในอนาคต

-เมื่อต้องใช้คลาวด์หลายระบบ องค์กรจะมองหาวิธีจัดการกับข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายสภาพแวดล้อมและความซับซ้อนที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบไฮบริดมัลติคลาวด์จะกลายเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อระบบคลาวด์สาธารณะในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดนั้น ได้รับการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถรองรับข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การปกป้องข้อมูล และการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับได้อย่างที่ธุรกิจต้องการ

-ไฮบริดคลาวด์จะใช้งานได้ดีก็ต่อเมื่อระบบนั้นใช้มาตรฐานแบบเปิด เพราะช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถสร้างแอปพลิเคชั่นเพียงครั้งเดียวแล้วนำไปใช้ได้ทุกที่ และนั่นก็คือเหตุผลที่ในปี 2019 ไอบีเอ็มเข้าซื้อกิจการของ Red Hat ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีไฮบริดคลาวด์ใช้มาตรฐานแบบเปิดชั้นนำของวงการ ด้วยมูลค่า 3.4 หมื่นล้านเหรียญ

ควอนตัมเดินหน้าสู่โลกแห่งการใช้งานจริง

-ในปี 2019 ไอบีเอ็มเร่งการพัฒนาควอนตัมคอมพิวติ้งมากยิ่งขึ้น โดยการเปิดศูนย์คอมพิวเตอร์ควอนตัมไอบีเอ็ม และเปิดตัวระบบควอนตัมมากถึง 14 ระบบ และหนึ่งในนั้นคือคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 53 คิวบิต ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นระบบ Universal Quantum ที่ใหญ่ที่สุดระบบเดียวที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าใช้งาน

-ในปี 2020 ควอนตัมจะไม่ใช่แค่เพียงทฤษฎีอีกต่อไป แต่จะเข้าสู่โลกของการทดลองและการใช้งานจริง เพราะคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีศักยภาพที่จะยกระดับการคาดการณ์ทางการเงินและการค้นพบองค์ประกอบทางเคมีให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาอื่นๆ อีกมากมายที่ยังคงซับซ้อนเกินไปสำหรับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

บล็อกเชนกลายเป็นเรื่องพื้นฐานในโลกธุรกิจ

-บล็อกเชนสามารถลดความซับซ้อนของระบบซัพพลายเชนด้านอาหาร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกที่แต่ละปีมีผู้คนถึง 50 ล้านคนต้องเจ็บป่วยจากอาหารปนเปื้อน ก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์สูงถึง 1.5 หมื่นล้านเหรียญต่อปี

-ในปี 2019 ไอบีเอ็มร่วมมือกับเมอส์กในการขยายโครงการที่พลิกโฉมธุรกิจซัพพลายเชนด้วยบล็อกเชน โดยปัจจุบันมีบริษัทชิปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก 5 จาก 6 ราย ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือระดับโลก 15 ราย หน่วยงานต่างๆ กว่า 100 แห่ง รวมถึงกรมศุลกากรจากไทยและหลายประเทศทั่วโลก เข้าร่วมอยู่บนแพลตฟอร์ม TradeLens นี้

-ในทศวรรษนี้ เราจะได้เห็นการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้ในแวดวงการดูแลสุขภาพ โดย ดร.ลอรา เอสเซอร์แมน ผู้อำนวยการของ UCSF Carol Franc Buck Breast Care Center กล่าวกับ FORTUNE ว่าบล็อกเชนสามารถลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนายารักษาโรคมะเร็งได้มาก อีกทั้งยังขับเคลื่อนให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในการรักษามะเร็งเต้านมด้วย เป้าหมายสูงสุดคือการลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนายารักษาโรคมะเร็งให้เหลือเพียง 500 ล้านเหรียญ โดยใช้เวลา 5 ปี หรือครึ่งหนึ่ง จากปัจจุบันที่ต้องใช้ระยะเวลา 10 ปีและเงินเกือบ 1 พันล้านเหรียญ

การประมวลผลกำลังจะย้ายไปสู่ Edge มากยิ่งขึ้น 

-ในทศวรรษหน้า Edge Computing จะแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ภาคโทรคมนาคมเริ่มให้บริการเทคโนโลยี 5G ซึ่งเป็นรูปแบบการสื่อสารแบบไร้สายความเร็วสูงความหน่วงต่ำ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของระบบประมวลผล Edge Computing ที่อยู่ใกล้กับแหล่งข้อมูลได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ คอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ขนาดกะทัดรัดที่มีประสิทธิภาพ ที่ตั้งอยู่บริเวณขอบของเครือข่าย ก็ช่วยให้สามารถนำพลังการประมวลผลไปไว้ในจุดที่เกิดประโยชน์สูงสุดได้อีกด้วย

-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป รถยนต์และยานยนต์ระบบไฟฟ้า เครื่องจักรโรงงาน รวมถึงอุปกรณ์ดิจิทัลอีกมากมายหลายประเภทที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ต่างก็มาพร้อมเซ็นเซอร์ที่เมื่อรวมกันแล้วทำให้เกิดข้อมูลปริมาณหลายเพทาไบต์ ปัจจุบันคาดว่ามีอุปกรณ์อัจฉริยะเหล่านี้อยู่แล้วประมาณ 1.5 หมื่นล้านเครื่องในบริเวณขอบนอกของเครือข่าย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 หมื่นล้านภายในปี 2022 ซึ่งสำหรับภาคธุรกิจแล้ว การมีอุปกรณ์บริเวณขอบเครือข่ายเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัวถือเป็นโอกาสอันดีในการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่สภาพการจราจร ไปจนถึงการตรวจสอบว่าหุ่นยนต์ในโรงงานต้องซ่อมบำรุงแล้วหรือไม่ 

–ซัมซุงและไอบีเอ็ม ร่วมกันนำระบบคลาวด์และเทคโนโลยี Edge ของไอบีเอ็มมาใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Galaxy ของซัมซุง เพื่อช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักดับเพลิง และหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐและองค์กรสามารถสร้างระบบติดตามข้อมูลสุขภาพที่สำคัญของบุคลากรในพื้นที่ห่างไกลหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียด เพื่อดูว่าบุคคลนั้นมีระดับความเครียดสูงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้วหรือไม่ เพื่อจะได้ช่วยเหลือได้ทัน

10 เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดในปี 2020

10 เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดในปี 2020

การ์ทเนอร์ระบุถึงแนวโน้มเทคโนโลยีที่สำคัญซึ่งจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคต โดยตอนนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและคาดว่าจะได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายและสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้างมากขึ้น หรือมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วจนถึงระดับสูงสุดในช่วงอีก 5 ปีข้างหน้า

10 แนวโน้มเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดสำหรับปี 2020

Hyperautomation

Hyperautomation เป็นการผสานรวมเทคโนโลยี Machine Learning (ML), ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป และเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับระบบงานอัตโนมัติเข้าไว้ด้วยกันเพื่อรองรับการทำงาน ไฮเปอร์ออโตเมชั่นนอกจากจะครอบคลุมเครื่องมือที่หลากหลายแล้ว ยังครอบคลุมทุกขั้นตอนของระบบงานอัตโนมัติ (ค้นหา วิเคราะห์ ออกแบบ ดำเนินการโดยอัตโนมัติ ตรวจวัด กำกับดูแล และประเมินผล) การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกที่หลากหลายของระบบอัตโนมัติ รวมถึงความเกี่ยวข้องกันของกลไกเหล่านี้ และแนวทางการผสานรวมกลไกต่าง ๆ เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืนถือเป็นหัวใจสำคัญของไฮเปอร์ออโตเมชั่น เทรนด์ดังกล่าวเริ่มต้นจากกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ (Robotic Process Automation – RPA) อย่างไรก็ตาม ลำพังเพียงแค่ RPA ไม่ถือว่าเป็นไฮเปอร์ออโตเมชั่น เพราะระบบไฮเปอร์ออโตเมชั่นจำเป็นต้องอาศัยการผสานรวมเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่แทนมนุษย์

Multiexperience

จนถึงปี 2571 ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในส่วนที่เกี่ยวกับวิธีที่ผู้ใช้รับรู้และสัมผัสกับโลกดิจิทัล รวมถึงวิธีการโต้ตอบและมีปฏิสัมพันธ์กับโลกดิจิทัล แพลตฟอร์มการสนทนา (Conversational Platforms) ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำหรับรูปแบบการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้กับโลกดิจิทัล ขณะที่ Virtual reality (VR), Augmented Reality (AR) และ Mixed Reality (MR) ทำให้รูปแบบการรับรู้และสัมผัสกับโลกดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ทั้งในส่วนของรูปแบบการรับรู้และการมีปฏิสัมพันธ์จะนำไปสู่ประสบการณ์แบบพหุประสาทสัมผัส (Multisensory) ในหลากหลายรูปแบบ (Multimodal)

Democratization of Expertise Democratization

การเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค (เช่น ML, การพัฒนาแอพพลิเคชั่น) หรือความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ (เช่น กระบวนการขาย การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์) ผ่านประสบการณ์ที่เรียบง่ายกว่าเดิม และไม่จำเป็นต้องเข้ารับการฝึกอบรมที่ยาวนานและเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น นักพัฒนาทั่วไปที่สามารถทำหน้าที่เป็นดาต้า ไซแอนทิส (Data Scientists) หรือผู้ติดตั้งระบบโดยไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือสามารถพัฒนาโปรแกรมหรือสร้างโมเดลข้อมูลโดยไม่ต้องเขียนโค้ด

จนถึงปี 2566 การ์ทเนอร์คาดว่า 4 ปัจจัยที่สำคัญที่เป็นตัวเร่งแนวโน้ม Democratization ให้เกิดขึ้น ได้แก่ Democratization ในด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ (เครื่องมือที่ใช้สำหรับนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจะขยายไปสู่ชุมชนนักพัฒนาระดับมืออาชีพ), การพัฒนา (ใช้เครื่องมือ AI ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น), การออกแบบ (ขยายไปสู่กระบวนการที่ไม่ต้องมีการเขียนโค้ดหรือใช้โค้ดน้อยมาก โดยอาศัยฟังก์ชั่นการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมที่ทำงานแบบอัตโนมัติ เพื่อเสริมศักยภาพให้แก่นักพัฒนาทั่วไป) และความรู้ (บุคลากรที่ไม่ได้อยู่ในสายงานไอทีสามารถใช้เครื่องมือและระบบความเชี่ยวชาญเพื่อปรับใช้ทักษะเฉพาะด้าน) Human Augmentation

Human Augmentation

เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงทางด้านการรับรู้และกายภาพ โดยเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ของผู้ใช้ Augmentation ในด้านกายภาพจะช่วยปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงขีดความสามารถของมนุษย์ ด้วยการปลูกถ่ายหรือติดตั้งส่วนประกอบทางด้านเทคโนโลยีไว้บนร่างกายของมนุษย์ เช่น อุปกรณ์สวมใส่ ส่วน Augmentation ในด้านการรับรู้จะอาศัยการเข้าถึงข้อมูลและการใช้แอพพลิเคชั่นบนระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป รวมถึงอินเทอร์เฟซแบบ Multiexperience ในสภาพแวดล้อมของสมาร์ทสเปซ ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จะมีการยกระดับ Human Augmentation ทั้งด้านกายภาพและการรับรู้ โดยจะได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ และจะนำไปสู่กระแส “Consumerization” รูปแบบใหม่ ซึ่งพนักงานจะพยายามใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างและขยายขีดความสามารถและประสบการณ์ของตนเอง และปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานภายในสำนักงาน

Transparency and Traceability

ผู้บริโภคมีความตระหนักรู้เพิ่มมากขึ้นว่าข้อมูลส่วนตัวของตนมีมูลค่า และดังนั้นจึงต้องการที่จะควบคุมข้อมูลดังกล่าว องค์กรต่าง ๆ รับรู้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นของการปกป้องและจัดการข้อมูลส่วนตัว ขณะที่รัฐบาลเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเพื่อให้มีการคุ้มครองและจัดการข้อมูลดังกล่าวอย่างเหมาะสม ความโปร่งใส (Transparency) และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนจริยธรรมทางดิจิทัล (Digital Ethics) และการปกป้องความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนกลับหมายรวมถึงแนวคิด การดำเนินการ เทคโนโลยีที่รองรับ และแนวทางปฏิบัติที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อรองรับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนแนวทางที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมสำหรับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ รวมทั้งแก้ไขปัญหาการขาดความน่าเชื่อถือของบริษัทต่าง ๆ องค์กรที่พยายามจะสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือจำเป็นที่จะต้องมุ่งเน้น 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ (1) AI และ ML; (2) การเก็บรักษา การครอบครอง และการควบคุมข้อมูลส่วนตัว และ (3) การออกแบบที่สอดคล้องกันตามหลักจริยธรรม การเพิ่มขีดความสามารถให้กับส่วนขอบของเครือข่าย (Empowered Edge)

เอดจ์คอมพิวติ้ง (Edge Computing)

เป็นโครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่จัดวางการประมวลผลข้อมูลและการรวบรวมและนำเสนอคอนเทนต์ไว้ใกล้กับแหล่งที่มา คลังข้อมูล และผู้ใช้ข้อมูลดังกล่าว โดยพยายามที่จะทำให้แทรฟฟิกและการประมวลผลอยู่ในเครือข่ายโลคอล เพื่อลดความหน่วง ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ส่วนขอบของเครือข่าย และเพิ่มอำนาจในการควบคุมและตัดสินใจให้กับระบบที่อยู่ส่วนขอบของเครือข่าย

ความสนใจเอดจ์คอมพิวติ้งในปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากความจำเป็นของระบบ IoT ที่ต้องรองรับการทำงานในลักษณะกระจัดกระจายในโลกของ IoT ที่มีอยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับอุตสาหกรรมหนึ่ง ๆ เป็นการเฉพาะ เช่น อุตสาหกรรมการผลิตหรือค้าปลีก อย่างไรก็ตาม ในอนาคต เอดจ์คอมพิวติ้งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและทุกการใช้งาน เพราะส่วนที่อยู่รอบนอกของเครือข่ายถูกเสริมศักยภาพด้วยทรัพยากรประมวลผลที่ก้าวล้ำและรองรับการใช้งานเฉพาะด้านมากขึ้น รวมไปถึงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้น อุปกรณ์ลูกข่ายที่ซับซ้อน เช่น หุ่นยนต์ โดรน ยานพาหนะไร้คนขับ และระบบปฏิบัติการ จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วยิ่งขึ้น

ระบบคลาวด์แบบกระจาย (Distributed Cloud)

ระบบคลาวด์แบบกระจายหมายถึงการกระจายตัวของบริการคลาวด์สาธารณะไปยังสถานที่ต่าง ๆ โดยที่ผู้ให้บริการต้นทางของคลาวด์สาธารณะมีหน้าที่ควบคุม กำกับดูแล ปรับปรุง และพัฒนาบริการดังกล่าว ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากเดิมที่บริการคลาวด์สาธารณะส่วนใหญ่มีลักษณะรวมศูนย์ (Centralized) และการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำไปสู่ศักราชใหม่ของคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing)

อุปกรณ์อัตโนมัติ (Autonomous Things)

อุปกรณ์อัตโนมัติหมายถึงอุปกรณ์ทางกายภาพที่ใช้ AI เพื่อทำงานต่างๆ โดยอัตโนมัติ โดยเข้ามาแทนที่มนุษย์ อุปกรณ์อัตโนมัติที่พบเห็นได้ทั่วไปก็คือ หุ่นยนต์ โดรน ยานพาหนะ/เรือไร้คนขับ และเครื่องมือต่าง ๆ ที่ทำงานได้เอง การทำงานแบบอัตโนมัติที่ว่านี้จะครอบคลุมขอบเขตมากกว่าการทำงานอัตโนมัติตามโมเดลที่ตั้งค่าไว้อย่างตายตัว กล่าวคือ อุปกรณ์เหล่านี้จะใช้ AI เพื่อทำงานขั้นสูง และโต้ตอบกับคนหรือสิ่งรอบข้างได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ขณะที่ความสามารถทางเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง กฎระเบียบก็มีการเปิดกว้างและอนุญาตให้ใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้มากขึ้น และสังคมให้การยอมรับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อุปกรณ์อัตโนมัติถูกใช้งานมากขึ้นในพื้นที่สาธารณะที่ปราศจากการควบคุม

ขณะที่อุปกรณ์อัตโนมัติได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น เราคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจากอุปกรณ์อัจฉริยะที่ทำงานตามลำพังไปสู่กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะหลาย ๆ เครื่องที่ทำงานร่วมกัน โดยอาจแยกเป็นอิสระจากคนหรืออาจมีการป้อนคำสั่งโดยมนุษย์ ตัวอย่างเช่น แขนกลหลากหลายรูปแบบที่ทำงานอย่างสอดประสานกันในโรงงานประกอบชิ้นส่วน ในส่วนของธุรกิจขนส่ง โซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือการใช้อุปกรณ์อัตโนมัติเพื่อเคลื่อนย้ายพัสดุไปยังพื้นที่เป้าหมาย โดยหุ่นยนต์และโดรนที่เดินทางไปพร้อมกับยานพาหนะอาจจะทำหน้าที่จัดส่งพัสดุถึงมือผู้รับปลายทาง

บล็อกเชนที่ใช้งานได้ในทางปฏิบัติ

เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มีศักยภาพที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และรองรับการแลกเปลี่ยนมูลค่าในระบบนิเวศน์ทางธุรกิจ ทั้งยังช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกรรม และปรับปรุงกระแสเงินสด เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินทรัพย์ จึงลดโอกาสที่จะมีการสลับเปลี่ยนเป็นสินค้าปลอม นอกจากนี้ การตรวจสอบติดตามสินทรัพย์ยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ เช่น การตรวจสอบสินค้าประเภทอาหารในซัพพลายเชนเพื่อระบุแหล่งที่มาของการปนเปื้อน หรือการตรวจสอบชิ้นส่วนที่เฉพาะเจาะจงเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเรียกคืนสินค้า การใช้งานบล็อกเชนในอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความเป็นไปได้ก็คือ การจัดการตัวตนผู้ใช้ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าสัญญาแบบ Smart Contract ไว้ในบล็อกเชน เพื่อให้เหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นทริกเกอร์ให้เกิดการดำเนินการอื่นต่อไป เช่น ระบบจะปลดล็อคการชำระเงินหลังจากลูกค้าได้รับสินค้า

บล็อกเชนยังขาดความพร้อมสำหรับการใช้งานในระดับองค์กร เนื่องจากยังมีปัญหาด้านเทคนิคมากมายหลายประการ เช่น ขาดเสถียรภาพ และไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะมีปัญหาท้าทายดังกล่าว แต่เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพที่สูงมากสำหรับการพลิกโฉมอุตสาหกรรมและการสร้างรายได้ ดังนั้นองค์กรต่าง ๆ จึงควรเริ่มต้นพิจารณาและประเมินความเป็นไปได้ของบล็อกเชน แต่เราคาดว่ายังคงไม่มีการปรับใช้เทคโนโลยีนี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้

ระบบรักษาความปลอดภัย AI

AI และ ML จะยังคงถูกใช้งานเพื่อยกระดับการตัดสินใจของมนุษย์ในการใช้งานที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการรองรับระบบไฮเปอร์ออโตเมชั่น และการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์อัตโนมัติเพื่อปรับปรุงธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดปัญหาท้าทายใหม่ ๆ สำหรับทีมงานฝ่ายไอทีที่ดูแลด้านความปลอดภัยและผู้บริหารที่ต้องจัดการดูแลความเสี่ยง เพราะจะทำให้มีช่องทางการโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการใช้งาน IoT, คลาวด์คอมพิวติ้ง, ไมโครเซอร์วิส และระบบที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างกว้างขวางในสมาร์ทสเปซ ผู้บริหารฝ่ายรักษาความปลอดภัยและความเสี่ยงควรจะให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก ๆ ได้แก่ การปกป้องระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI, การใช้ AI เพื่อปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย และการคาดการณ์เกี่ยวกับการใช้งาน AI โดยคนร้ายที่ต้องการโจมตีเครือข่าย

10 เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดในปี 2020

วิธีใช้กล้อง DSLR เป็นเว็บแคมและปรับปรุงแฮงเอาท์วิดีโอและสตรีมมิ่ง

หากคุณเป็นเหมือนเราคุณน่าจะใช้เวลากับแฮงเอาท์วิดีโอการประชุมออนไลน์และสตรีมมิ่งในปีที่แล้วมากกว่าที่เคยเป็นมา

เว็บแคมของคุณได้รับประโยชน์มากมาย แต่บางทีคุณอาจจะ ถือว่าอัปเกรดแล้ว สำหรับบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจยิ่งขึ้นหรือแค่หวังว่าคุณจะดูดีขึ้นเมื่อใช้กล้อง

ข่าวดีก็คือหากคุณมีกล้อง DSLR ติดอยู่ในบ้านคุณสามารถใช้เพื่ออัปเกรดแฮงเอาท์วิดีโอของคุณได้อย่างง่ายดายและดูเป็นส่วนหนึ่งทางออนไลน์โดยทำตามคำแนะนำนี้

ซอฟต์แวร์เฉพาะของกล้อง

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาแบรนด์กล้องรายใหญ่บางแบรนด์ได้เปิดตัวการอัปเดตซอฟต์แวร์เพื่อให้ผู้ใช้กล้องดิจิทัลยอดนิยมใช้กล้องเหล่านั้นเป็นเว็บแคมถ่ายทอดสดได้

พานาโซนิคเปิดตัว Lumix Tether สำหรับการสตรีมและ Cannon ทิ้ง EOS Webcam Utility เพื่อทำเช่นเดียวกัน ตัวเลือกเหล่านี้อาจเป็นโซลูชันฟรีที่ยอดเยี่ยมในการใช้กล้องของคุณเป็นเว็บแคม แต่ถ้าคุณมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดเท่านั้น

ซอฟต์แวร์ใช้งานได้กับกล้องบางรุ่นเท่านั้นตัวอย่างเช่นของ Panasonic ใช้งานได้กับไฟล์ Lumix GH5 แต่ไม่ใช่ GH4 ที่แก่ชรา พีซีของคุณต้องเป็นไปตามข้อกำหนดบางประการและซอฟต์แวร์ไม่เสถียรอย่างสมบูรณ์

ควรตรวจสอบตัวเลือกเหล่านี้ก่อนแม้ว่าจะฟรีและเป็นวิธีที่ดีในการทดลองใช้หากคุณมีกล้องที่เหมาะสมอยู่แล้ว

การ์ดจับภาพ HDMI

squirrel_widget_350757

หากคุณไม่มีซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมตัวเลือกอื่น ๆ จะอยู่ในรูปแบบของการ์ดจับภาพ HDMI อุปกรณ์เช่น Cam Link 4K ของ Elgato อนุญาตให้คุณใช้ประโยชน์จากเอาต์พุต HDMI ของกล้องเพื่อแปลงมุมมองนั้นเป็นสิ่งที่พีซีของคุณใช้ได้

ค่อนข้างง่ายคุณเสียบสาย HDMI เข้ากับกล้องจากนั้นปลายอีกด้านเข้ากับการ์ดจับภาพ Cam Link 4K ในทางกลับกันเสียบเข้ากับพอร์ต USB บนพีซีหรือ Mac ของคุณจากนั้นคุณสามารถใช้กล้องแทนเว็บแคมได้

Cam Link 4K ไม่เพียง แต่ทำงานร่วมกับกล้อง DSLR เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกล้องอื่น ๆ รวมถึงกล้องวิดีโอและกล้องแอคชั่นด้วย คุณสามารถตรวจสอบ ไม่ว่าจะเข้ากันได้ที่นี่แต่สิ่งที่เราพบคือมันใช้งานได้กับกล้องมากกว่าซอฟต์แวร์ของผู้ผลิตอย่างเป็นทางการ

มีสิ่งอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาเช่นคุณจะติดตั้งกล้องอย่างไรหรือจะใช้ขาตั้งกล้องอะไร แต่อย่างอื่นมันก็ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ Cam Link 4K ได้รับการยอมรับจากคอมพิวเตอร์ของคุณว่าเป็นเว็บแคม USB ดังนั้นคุณสามารถเปลี่ยนไปใช้ภายในซอฟต์แวร์ของคุณและทำให้มันใช้งานได้ (เพิ่มเติมในอีกสักครู่)

หากคุณวางแผนที่จะใช้กล้องเป็นจำนวนมากคุณควรพิจารณาซื้ออะแดปเตอร์แปลงไฟแบบสดเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ตลอดเวลา

นี่คือตัวแปลงแบตเตอรี่ที่คุณสามารถซื้อเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบชาร์จได้มาตรฐานของคุณด้วยแบตเตอรี่ที่สามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับแหล่งจ่ายไฟหลักเพื่อให้คุณไม่ต้องใช้แฮงเอาท์วิดีโอกลาง ซึ่งจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับกล้องของคุณ แต่เป็นตัวอย่างนี้ เป็นเครื่องที่เราใช้ ด้วย Panasonic Lumix GH4

ทำไมคุณถึงใช้ DSLR เป็นเว็บแคม?

คุณอาจสงสัยว่าทำไมคุณถึงใช้กล้อง DSLR แทนเว็บแคมของคุณ คำตอบนั้นง่ายพอ คุณน่าจะมีเลนส์และคุณภาพการจับภาพที่ดีกว่ากล้องเว็บแคมมาตรฐานใด ๆ ที่คุณสามารถซื้อได้

การ์ดจับภาพ HDMI เช่น Cam Link 4K ยังช่วยให้คุณใช้ประโยชน์สูงสุดจากความสามารถด้านวิดีโอของกล้องของคุณ ในกรณีที่เว็บแคมส่วนใหญ่สามารถจัดการได้เฉพาะ 720p Cam Link อนุญาตให้ใช้งานได้สูงสุด 4K ที่ 30FPS ดังนั้นด้วยแสงที่เหมาะสมวิดีโอของคุณจะมีความเป็นมืออาชีพคมชัดและน่าพอใจมากขึ้น

วิธีใช้ Elgato Cam Link 4K

เมื่อเสียบเข้ากับกล้องและพีซีของคุณแล้ว Cam Link 4K นั้นค่อนข้างใช้งานง่าย แอพส่วนใหญ่จะจดจำ Cam Link 4K เป็นเว็บแคม USB ทันที หากใช้งานไม่ได้เมื่อเปิดกล้องคุณสามารถดำดิ่งสู่การตั้งค่าเพื่อให้กล้องทำงานได้

วิธีใช้ Cam Link 4K พร้อมซูม

ในการตั้งค่า Cam Link กับ Zoom นั้นตรงไปตรงมามาก เปิดกล้องและเข้าสู่ระบบเพื่อซูม หากไม่ได้เลือกโดยอัตโนมัติเป็นอุปกรณ์หลักของคุณให้คลิกฟันเฟืองการตั้งค่าเพื่อเลือกเมนูตัวเลือก

จากนั้นคลิกที่วิดีโอและคุณจะเห็นเมนูแบบเลื่อนลงพร้อมด้วย “กล้องถ่ายรูป” ข้างๆ เลือกแล้วคุณจะเห็นตัวเลือกกล้องทั้งหมดที่มีให้คุณเลือก

หากคุณเริ่มต้นแอพและกระโดดเข้าสู่การโทรโดยตรงคุณสามารถบรรลุผลลัพธ์เดียวกันได้โดยคลิกที่ลูกศรเล็ก ๆ ที่ด้านล่างซ้ายถัดจากหยุดวิดีโอจากนั้นเลือก Cam Link จากที่นั่นแทน จากนั้นคุณจะเห็นกล้องแสดงมุมมองสภาพแวดล้อมของคุณ

วิธีใช้ Cam Link 4K กับ Microsoft Teams

ตรรกะสำหรับการใช้ Elgato Cam Link 4K กับ ทีมไมโครซอฟท์ ส่วนใหญ่จะเหมือนกับการใช้ Zoom

เปิด Teams และคลิกที่ไอคอนโปรไฟล์ของคุณที่ด้านบนขวาจากนั้นคลิกการตั้งค่า เมื่อเข้าไปที่นั่นแล้วให้ไปที่อุปกรณ์และคลิกเมนูแบบเลื่อนลงสำหรับกล้องถ่ายรูป อีกครั้งคุณจะเห็น Cam Link 4K ปรากฏอยู่ที่นั่น เลือกสิ่งนั้นเป็นตัวเลือกและคุณไม่อยู่

สตรีมด้วยกล้อง DSLR ของคุณ

เราเคยเขียนเกี่ยวกับไฟล์ อุปกรณ์ที่ดีที่สุดในการสตรีม และ Elgato Cam Link 4K เป็นส่วนเสริมที่คุ้มค่าในรายการนั้นหากคุณต้องการปรับปรุงความพยายามในการสตรีมแบบสดบน Twitch, Facebook หรือ YouTube

ข่าวดีก็คือการใช้ Cam Link 4K กับซอฟต์แวร์โปรดของคุณนั้นง่ายมาก ไม่ว่าคุณจะใช้ OBS Studio, OBS Streamlabs หรืออื่น ๆ คุณสามารถเลือก Cam Link 4K เป็นแหล่งวิดีโอของคุณและเพิ่มลงในสตรีมของคุณได้

ตัวอย่างเช่นใน OBS Studio ให้คลิกปุ่มบวกใต้แหล่งที่มา จากนั้นคลิกอุปกรณ์จับภาพวิดีโอและสร้างแหล่งข้อมูลใหม่ จากเมนูดังกล่าวคุณสามารถเลือก Cam Link 4K เป็นกล้องที่คุณเลือกได้

จากนั้นคุณสามารถปรับตำแหน่งและขนาดของมุมมองกล้องของคุณได้ตามปกติกับแหล่งที่มาใด ๆ ใน OBS ไม่ว่าจะเป็นขนาดเต็มสำหรับการพูดคุยในฉากหรือสบาย ๆ ในมุมสำหรับเกมซ้อนทับด้วยฟิลเตอร์หน้าจอสีเขียว

การตั้งค่ากล้อง

ควรคำนึงถึงบางสิ่งเมื่อใช้กล้องของคุณด้วยวิธีนี้ เนื่องจากคุณกำลังใช้ฟีด HDMI ของกล้องคุณอาจพบว่าข้อมูลบางอย่างที่คุณมักจะเห็นบนการแสดงสดของคุณอาจปรากฏบนฟีดกล้องถ่ายทอดสดในแอพด้วย

ดังนั้นสิ่งต่างๆเช่นระดับฮิสโตแกรมและเครื่องหมายกริดอาจปรากฏบนใบหน้าของคุณซึ่งไม่เหมาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ดีที่สุดที่ต้องทำคือดำดิ่งไปที่การตั้งค่ากล้องของคุณและปิดสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้คุณจะพบว่าโดยปกติแล้วการปรับแต่งการตั้งค่ากล้องถ่ายทอดสดสามารถทำได้ในกล้องเท่านั้นแทนที่จะทำได้ภายในซอฟต์แวร์ ซึ่งรวมถึงสิ่งง่ายๆเช่นการปรับความสว่าง ISO และโฟกัส อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่ได้ดีกว่าที่คุณจะพบในเว็บแคม

7กล้องถ่ายรูปสวยๆ ยอดฮิตที่สุดในไทย productnation

“กล้องถ่ายรูป”…ของที่ทุกคนต้องมี!
ไม่ต้องเป็นตากล้องแต่ยุคนี้ใคร ๆ ก็มีกล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเองไว้ฝึกฝีมือถ่ายรูปสวย ๆ เก็บ Moment ดี ๆ กันได้ทั้งนั้น แต่เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่กำลังมองหากล้อง ถ่ายรูปคู่ใจ คงมีคำถามว่า จะซื้อกล้องรุ่นไหนดี แทรกเข้ามาอยู่เป็นประจำ เราเลยอยากแนะนำวิธีการเลือก กล้อง ถ่ายรูป ที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ ทั้งกล้องที่นิยมใช้มากที่สุด, กล้องราคาถูก สบายกระเป๋า, กล้อง mirrorless, กล้องโพลารอยด์, กล้อง dslr รุ่น ไหน ดีที่สุด และกล้อง ถ่ายรูป สวยเก๋เอาใจคนชอบสะสม มาดูกันดีกว่าว่า กล้องรุ่นไหนดี รุ่นไหนเด็ด

แล้วถ้าคุณไม่อยากพลาดข่าวคราวและรีวิวสินค้าดีๆของเราก็…คลิกเข้าไปติดตามในเฟซบุ๊ค ProductNation TH ของเราได้เลย รับรองว่ามีสินค้าและไอเท็มเด็ดๆ รอคุณอยู่อีกเพียบ!

จะรู้ได้ไงว่ากล้องถ่ายรูปรุ่นไหนดีและเหมาะกับเรา

เริ่มจากดูงบประมาณ – ควรมาเป็นอันดับแรกเพื่อที่จะได้สามารถกำหนดขอบเขตของสเปคกล้องให้ตรงกับความต้องการของคุณนั่นเอง เพราะกล้องที่ใช้งานได้ดีมีตั้งแต่ราคาหลักหมื่นต้น ๆ ไปจนถึงหลักหมื่นปลาย ๆ กันเลยทีเดียว ดังนั้นเลือกระดับราคาที่เหมาะสมกับเงินในกระเป๋า และการใช้งานของคุณดีกว่า

ดูที่เซ็นเซอร์ภาพ – สิ่งนี้จะเป็นตัวที่บอกได้ว่าภาพของคุณจะชัดมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะเลือกแบบไหนก็สามารถอิงได้จากราคาและงบประมาณที่คุณวางมาไว้ตั้งแต่แรกนั่นเอง ซึ่งมีทั้งแบบ CMOS และ CCD ซึ่งยิ่งใหญ่ยิ่งได้เปรียบ

ความลึกของสี – ยิ่งมีความลึกมากเท่าไรก็ยิ่งช่วยให้คุณสามารถเก็บรายละเอียดของสีได้มากขึ้นเท่านั้น –
ปรับลดขนาดภาพได้หรือไม่ – ยิ่งความละเอียดสูงมากเท่าไรไฟล์ภาพจะยิ่งใหญ่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าตัวกล้องเองมีความสามารถในการปรับลดขนาดภาพได้ในตัว ก็จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ไปได้ และช่วยปรับให้ทุกอย่างเข้ากับการใช้งานของคุณมากขึ้นนั่นเอง

ระบบโฟกัส – ส่วนใหญ่กล้องยุคนี้จะมีระบบนี้อยู่ และทำงานอัตโนมัติแต่ส่วนที่ต้องสนใจนั่นก็คือมีจุดโฟกัสอยู่กี่จุดนั่นเอง ยิ่งถ้ากระจายโฟกัสได้ดีก็ยิ่งทำให้ภาพของคุณได้ดังใจมากขึ้นนั่นเอง

ระบบกันสั่น – กล้องสมัยนี้มีระบบกันสั่นสำหรับการถ่ายวิดีโอด้วยนะ แต่คงไม่ดีแน่ ถ้าถ่ายแล้วภาพสั่นสะเทือนเมื่อเวลาที่เราถ่ายไป เดินไป หรือจับกล้องไม่ค่อยมั่นคง ระบบนี้จะช่วยได้ หรือถ้าเราใช้ถ่ายรูปปกติ กล้องจะช่วยลดการสั่นสะเทือนตอนเรากดชัตเตอร์ได้

ความละเอียดในการถ่ายวิดีโอ – ถ้าเป็นคนที่ตั้งใจจะซื้อกล้องไว้ทำ vlog ส่วนตัวลงเฟซบุ๊ค หรือลงยูทูบ เดี๋ยวนี้กล้องถ่ายรูปรุ่นใหม่ ๆ แม้กระทั่งกล้อง mirrorless ตัวเล็ก ๆ ก็สามารถถ่ายวิดีโอด้วยความคมชัดระดับ 4K กันแล้ว (ชัดกว่า HD) และทีวีรุ่นใหม่ ๆ ก็มีความคมชัด  แบบ 4K แล้วเช่นกัน ถ้าจะมองการณ์ไกล ซื้อกล้องที่รองรับไฟล์ 4K ไว้ก็ไม่เสียหลาย
ต้องการกล้องที่เชื่อมต่อโซเชียล แอคเคาท์ได้ด้วยรึเปล่า

– ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบโพสต์รูปที่ถ่ายลงในโชเชียล แอคเคาท์ของคุณแบบทันที ทันใดที่ถ่ายรูปเสร็จ คุณก็ต้องมองหากล้องที่เชื่อมต่อไวไฟ และสามารถแชร์ภาพจากกล้องลงโซเชียล แอคเคาท์ของคุณได้ทันที สะดวกรวดเร็ว และแน่ใจได้  ว่าเพื่อน ๆ ของคุณจะไม่พลาดการอัพเดทของคุณ
การดูแลรักษากล้องถ่ายรูป

เก็บในที่แห้ง น้ำและความชื้นอาจทำทำให้กล้องเสียหายและใช้งานได้ไม่นานเท่าที่ควร ควรเก็บกล้องไว้ในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเทเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา อย่าให้เลนส์หันเข้าหาดวงอาทิตย์ สาเหตุเพราะอาจทำให้เซนเซอร์เสื่อมสภาพหรือทำให้แสงฟุ้งได้ การทำความสะอาดควรใช้ลูกยางเป่าลมและผ้าแห้งเช็ด เอาล่ะ! มีหลักการเลือกกล้องถ่ายรูปเบื้องต้นกันแล้วต่อไปก็ถึงเวลามาลุยและทำความรู้จักกับกล้องถ่ายรูปตัวเด็ดที่เรารวบรวมมาไว้ให้คุณในวันนี้กันแล้ว จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

7 กล้องถ่ายรูปที่ดีที่สุด

1. กล้องถ่ายรูป Nikon J5 lens 10-30mm.
กล้อง Nikon Mirrorless ขนาดน่ารัก
Updated on 7th September 2020

Lazada Thailand
7,990บาท
พบกับ Nikon 1 J5 ใหม่ กล้องแบบเปลี่ยนเลนส์ที่เปี่ยมสไตล์และกะทัดรัด มาพร้อมเซ็นเซอร์ภาพ 20.8 ล้านพิกเซล บันทึกภาพสุดน่าทึ่งด้วยความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่เร็วอย่างเหลือเชื่อถึง 20 ภาพต่อวินาทีเมื่อใช้การติดตามระยะโฟกัสอัตโนมัติและวิดีโอสูงสุดถึง 4K/15p ด้วยจอภาพ LCD ปรับเอียงขึ้นได้ 180° รวมถึงหน้าจอสัมผัส ระบบควบคุมแบบปรับเองทั้งหมด เอ็ฟเฟ็กต์ใหม่ รวมทั้งเทคโนโลยี Wi-Fi® และ NFC*4 ในตัวเพื่อการแชร์ภาพถ่ายระหว่างเดินทาง ทำให้กล้อง J5 เป็นกล้องที่รวมประสิทธิภาพ ทั้งความยืดหยุ่น ความเร็ว และสไตล์ไว้ในมือคุณ ด้วยความเร็วสูงกว่า DSLR กล้อง J5 มีระยะเวลาหน่วงชัตเตอร์ที่สั้นที่สุด และอัตราการบันทึกภาพถ่ายต่อเนื่องที่เร็วที่สุดในโลก ที่ประมาณ 20 ภาพต่อวินาที

หรือจะลองดูกล้องเซลฟี่ก็เข้าท่านะ กล้องเซลฟี่ ถ่ายรูปตัวเองได้สวยๆ เก๋ๆ เวลาไปเที่ยว ลองดูกล้องเซลฟี่เจ๋งๆ ได้ที่นี่ 9 กล้อง เซลฟี่สำหรับสายแชะ ไม่ง้อช่างภาพ

2. Fujifilm Camera X-A5
กล้อง Fujifilm เซลฟี่
Updated on 25th September 2020

Shopee Thailand
จาก
12,900บาท

Lazada Thailand
จาก
13,690บาท

– เชื่อมต่อได้ง่ายๆ ผ่าน wifi และ Bluetooth
– รูปทรงสวย เหมาะกับวัยรุ่น
– ระบบโฟกัสแบบ phase detection และเมื่อทำงานร่วมกับ Processor รุ่นใหม่ ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น 1.5 เท่า
Fujifilm xa5 กล้องรุ่นใหม่ในซีรีย์ A โดยจะมาพร้อมกับ sensor ความละเอียด 24 megapixel ขนาด APS-C ที่มาพร้อมกับระบบโฟกัสแบบ phase detection และเมื่อทำงานร่วมกับ Processor รุ่นใหม่ ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น 1.5 เท่า และโฟกัสแบบติดตามได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังพัฒนาการให้สีสันต่างๆ รวมไปถึงสีผิวให้ดีขึ้น รองรับการบันทึก video 4K และการถ่ายภาพแบบ 4K Burst Shooting เชื่อมต่อได้ง่ายๆ ผ่าน wifi และ Bluetooth Built-In Wifi, Bluetooth สามารถแชร์ภาพจากกล้องไปยัง smartphone ที่สำคัญเอาใจขา VLOG มีช่องสำหรับต่อไมโครโฟนภายนอก

3. กล้องถ่ายรูป Canon MIRRORLESS รุ่น EOS M100
กล้องCanon กล้อง ถ่ายรูป สวย เท่ ดีไซน์เริ่ด
Updated on 26th August 2020

Lazada Thailand
16,800บาท
นี่น่าจะเป็นแบรนด์ของกล้องในฝันของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน เพราะขึ้นชื่อมานานอย่าง Canon มาพร้อมลูกเล่นมากมายไม่ว่าจะเป็น เซนเซอร์ CMOS ขนาด APS-C เซนเซอร์ที่ได้รับการพัฒนาจาก M10 ให้มีความละเอียดมากถึง 24 ล้านพิกเซล ชัตเตอร์เร็วสุดที่ 1/4000 วินาที ช้าสุด 30 วินาที สามารถปรับให้อยู่ได้ในระดับที่พอใจด้วยโหมด Bulb ที่สำคัญมีระบบโฟกัสใหม่แบบ Dual Pixel เทคโนโลยีเฉพาะของ Canon ให้กล้องคำนวณระยะโฟกัสได้ เพื่อการโฟกัสที่รวดเร็วในสถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวเข้าออกตลอดเวลา และหน้าจอพับเซลฟี่ได้ถึง 180 องศา เพิ่มความอเนกประสงค์ให้กับการเลือกจุดโฟกัส ให้คุณแตะหน้าจอเพื่อเลือกภาพนิ่งเพียงอย่างเดียว หรือสำหรับวิดีโอก็ได้เช่นกัน

4. Sony Alpha a5100 kit 16-50mm
sony a5100 ราคา
Updated on 12th August 2020

Lazada Thailand
จาก
23,900บาท

Shopee Thailand
จาก
14,990บาท
กล้องโซนี่หรือแบรนด์กล้อง sony ที่เราคุ้นเคยกันดีนั้นไม่เคยทำให้คุณต้องผิดหวังมาคราวนี้มาพร้อมกับเซ็นเซอร์แบบ CMOS และจอสัมผัสที่สามารถปรับเอียงหน้าได้และเป็นหน้าจอแบบแอลซีดีอีกด้วย และนี่ก็เรียกได้ว่าเป็น กล้อง ถ่ายรูป สวย ๆ กล้องที่นิยมใช้มากที่สุด ซึ่งกล้อง dslr รุ่น ไหน ดีก็ยังอาจจะต้องยอมแพ้ให้กับเจ้าตัวนี้เลยก็เป็นได้ สำหรับจุดเด่นรุ่นนี้คือ จอสัมผัส ปรับเอียงหน้า จอแอลซีดี 3.0 ได้ โฟกัสไวสุดๆ และโฟกัสได้ 179 จุดพร้อมกันอีกด้วย

ขนาด : (WxHxD) 4.3 x 2.5 x 1.4

5. กล้อง Olympus Pen EP-L8 kit 14-42mm.
กล้อง olympus กล้องเซลฟี่ วิดีโอ 4K
Updated on 25th September 2020

Lazada Thailand
12,500บาท

Shopee Thailand
จาก
12,800บาท

– มีระบบโฟกัสจำนวนหลายจุดช่วยให้ภาพคมชัดมากยิ่งขึ้น
– ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 8.6 เฟรมต่อวินาที
– ถ่ายวีดีโอแบบ 4K ได้
กล้องถ่ายรูป Olympus ตัวนี้มาพร้อมกับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีตัวกันสั่นไหวอยู่ภายใน มีระบบโฟกัส 121 จุด มาพร้อมกับจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว ถ่ายภาพต่อเนื่องให้คุณได้ง่าย ๆ 8.6 ภาพต่อวินาที และสามารถถ่ายวีดีโอในความละเอียดแบบ 4K ได้อีกด้วย ถือว่าครบครันและตอบโจทย์ไม่น้อยเลยทีเดียว ใครอยากจะมี กล้องเซลฟี่ให้พกไปถ่ายรูป ถ่ายคลิปได้ทุกที่กันสักตัว  กล้อง olympus ตัวนี้ คือ กล้อง ถ่ายรูป ที่ถ่ายวิดีโอได้ ที่เราอยากแนะนำให้คุณครอบครอง

6. GoPro HERO5 (Black)
gopro ที่ดีที่สุด
Updated on 10th June 2019

Lazada Thailand
จาก
9,900บาท
gopro หรือ โกโปร เป็นกล้องที่เพิ่งจะเข้ามาทำตลาด และเรียกความสนใจไปได้อย่างล้นหลามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็ยังติดตลาดและเป็นที่สนใจอยู่ไม่น้อย ด้วยความพกพาง่าย ทนฝุ่น กันน้ำได้ดี จึงทำให้ กล้อง gopro เป็น กล้องที่นิยมใช้มากที่สุด ในพวกของสายลุยทั้งหมาย และ กล้อง gopro ราคา ก็ไม่ได้แรงเกินไปแต่อย่างใด ใคร ๆ ที่รักการถ่ายภาพแนวผจภัยก็สามารถเอื้อมถึงได้ง่าย ๆ และกล้องgopro hero 5 ราคาไม่แรงตัวนี้ กลับให้คุณภาพของไฟล์วีดีโออยู่ที่ 4K30 / 2.7K60 / 1080p120 วิดีโอ และให้ความละเอียดของภาพจากโกโปรก็อยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล จอระบบสัมผัสกว้าง 2 นิ้ว เอากล้องลงไปดำน้ำลึกโดยไม่ต้องใส่เคสได้ถึง 10 เมตร แถมสะดวกสุด ๆ ด้วยฟังค์ชั่นสั่งงานด้วยเสียงผ่านตัวกล้อง ที่สั่งได้ถึง 10 ภาษา แค่พูดว่า “GoPro, take a photo” ก็สามารถสั่งงานกล้องได้แล้ว

7. GoPro HERO6 (Black)
gopro Hero 6 ที่ดีที่สุด
Updated on 12th August 2020

Lazada Thailand
จาก
6,900บาท

Shopee Thailand
จาก
16,900บาท
gopro รุ่นที่อัพขึ้นมาจาก GoPro HERO5 โดยรุ่น  HERO6 นี้ ทางโกโปรมีการพัฒนาชิพประมวลผลในกล้องขึ้นมาเอง ไม่ได้ใช้ชิพของที่อื่นแบบรุ่นก่อนๆ ซึ่งชิพโปรเซสเซอร์ตัวนี้มีชื่อว่า GP1 ที่ช่วยให้สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ในระดับ 60 เฟรมต่อวินาที (FPS) ได้ (รุ่นก่อน ๆ ทำได้แค่ 30FPS เท่านั้น) และยังสามารถถ่ายวิดีโอสโลโมชั่นได้ที่ระดับ Full HD 240 เฟรมต่อวินาที พร้อมระบบกันสั่นที่ดีขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีโหมดถ่ายซูมมาให้ด้วย เผื่อดำน้ำไปเจอปลาสวย ๆ ก็ไม่ควรจะไปถ่ายรูปใกล้ ๆ เพาะอาจเป็นรบกวนมัน ก็ใช้โหมดซูมของโกโปรตัวนี้ซะเลย แถมรุ่นนี้มีการปรับปรุงให้ถ่ายในเวลากลางคืน หรือในสภาพแสงน้อยได้ดีขึ้นด้วย ที่สำคัญ HERO6 Black สามรถเชื่อมต่อ WI-FI 5GHz ได้แล้วด้วยนะ

 

เทคโนโลยีสมัยใหม่กับสังคมปัจจุบัน

Modern-technology

สังคมไทยในปัจจุบันมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัยจึงทำให้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มีบทบาทในการดำรงชีวิตของประชากรในประเทศมากยิ่งขึ้นเพราะในปัจจุบันนี้มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมาอย่างมากมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การสื่อสาร การเรียนหรือแม้แต่กระทั่งในบ้านทุกหลัง ซึ่งทุกที่ล้วนใช้เทคโนโลยีในการดำรงชีวิต เพื่อให้การเป็นอยู่นั้นไม่ลำบาก และป้องกันความผิดพลาดได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยกับยุค 2018 นี้เป็นยุคแห่งนวัตกรรมในปัจจุบันรวมถึงอนาคตจึงมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ มากมายเกิดขึ้นมาบนโลกเพื่อให้การใช้ชีวิตนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาส่วนใหญ่จะถูกเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตอย่างเช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ โทรทัศน์ และเครื่องมืออื่นๆ อีกมากมายที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงิน การขาย การนำเสนอสินค้าก็ล้วนใช้ระบบอินเตอร์เน็ตเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งสิ้น ปัจจุบันนี้เราไม่ต้องพกเงินเยอะๆ เพียงเรามีโทรศัพท์แค่เครื่องเดียวเราก็สามารถชำระเงินได้เช่น ผ่าน QR Code Payment เป็นต้น

Modern-technology-photo

ในส่วนของเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์นั้น ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์นั้นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสามารถนำพลังงานจากธรรมชาติกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้น และยังช่วยลดพลังเชื้อเพลิงต่างๆ อีกด้วย ตอนนี้เรามีนวัตกรรมใหม่จากเทคโนโลยีคือ Microgrid ซึ่งสิ่งนี้นั้นเป็นเหมือนตัวกระจายพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนใหญ่พลังงานแสงอาทิตย์นี้จะใช้กับในส่วนของอาคาร หมู่บ้านเป็นต้น

Robots หรือหุ่นยนต์ ตามที่เราเห็นกันบ่อยๆ ปัจจุบันนี้นั้นบางพื้นที่ก็ใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนสิ่งมีชีวิตเพื่อประสิทธิภาพในการใช้แรงจะได้คงที่ เนื่องจากว่าถ้าหากใช้แรงงานของสิ่งมีชีวิตแล้วนั้นมักจะเกิดปัญหา แรงงานป่วย หรือสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ไม่สามารถมาทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งการใช้หุ่นยนต์เป็นเครื่องทุ่นแรงในการทำงานนั้น ทางโรงงานต่างๆ จะลดความเสี่ยงเรื่องของแรงงานได้มากมายเลยทีเดียว ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นหุ่นยนต์ขับรถ หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร หุ่นยนต์กู้ภัย หุ่นยนต์ดับเพลิงก็เป็นได้

ยุค 2018 นี้ถือว่าเป็นยุคแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมจริงๆ เพราะว่ายุคนี้มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และการที่เรานำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้งานในการดำรงชีวิตนั้นช่วยให้เรามีการใช้ชีวิตที่สะดวกมากยิ่งขึ้น ช่วยประหยัดเวลา ประหยัดแรงงาน ถ้าหากในอนาคตข้างหน้านั้นยังมีการใช้เทคโนโลยีเรื่อยบางทีแรงงานจากสิ่งมีชีวิตอาจจะไม่มีเลย ซึ่งมันอาจจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ถ้าหากในด้านการแพทย์มันจะทำให้การรักษาของเราก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เครื่องมือการรักษาจะทันสมัยกว่าเดิม และทำให้ประสิทธิภาพในการรักษามีมากกว่าเดิม

เทคโนโลยี 10 อันดับที่กำลังนิยมในปัจจุบัน TECH&TREND

เทคโนโลยี 10 อันดับที่กำลังนิยมในปัจจุบัน TECH&TREND

image

imageimageimageimageimageimageimageในยุคที่วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีได้ก้าวไปไกล การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆได้เปลี่ยนโฉมหน้าของโลกในอดีตไปอย่างมาก ทั้งรูปแบบวิถีชีวิตรวมถึงการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจตลอดจนการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจด้วย ทำให้ต้องคอยจับตามองหาวิธีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ให้เข้ากับโมเดลทางธุรกิจใหม่

  • “เทรนด์”ก็เป็นข้อมูลสำคัญอย่างหนึ่งที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้งนี้ทิศทางของเทรนด์เทคโนโลยีในปี2015 ก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปจากปีที่แล้วมากนัก แต่จะทวีความเข้มข้นมากกว่าเดิมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด ดังนั้นนอกจากจะต้องจับตาดูเทรนด์ต่างๆที่เกิดขึ้นมากมายทั่วโลกแล้ว ยังต้องสามารถวิเคราะห์ให้ออกว่าเทคโนโลยีประเภทใดที่มีแนวโน้มจะสร้างโอกาสและมีผลกระทบอย่างสูงด้านการลงทุนและดำเนินธุรกิจตลอดจนการเข้ากับวิถีชีวิตของผู้บริโภคในบ้านเราด้วย
  • แนวโน้มทางด้านเทคโนโยลีที่นำเสนอในปีนี้ยืนอยู่บนท่วงทำนองหลักๆ สามด้านคือ การผนวกรวมเข้าด้วยกันของโลกเสมือนกับโลกความเป็นจริง(The merging of the real and virtual worlds) การกำเนิดของความชาญฉลาดในทุกหนแห่ง(The advent of intelligence everywhere) และผลกระทบทางด้านเทคโนโลยีของการปรับตัวเป็นดิจิตอลของธุรกิจ(The technology impact of the digital business shift)

เทคโนโลยี 10 อันดับที่กำลังนิยมในปัจจุบัน TECH&TREND

เทคโนโลยีปัจจุบัน

“โลจิเทค” รุกตลาดเว็บแคม ด้วยกล้องรุ่นใหม่เอาใจนักแคสเกม

ตบเท้าเข้าร่วมชิงชัยในตลาดกล้องเว็บแคมอีกหนึ่งราย สำหรับค่ายผู้ผลิตอุปกรณ์เกมพีซีชั้นนำสัญชาติสวิส ที่ล่าสุดออกมาเปิดตัวกล้องแคสเกมอัจฉริยะพร้อมขาตั้งในราคาสี่พันห้า

จากกระแสของการอัดคลิปลงยูทิวบ์ในปัจจุบัน และการที่มีเหล่านักแคสเกมหน้าใหม่ๆถือกำเนิดขึ้นทุกวัน คงทำให้บรรดาบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เกมทั้งหลายคิดอยากนำเสนออุปกรณ์ที่จะมาช่วยตอบโจทย์ พร้อมกับอำนวยความสะดวกสบาย ซึ่งล่าสุดก็เป็นคิวของค่ายดังที่คอเกมพีซีบ้านเราต่างรู้จักกันดีอย่าง “โลจิเทค” (Logitech)

สำหรับอุปกรณ์ชิ้นใหม่นี้มีชื่อว่า “C922 Pro Stream” นวัตกรรมใหม่ของกล้องเว็บแคมจากค่ายโลจิเทค ที่ถูกสร้างขึ้นและออกแบบมาเพื่อรองรับการถ่ายทอดสดแบบไลฟ์สตรีมโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยีที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน สามารถเลือกสตรีมและบันทึกวิดีโอได้ ทั้งในระดับความละเอียดฟูลเอชดี 1080p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที หรือความละเอียด 720p ที่ความเร็ว 60 เฟรมต่อวินาที

นอกจากนี้ “C922 Pro Stream” ภายในยังอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่จะทำให้การสตรีมมิ่งเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์โฟกัสภาพอัตโนมัติ, ฟีเจอร์แก้ไขสภาพแสงน้อยอัตโนมัติ ที่ช่วยให้ภาพคมชัดท่ามกลางแสงสลัวภายในห้อง หรือแสงกะพริบจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงฟีเจอร์ปรับเปลี่ยนภาพพื้นหลังแบคกราวน์ ที่ทำให้เราไม่จำเป็นต้องพึ่งฉากหลังสีเขียวอีกต่อไป

กล้องเว็บแคม “C922 Pro Stream” ที่มาพร้อมไมโครโฟนสเตอริโอตัดเสียงรบกวนสองตัว และขาตั้งโต๊ะแบบหมุนยืดออกได้ 18.5 ซม.นี้ ปัจจุบันมีวางจำหน่ายแล้ว สนนราคา 4,499 บาท