Slider

10 กล้องถ่ายรูปเจ๋งๆ ที่เหล่าเน็ตไอดอลนิยมใช้

สาวๆ ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพหรือเซลฟี่ สงสัยมั้ยว่าทำไมบรรดา “เน็ตไอดอล” ถึงถ่ายรูปออกมาสวยเเละดูดี ทำไมรูปเราถึงถ่ายออกมาแล้วช่างแตกต่างขนาดนี้ และคงไม่มีใครชอบกล้องที่ใช้งานยุ่งยากต้องมานั่งปรับภาพปรับแสงอะไรดูวุ่นวาย เสียเวลา อยากได้กล้องที่แบบถ่ายปุ๊บสวยปั๊บอัพรูปได้ทันที วันนี้เรามี 10 กล้องถ่ายรูปเจ๋งๆ ที่เรียกว่าถ่ายรูปแล้วเป๊ะปัง อลังเว่อร์ ของเหล่าเน็ตไอดอลที่นิยมใช้กัน มาบอกต่อให้สาวๆ ลองพิจารณาเผื่อไปสอยมาไว้ข้างกาย

1. Panasonic GF7

สำหรับรุ่นนี้น่าจะเป็นที่ถูกใจของสาวๆ ด้วยขนาดที่ค่อนข้างเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา สามารถพกพาได้สะดวก ดีไซน์วินเทจนิดๆ มีสีให้เลือกหลายหลาย เช่น ขาว ดำ น้ำตาล มีสีชมพูด้วยนะ เซ็นเซอร์ 16 ล้านพิกเซล จอ Touchscreen ที่สามารถพับขึ้นเพื่อเซลฟี่ได้ และฟังก์ชั่นในการถ่ายรูปเซลฟี่เก๋ๆ เช่น บีบให้ดูผอม โบกมือเพื่อลั่นชัตเตอร์ หรือฟังก์ชั่นถ่ายภาพกระโดด ที่กล้องจะกดชัตเตอร์ให้อัตโนมัติตอนเรากระโดษ และยังสามารถสั่งลั่นชัตเตอร์ผ่านสมาร์ทโฟน และเชื่อมต่อเพื่อส่งรูปผ่าน wi-fi ได้อีกด้วย

2. Fuji-XA3

กล้องมิลเลอร์เลส FUJIFILM X-A3 มาพร้อมดีไซน์แบบเรโทรที่เป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มเจเนอเรชั่นใหม่ๆ เพราะดีไซน์แบบเรโทรให้ความรู้สึก “แตกต่าง” และ “ทันสมัย” ซึ่งเป็นที่นิยมของสาวๆ เป็นอย่างมากด้วยยอดขายที่ถล่มทลายมองไปทางไหนก็เห็นแต่สาวๆ ใช้รุ่นนี้กันทั้งนั้น

3. FUJIFILM X-A2

ถ้าไม่พูดถึงนี่ไม่ได้จริงๆ เรียกได้ว่าขึ้นหิ้งเป็นตัวท็อปไปแล้วสำหรับรุ่นนี้ เพราะในตลาดกล้องของประเทศไทยรุ่นนี้สามารถทำยอดขายถล่มทลาย ขึ้นเป็นอันดับ 1 คนมีชื่อเสียงก็นิยมใช้กันเยอะ เช่น เน็ตไอดอลชื่อดังอย่างพิมฐา, แป้งโกะ ในส่วนของการทำงาน ตัวนี้มาพร้อมเซนเซอร์รับภาพความละเอียด 16.3 megapixel หน้าตาของกล้องก็ดูดีสไตล์เรโทรและเป็นรุ่นแรกของฟูจิที่จอสามารถพับได้ เหมาะมากสำหรับการถ่ายภายตัวเอง ไฟล์รูปที่ได้ผิวสวยนวล อมชมพู ถูกใจขา Selfie อีกทั้งยัง Built- In Wifi แชร์รูปเข้ามือถือได้ทันที และมีฟังก์ชั่นโหมดสีแบบฟิล์ม (Film Simulation) ที่ปรับสีภาพให้ดูเหมือนถ่ายจากฟิล์มเก่ายุคคลาสสิคของฟูจิ ได้รูปที่สวยแปลกตา ไม่ซ้ำใครแน่นอน

4. Olympus OM-D E-M10

OM-D E-M10 กล้องมิเรอร์เลสระบบ Micro 4/3 ของ Olympus เน้นงานออกแบบที่ดูสวยคลาสสิกในสไตล์เรโทร เก็บภาพได้คมชัดด้วยความละเอียด 16.1 ล้านพิกเซล พร้อมใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบ Live MOS ช่วยให้ได้ภาพที่สวยสมจริงสุด ๆ สามารถเก็บภาพต่อเนื่องได้ 5 ภาพต่อวินาที แถมมีตัวกันภาพสั่นไหวแบบ 3 แกนด้วย มี Wi-Fi บิวท์อินไว้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

5. SONY A5100

ถ่ายภาพด้วยโฟกัสเหลือเชื่อ ระบบ Fast Hybrid AF ที่มี 179 จุด ผนวกกับโฟกัสแบบสัมผัสง่ายๆ ช่วยให้ภาพของคุณสวยเนียนระดับมืออาชีพ หรือเข้าใจง่ายๆ เลยก็คือโฟกัสรวดเร็ว เชื่อมต่อ Wi-Fi และอัพโหลดรูปลงได้เลยสะดวกรวดเร็วจริงๆ

6. Olympus EPL-7

กล้องตัวนี้เป็นเซนเซอร์ CMOS ขนาด Four Thirds ความละเอียด 16.1 ล้านพิกเซลมีกันสั่น 3 แกนช่วยให้ภาพสั่นไหวน้อยลง วัสดุส่วนใหญ่เป็นพลาสติกคุณภาพสูงทำลวดลายให้คล้ายหนัง ผสมกับอะลูมิเนียม ขนาดค่อนข้างเล็กมาก น้ำหนักเบา พกพาง่าย จับกระชับมือ ดีไซน์สวยงามผสมผสานระหว่างความวินเทจและโมเดิร์นได้ลงตัว มีระบบกันสั่น 3 แกนช่วยให้ภาพสั่นไหวน้อยลง หน้าจอทัชสกรีนได้ สามารถสั่งงานต่างๆเช่น เเตะเลือกจุดโฟกัส ปรับตั้งค่ากล้อง เลื่อนดูรูป หรือกดชัตเตอร์ได้ง่ายๆ อีกจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Olympus EPL7 แตกต่างจากรุ่นอื่นๆในตลาด คือหน้าจอของรุ่นนี้ จอพับเซลฟี่ลงไปด้านล่าง

7. Olympus OM-D E-M5 Mark II

OM-D E-M10 กล้องมิเรอร์เลสระบบ Micro 4/3 ของ Olympus เน้นงานออกแบบที่ดูสวยคลาสสิกในสไตล์เรโทร เก็บภาพได้คมชัดด้วยความละเอียด 16.1 ล้านพิกเซล พร้อมใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบ Live MOS ช่วยให้ได้ภาพที่สวยสมจริงสุด ๆ สามารถเก็บภาพต่อเนื่องได้ 5 ภาพต่อวินาที แถมมีตัวกันภาพสั่นไหวแบบ 3 แกนด้วย มี Wi-Fi บิวท์อินไว้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

8. Panasonic GX8

สเปคจัดเต็มด้วยเซนเซอร์ Micro 4/3 ความละเอียด 20.3 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่นในตัวกล้อง ระบบออโต้โฟกัส 49 จุด ให้ภาพคุณภาพสูงระดับมืออาชีพ สามารถถ่ายวิดิโอคมชัดแบบ 4K ได้ ที่สำคัญตัวนี้มาพร้อมจอแบบทัชสกรีนที่หมุนอิสระ บิดพับได้หลายองศา จะหันมาด้านหน้าเพื่อถ่ายรูป Selfie ก็มีโหมดภาพ Soft Skin สำหรับแต่งหน้าเนียน ฟรุ้งฟริ้ง หรือบีบหน้าให้พร้อมเพรียวก็ทำได้ มีช่องมองภาพ หรือ วิวไฟน์เดอร์แบบอิเล็คทรอนิก ที่ยกตัวขึ้นด้านบนแบบพับได้ (Tilting) เหมาะมากๆกับคนที่ชอบถ่ายภาพแนวสตรีทหรือท่องเที่ยว บอดี้กล้องทนทาน สวยงาม กันละอองน้ำและฝุ่น รองรับ Wi-Fi และ NFC ในการเชื่อมตัวกับสมาร์ทโฟน

9. Canon EOS M3

รุ่นนี้การออกแบบเน้นความเรียบง่ายในการใช้งาน ปุ่มไม่เยอะ ควบคุมการทำงานต่างๆผ่านหน้าจอทัชสกรีนที่พับได้ 180 องศา สะดวกต่อการถ่ายภาพ Selfie มาพร้อมจำนวนพิกเซลสูงสุด 24.2 ล้านพิกเซล มี Flash ในตัว และมีช่อง Hotshoe สำหรับใส่อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมได้ เช่น ช่องมองภาพ ( Viewfinder) ตัวนี้ขนาดถือว่าเล็กมาก น้ำหนักเบา พกพาง่าย ใส่กระเป๋าได้สบายๆ มี Grip ยื่นออกมาให้จับถนัดมือ รองรับการเชื่อมตัวแบบ Wi-Fi และ NFC เช่นกัน

10. Canon EOS M10

ตัวนี้ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวกดีไซน์เรียบเท่แบบมินิมอล น้ำหนักเบาเพียง 301 กรัม มีเคสกล้องให้เลือกใช้สีสันสดใส หน้าจอขนาด 3 นิ้วแบบ touchscreen ที่ตอบสนองต่อการใช้งานดีมาก สามารถพับได้เพื่อการถ่าย Selfie ซึ่งมีฟังก์ชั่นสนับสนุนที่น่าใช้งาน เช่น ปรับความเนียนของผิว ที่ทำได้ถึง 3 ระดับ , เพิ่มความสว่างใสให้ใบหน้า รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ NFC

สาวๆ สายเซลฟี่ใครชอบตัวไหน ฟังชั้นก์แบบไหน ก็ลองไปเลือกไปซื้อไปจับจองกันดูนะคะ

เปลี่ยนกล้อง CANON เป็นเว็บแคมสำหรับ Work From Home

ใครที่ใช้กล้องเว็บแคมสำหรับ Work From Home แต่รู้สึกไม่ตอบโจทย์ซูมไม่ได้ ภาพไม่ชัด ความละเอียดน้อยเกินไป วันนี้มีโปรแกรมมาแนะนำ สำหรับเปลี่ยนกล้อง CANON ให้เป็นเว็บแคมได้

ช่วงนี้หลายคนทำงานที่บ้านส่งผลให้กล้องเว็บแคมกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในการประชุมงานผ่านวิดีโอคอล แต่กล้องเว็บแคมเองก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ซูมไม่ได้ เวลาใช้งานในที่แสงน้อยภาพอาจจะมืด เป็นต้น บางคนไม่อยากเสียเงินซื้อใหม่ก็ทนใช้ไปก่อน

ข่าวดีสำหรับคนที่ใช้กล้องของ CANON ตอนนี้เขาพัฒนาแอปสำหรับเปลี่ยนให้กล้องของตัวเองสามารถใช้งานเป็นเว็บแคมกับคอมพิวเตอร์ได้ แอปนี้มีชื่อว่า EOS Webcam Utility Beta สามารถใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่เป็น 64-bit  นอกจากนั้นยังสามารถใช้งานได้เฉพาะบางรุ่นก่อนซึ่งเวลาใช้งานเราต้องต่อสาย USB กับคอมพิวเตอร์

ส่วนรุ่นที่สามารถใช้งานได้นั้นมีรายชื่อตามภาพด้านล่างเลยค่ะ รองรับทั้งตระกูล DSLR, Mirrorless และ PowerShot แต่กล้องบางรุ่นนั้นจะไม่ได้แถมสาย USB มาให้ในกล่อง เราอาจจะต้องไปหาซื้อมาเพิ่มก่อนถึงจะใช้งานได้

ข้อดีก็คือใครมีเลนส์ดีๆ รู้รับแสงกว้างๆก็เอามาต่อกับกล้อง ภาพที่ได้จะสว่างคมชัดขึ้นเยอะเมื่อเทียบกับเว็บแคม ที่สำคัญยังสามารถใช้เป็นกล้องสำหรับทำ Live Stream ได้ด้วย

ใครสนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี แต่ต้องบอกก่อนว่าเนื่องจากตัวโปรแกรมนั้นยังเป็นเวอร์ชันทดสอบอยู่ จึงอาจจะมีบั๊กอยู่บ้าง หากใครเจอข้อผิดพลาดในการทำงานตรงไหนก็แจ้งเข้าไปได้ทาง Canon Forum ทางทีมงานจะได้นำไปปรับปรุง พัฒนาการใช้งานให้สมบูรณ์ขึ้นในเวอร์ชันถัดๆไป

ที่มา NewAtlas

แนะนำกล้อง webcam เพื่อใช้ในการถ่ายทอดสด

การซื้อกล้องเว็บแคมซักตัวเปรียบได้กับการซื้อรถมือสองดี ๆ นี้เอง อาจจะได้เจอกล้องดีตรงใจ หรือจบลงด้วยกล้องคุณภาพห่วยที่ไม่น่าเสียเงินซื้อมาใช้ แต่การหลีกเลี่ยงการเจอพวกเว็บแคมห่วย ๆ เราสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการศึกษาข้อมูลของกล้องกันซักนิด ตั้งแต่ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ คุณภาพของวัสดุ เทคโนโลยีเบื้องหลัง คุณสัมบัติต่าง ๆ ของตัวเว็บแคมที่เราจะซื้อ โดยวันนี้เรารวมตัวท็อป ๆ ที่ไม่ว่าจะซื้อตัวไหนไปก็เหมาะกับการนำไปไลฟ์วีดีโอคุณภาพสูงแบบสบาย ๆ

 

Logitech C920 HD Pro Webcam

กล้องเว็บแคม C920 HD Pro webcam ถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท Logitech รองรับการบันทึกภาพด้วยความละเอียด 1920 x 1080 หรือแบบ Full HD 1080p มาพร้อมกับเทคโนโลยีสำหรับเพิ่มความคมชัดของภาพ Logitech Fluid Crystal ข้างตัวกล้องมีไมโครโฟนระบบเสียงสเตอริโอสองข้าง สามารถอัพวีดีโอเข้าบนยูทูปเพียงแค่คลิกเดียว  การถ่ายภาพนิ่งความละเอียด 15 ล้านพิกเซล รองรับการใช้งานทุกโปรแกรมดังอย่าง Skype, Yahoo และอื่น ๆ

Microsoft LifeCam Studio 1080 HD Webcam

กล้อง LifeCam Studio ผลิตโดยบริษัท Microsoft ความระเอียด Full HD 1080p พร้อมฟีเจอร์เด่น ๆ แบบจัดเต็มอย่าง Auto Focus ที่จับภาพใบหน้าแบบอัจฉริยะ และ TrueColor ทำให้ภาพที่บันทึกออกมามีสีที่ถูกต้องไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม นอกจากนี้ยังมี Clear Frame อีกด้วย ตัวกล้องมาพร้อมไมโครโฟนคุณภาพสูง ออกแบบมาเพื่อใช้กับ Skype โดยเฉพาะสามารถใช้งานกับ Microsoft Lync ระบบกล้องมีหน่วยความจำเฉพาะถึง 4 GB เหมาะสำหรับการสตีมมิ่งความคมชัดสูง เป็นกล้องระดับ 5 ดาวของเหล่า Youtuber

Mevo Live Event Camera

กล้อง Live Event Camera สร้างโดยบริษัท Mevo สำหรับใช้งานในระบบ iOS ที่ทำงานในเวอร์ชั่น iOS 9 หรือสูงกว่าขึ้นไป เป็นกล้องตัวแรกที่สามารถใช้สตีมผ่าน Facebook Live ได้โดยตรง สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวความชัดแบบ 720P ผ่านระบบ Wi-Fi หรือ LTE มีไมโครโฟนฝังอยู่ภายในเหมือนกล้องทั่วไป

uCorder IRDC250 Wearable Video Camera

เป็นกล้องบันทึกภาพของ uCorder ถูกออกแบบมาเพื่อพกพาไปไหนได้อย่างสะดวก ด้วยภาพที่บันทึกได้ในความละเอียด 640 x 480 แบบ 25fps มาพร้อมกับความจำในระบบ 2 GB มีน้ำหนักเพียงแค่ 1 ปอนด์เท่านั้น

ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้อยากได้แบบไหน บางตัวก็มีขนาดใหญ่ แต่บันทึกภาพได้แบบ Full HD 1080p ในบางตัวก็มีในขนาดที่กะทัดรัด แต่ต้องแลกมาด้วยความคมชัดทีต่ำกว่า ถ้าหากคุณเป็นคนที่ไม่ได้เดินทางไปไหนบ่อย ๆ หรือใช้งานบนคอมพิวเตอร์ที่บ้านเป็นหลัก ก็ขอแนะนำตัวใหญ่อย่าง Logitech จะดีกว่า ถือเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในตลาด

Razer Kiyo Webcam กล้องเว็บแคมเซลฟี่ มีดีหน้าไม่มืด

Razer Kiyo Webcam กล้องเว็บแคมเซลฟี่ อีกหนึ่งไอเท็มที่สายสตรีมต้องมี ด้วยการออกแบบกล้องเว็บแคมในรูปแบบใหม่ มีไฟสำหรับส่องหน้าผู้เล่นในตัวทำให้ทุกภาพที่สตรีมหรือไลฟ์สด สว่างสดใส หมดปัญหาเรื่องหน้ามืดไปได้เลย ให้คุณภาพของภาพที่สวยงาม โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์



Razer Kiyo Webcam กล้องเว็บแคมเซลฟี่ จากค่าย Razer เจ้าใหญ่แห่งวงการเกมเมอร์ที่หลายคนรู้จักกันดี ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์คอเกม คอสตรีมมิ่งหรือผู้ที่ต้องการไลฟ์สดหน้าจอ ตัวอุปกรณ์ดีไซน์เป็นวงแหวนกลม ๆ ส่วนขาหนีบสามารถคลี่ออกเพื่อติดตั้งเข้ากับหน้าจอมอนิเตอร์โน้ตบุ๊ก หรือมอนิเตอร์คอมฯ พีซีได้อย่างง่ายดาย มาในโทนสีดำ

ตัวเลนส์กล้องถูกออกแบบให้อยู่บริเวณตรงกลางของวงแหวน ส่วนรอบ ๆ เลนส์กล้อง เป็นหลอดไฟ LED แบบวงแหวน (Ring Light) สำหรับส่องสว่าง ลดเงา ให้กับใบหน้าของผู้อยู่หน้าจอได้เป็นอย่างดี หลอดไฟ LED สามารถปรับระดับความสว่างได้ ด้วยการหมุนบิดบริเวณขอบด้านนอกของตัวกล้อง

รายละเอียด Razer Kiyo Webcam กล้องเว็บแคมเซลฟี่
– ความละเอียดของการบันทึกวีดีโอ 360p,480p,1080p ที่ 30FPS และ 720p 60fps
– ความละเอียดสำหรับภาพนิ่ง 4 MP 2688×1520 px
– รองรับการเชื่อมต่อกับพอร์ต USB 2.0
– มุมกล้องสามารถเก็บภาพได้กว้างถึง 81.6 องศา
– การโฟกัสแบบอัตโนมัติ หมดกังวลเรื่องการโฟกัสไม่เข้า หรือโฟกัสผิดพลาด
– ความยาวของสายเชื่อมต่อ 1.5 เมตร
– ไฟวงแหวน 12 ดวง สีขาว อุณหภูมิแสง 5600K ความสว่าง 10 lux/m
– วงแหวนปรับระดับแสง สามารถปรับได้ 12 ระดับ
– รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 7 หรือรุ่นที่สูงกว่า
– มีไมโครโฟนแบบ Omnidirectional (รับเสียงรอบทิศทาง) ในตัว

บางคนยังไม่รู้เกี่ยวกับกล้องเว็บแคม

ปัจจุบันกล้องเว็บแคมเป็นอุปกรณ์สำหรับเหล่าเกมส์เมอร์และสตรีมเมอร์ที่ขาดไม่ได้  และกล้องเว็บแคมไม่ใช่ว่าจะเหมือนกันหมดทุกตัว แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อจะมีลักษณะและคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปตามแต่ผู้ผลิตจะคิดค้นและออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานอย่างไร ซึ่งสามารถแบบประเภทของเว็บแคมได้ดังนี้

แบ่งตามรูปทรงของกล้อง 
โดยปกติกล้องเว็บแคมส่วนใหญ่จะเป็นทรงกลม เนื่องจากเป็นรูปทรงต้นแบบที่ทำกันมานานและก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่านี้คืออุปกรณ์ เว็บแคม แต่ไม่จำเป็นที่กล้องเว็บแคมต้องเป็นทรงกลมเสมอไป
เพราะบางครั้ง กล้องเว็บแคม ก็จำเป็นต้องมีรูปทรงอื่นๆ เพื่อให้เข้ากับการใช้งานในบางลักษณะ ดังนั้น การเลือกรูปทรงให้เหมาะสมนั้น ก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของเรามากกว่า

แบ่งตามประเภทของขาตั้งกล้อง 
โดยส่วนใหญ่ลักษณะของฐานตั้งกล้องจะเป็นแบบตั้งพื้นเสียส่วนใหญ่ โดยแบบแรก คือแบบมีขาสำหรับวางบนพื้น อาจจะมีขา 3 ขา หรือ 4 ขา ก็แล้วแต่การออกแบบ แต่ฐานแบบ 3 ขา จะมี ปัญหาตรงที่ วางแล้วยังไม่มั่นคงดีนัก และไม่สามารถหมุนตัวกล้องได้สะดวกนัด ดังนั้น ถ้าต้องการเว็บแคมที่มีฐานมั่นคงและสามารถหมุนได้ง่ายๆ ก็ต้องเลือกแบบฐานทรงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งแบบนี้จะมีข้อดีตรงที่ วางได้มั่นคงและยังสามารถหมุนแกน ของตัวกล้องได้ไม่จำเป็นต้องยกตัวกล้องหมุนไปมาให้เสียเวลา

แบ่งตามชนิดของเซ็นเซอร์ 
สำหรับเซ็นเซอร์ที่กล้องเว็บแคมใช้นั้นจะมีหลักๆอยู่ 2 ชนิด คือ CCD และ CMOS แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ CMOS เนื่องจากเหตุผลหลายๆประการและตัวเซ็นเซอร์ แบบ CMOS เองก็สามารถแบบออกได้ถึง 2 ชนิดด้วยกันคือ
CLF Color CMOS Censor ที่มีความละเอียดของพิกเซลแค่ 110,000 พิกเซล ( 367 x 291 ) เท่านั้น ในขณะที่ VGA Color CMOS Censor ให้ความละเอียดที่สูงกว่าที่ 350,000พิกเซล ( 655 x 493 ) ดังนั้น เวลาเลือกซื้อกล้องเว็บแคมก็ดูได้ทั้งความละเอียดที่ระบุไว้ หรือชนิดของ CMOS สำหรับเซ็นเซอร์แบบ CCD จะเป็นเซ็นเซอร์ที่นิยมใช้ในกล้องดิจิตอล เพราะให้ความ
ละเอียดที่สูงกว่าและก็มี noise ไม่มากเหมือนกับเซ็นเซอร์แบบ CMOS

แบ่งตามรูปแบบการเชื่อมต่อ 
สำหรับการเชื่อมต่อของกล้องเว็บแคมในปัจจุบันส่วนใหญ่ จะเป็นอินเทอร์เฟซแบบ USB แทบทั้งสิ้นโดย USB ที่ใช้ก็จะเป็นเวอร์ชัน 1.1 เสียส่วนมาก แต่ก็จะมีเวอร์ชัน 2.0 ในบางรุ่นกล้องเว็บแคมแบบไร้สายจะใช้การเชื่อมต่อในแบบ WiFi หรือ Wireless lan นั่นเองทำให้สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ทุกที่โดยไม่ต้องคำนึงถึงสายให้วุ่นวาย แต่เว็บแคมที่เป็น Wireless ตอนนี้ก็ยังมีราคาค่อนข้างแพงอยู่

การเลือกซื้อกล้องเว็บแคม 
ขั้นตอนแรกเราต้องรู้ว่าจะนำกล้องเว็บแคม มาใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ประเภทใด ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กก็ต้องเป็นกล้องเว็บแคม
ขนาดเล็กกะทัดรัด และสามารถติดตั้งบนจอแอลซีดีของโน้ตบุ๊กได้ แต่ถ้าใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปก็ แนะนำรุ่นที่มี
ขาตั้งที่มั่นคงสามารถวางบนจอมอนิเตอร์

เมื่อเลือกรูปแบบของกล้องได้แล้ว ก็มาเลือกตามคุณสมบัติภายในของกล้องเว็บแคมโดยเลือกจากชนิดของเซ็นเซอร์ที่ใช้กับภาพ โดยจะมีให้เลือกเป็น CMOS ในแบบ CIF และ VGA ซึ่งแนะนำว่าเป็นแบบ VGA จะให้ความละเอียดที่สูงกว่า หรือถ้าต้องการความละเอียดที่มากกว่านี้ ก็เลือกเซ็นเซอร์แบบ CCD จะดีกว่าแต่ทั้งนี้ราคาก็จะเพิ่มสูงขึ้น ตามชนิดของเซ็นเซอร์ และ
ความละเอียดของตัวกล้องเว็บแคม

สเปคกล้องเว็บแคม สำหรับ Live Streaming เพื่อเหล่า Gamer

ถ้าพูดถึงธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ และเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมาก ทุกคนคงนึกถึงวงการเกมส์ และธุรกิจ E-sport นั้นกำลังเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยจำนวนผู้เข้าถึงเกมบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในปริมาณมหาศาล ทำให้เกิดอาชีพใหม่ ๆ ขึ้นมาบนโลกมากมายในไม่กี่ปีมานี้ ไม่ว่าจะเป็นสายฮาร์ดคอร์อย่างนักเล่นเกมมืออาชีพ โค้ชสำหรับทีมแข่งขัน นักพากย์กีฬาอิเล็กทรอนิกส์ หรือสายแคชช่วลแบบยูทูปเปอร์ และสตรีมเมอร์ ซึ่งอาชีพเหล่านี้ก็ได้กลายมาเป็นอาชีพในฝันของหลาย ๆ คน วันนี้เราจะมาพูดกันถึงอาวุธชิ้นสำคัญของเกมสตรีมเมอร์ หรือนักแคสเกมหนึ่งในอาชีพในฝันของทุก ๆ คนกันอย่างกล้องเว็บแคม

กล้องธรรมดา ๆ ไม่ได้เหรอ ?

กล้องแคมแชท หรือกล้องเว็บแคม แต่เดิมเป็นอุปกรณ์สำหรับทำการไลฟ์แชท หรือสื่อสารทางไกลเท่านั้น ด้วยความที่ไมได้มีโปรแกรมอะไรที่สามารถรองรับไลฟ์แชทและสามารถ่ายทอดสดได้ด้วยความเร็วสูงทำให้กล้องสมัยก่อนไม่ได้มีสเปคดีเท่าไหร่นัก และราคาก็จะออกไปทางค่อนข้างถูก นั่นทำให้หลาย ๆ คนที่เคยชินกับราคากล้องเว็บแคมตัวละ 200 แบบแต่ก่อนอาจจะต้องตกใจกับราคาในสมัยนี้ แต่ถ้าเปรียบเทียบสเป็คดี ๆ แล้วล่ะก็ จะพบได้เลยว่าจริง ๆ แล้วกล้องตัวดี ๆ ก็ไม่ได้มีราคาแพงอะไรเลย ยิ่งในสมัยนี้แพลตฟอร์มสำหรับสตรีมมิ่งนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้การเลือกสรรอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับแพลตฟอร์มเหล่านี้ กลายเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ

1080เลยดีมั้ย ยังไงก็ต้องจ่าย ?

กล้องแคมแชทสำหรับ Live Stream ในยุคนี้คงจะมีมาตรฐานความละเอียดภาพอยู่ที่ 720p และบางตัวที่เป้นที่นิยมกันก็สูงถึง 1080แต่ก่อนที่เหล่าสตรีมเมอร์จะเผลอซื้อกันอยากให้รองรีเช็คตัวเองดูดี ๆ ว่า ตัวเองต้องการความละเอียดเท่าไหร่ การอัพโฟลดไฟล์ขนาด 1080โดยการ Live Stream อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะขนาดภาพไม่ได้เป็นมิตรทั้งกับผู้รับ และผู้ส่งเท่าไหร่นัก ตัวกล้องพวกนี้จะเหมาะกับการถ่ายอัดแล้วตัดต่อแบบยูทูปเบอร์ หรือคนที่มีเน็ตแรง ๆ ที่สามารถอัพภาพได้เสถียร  โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ของตัวกล้องว่าเขาตั้งค่าให้กล้องจัดการยังไงเมื่ออินเตอร์เน็ทเราตก หรือช้านั่นเองซึ่งความชัด 720เอาจริง ๆ ก็จัดว่าชัดมาก ๆ แล้วในการถ่ายทอดฉะนั้นการลงทุนกับกล้องตัวแรกก็ต้องลองถามตัวเองก่อนว่า “ของมันต้องมีมั้ย ?” เกิดว่าวันไหนเราอยากจะเลิกการลงทุนน้อยก็ช่วยเซฟตัวเราได้เช่นกัน

นอกเหนือจากขนาดภาพแล้วต้องดูอะไรอีกบ้าง ?

นอกเหนือจากขนาดภาพแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพยายามหารีวิวเรื่องความทนทานการใช้งาน ซื้อกล้องตัวนึงมา 2,000 ใช้ได้ครึ่งปีพังแล้วอันนี้ก็คงจะไม่ไหว เกมมิ่งเกียร์ยี่ห้อหลอกเด็กต่อให้คุณภาพไม่ดีเท่าที่โม้ก็ยังพอใช้ได้ แต่ถ้าเป็นกล้องเว็บแคมแล้วล่ะก้ขอบอกเลยว่ายอมซื้อของในยี่ห้อที่ไว้ใจได้ดีกว่า นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องวิธีการ Live Stream ของเราครับ เพราะกล้องบางตัวก็มาพร้อมกับ Original Software ที่ช่วยในการสตรีมทำให้การสตรีมมีความหลากหลายมากขึ้นไปด้วย เช่นเดียวกับสาย VR หรือ Streamer บางคนที่ใช้ Green Screen ก็ต้องดูกล้องที่มีค่าชดเชยแสงสูง ๆ และ Noise น้อย ๆ หน่อยเพราะถ้าเกิดว่าภาพมืดเกินไปและมีนอยซ์มาก ตอนตัดกรีนสกรีนรับรองได้เลยว่าไม่น่าดูแน่ ๆ นั่นเอง

แล้วกล้องตัวไหนกำลังมาแรง ?

  • Logitech C920

คุณสามารถเพิกเฉยต่อ Logitech C922 ที่เพิ่งออกมาได้เลยเพราะลูกเล่นของกล้องเว็บแคม C922 ไม่ได้มีความสำคัญกับการ Live Stream เท่าไรนัก ส่วนมากเป็นลูกเล่นที่เหมาะกับการเอาไปใช้ทำ V-log หรือท่องเที่ยวนอกสถานที่มากกว่า ฉะนั้นถ้าคุณเป็นเกมเมอร์สายติดบ้าน Logitech C920 นั้นสบายกระเป๋ามากกว่าและยังมีสเปคที่จัดได้ว่าคุ้มราคามาก ๆ ตัวกล้องรองรับขนาดภาพทั้ง 720p และ 1080p แต่คุณอาจจะต้องการไมโครโฟนดี ๆ และการจัดไฟดี ๆ เพื่อทำให้ตัวกล้องแสดงศักยภาพของมันออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่ต้องกลัวว่าใช้ธรรมดา ๆ จะไม่สวยเพราะ Logitech ยังเป็นกล้อง Live Stream ที่เหล่า Streamer ไม่ว่าจะเป็นมือเก่าหรือใหม่ก็เลือกใช้งานมันมากที่สุด เป็นตัวแทนการันตีความสามารถของมันนั่นเอง

  • Razer Kiyo

อีกตัวนึงที่น่าสนใจแต่ถ้าจะให้พูดจริง ๆ การใช้งานของ C920 ภาพรวมนั้นก็ยังดีกว่า Kiyo อยู่ แต่ข้อดีของเจ้า Razer Kiyo คือการที่มันแถมไฟมาพร้อมกับกล้องด้วยทำให้เหมาะมาก ๆ สำหรับผู้เริ่มต้นเพราะแทบจะไม่ต้องจัดไฟอะไรให้ยุ่งยาก แนวภาพของ Kiyo ในห้องสว่าง ๆ จะฟุ้งคล้ายกับใช้แอพพลิเคชั่น Camera 360 ในขณะเดียวกันตัวมันกลับใช้งานได้ดีมาก ๆ เมื่อแสงน้อยและให้ภาพได้ชัดและสวยกว่า C920 ในห้องมืด ๆ นั่นเอง

สายอาชีพสตรีมเมอร์นับได้ว่าเป็นตลาดหลักของคนไทยที่อยากทำงานสายเกมมิ่ง เพราะคนไทยมีนิสัยที่ชอบการดูเกมแคสติ้ง (game casting) มากกว่าเล่นด้วยตัวเอง แต่เสน่ห์ของการสตรีมเกมนั้นยังมีอีกอย่างนั่นก็คือการที่ผู้สตรีมได้ร่วมสุนกและพูดคุยกับแฟนคลับทุก ๆ คนผ่าน Live Steam นั่นเอง ในยุคที่เครื่องเล่นเกมเข้าถึงทุกคนได้ง่าย ๆ บรรยากาศของการนัดรวมตัวกันที่บ้านของเพื่อนซักคน หรือร้านเกม แล้วก็เล่นไปคุยกันไปอย่างออกรสแบบแต่ก่อนก็คงไม่ใช่เรื่องปกติกันอีกแล้ว แต่สิ่งที่ทดแทนมาก็คงจะเป็นการคุยกับเพื่อน ๆ และแฟนคลับ ผ่านกล้องเว็บแคม นั่นเองที่ทำให้เกิดคอมมูนิตี้ของ Live Steamer และผู้ชมขนาดใหญ่ขึ้นมาในประเทศไทย มันอาจจะต้องใช้ทั้งเงิน เวลา และความพยายามในการเข้าไปเป็นตัวตนหนึ่งในคอมมูนิตี้เหล่านั้นแต่ผมก็หวังว่าจะได้เห็นทุก ๆ คนได้ทำตามความฝันตัวเองนะครับ

Razer Kiyo กล้องเว็บแคมที่มาพร้อม Ring Light LED

บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ Razer ผู้นำนวัตกรรม Gaming Gear ของโลกขอนำเสนอ Razer Kiyo กล้องเว็บแคมพร้อมฟีเจอร์เด็ดสำหรับนักเล่นเกมสายสตรีมเมอร์ ที่สามารถสร้างมินิสตูดิโอได้ทุกเวลา Selfie ก็สวย Live ก็เห็นภาพชัดเจนทุกเหตุการณ์

Razer Kiyo โปรดักไลน์ใหม่จากแบรนด์เกมมิ่งระดับโลก มากับสเปคการันตีภาพสุดคมชัดด้วยความละเอียด 720p @60fps เป็นเฟรมเรทที่สูงสุดและให้ความลื่นของภาพได้ดีที่สุด แต่ถ้าคุณต้องการภาพความคมชัดระดับ Full HD สามารถรีดความละเอียดได้ถึง 1080p @30fps ลักษณะสีของกล้องนี้ออกโทน Warm เหลืองนวล พร้อมมีไมโครโฟนในตัว

Razer Kiyo พกฟีเจอร์ไฟโอริงเพื่อให้ได้แสงสว่างที่นุ่มนวลแนวเดียวกับไฟสตูดิโอ รักษาแสงสว่างและลดแสงเงาให้กับคุณ นอกจากนี้สามารถปรับระดับความสว่างได้ถึง 12 ระดับตามความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมนั้นๆ ค่าสีของไฟอยู่ที่ 5600K “daylight” พร้อมรองรับการทำงานร่วมกับโปรแกรมสตรีมสุดดังอย่าง OBS และ XSplit

รายละเอียดสเปคกล้องเว็บแคม Razer Kiyo

Camera

  • Connection type: USB2.0
  • Image resolution: 4 Megapixels
  • Video Resolution: 1080p @ 30FPS / 720p @ 60FPS / 480p @ 30FPS / 360p @ 30FPS
  • Video encoding: YUY2/MJPEG or H.264
  • Still Image Resolution: 2688×1520
  • Image Quality Settings Customization: Yes
  • Diagonal Field of View (FOV): 81.6 °
  • Focus Type: Auto
  • Mounting Options: L-shape joint and Tripod (Not included)
  • Cable Length: 1.5 meters braided cable

Ring light

  • Illumination: 12 white LEDs
  • Color Temperature: 5600K “daylight”
  • LED Diffuser: Milky White
  • Buttons: 12 step ring dial
  • Brightness: 10 Lux @ 1m

Microphone

  • Audio Codec: 16bit 48KHz
  • Polar patterns: Omnidirectional
  • Sensitivity: -38dB

System Requirements

  • PC with a free USB port
  • Windows® 7 (or higher)
  • Internet connection
  • 500 MB of free hard disk space*

*Increased system requirements and additional software may be required for certain applications.

Package Contents

  • 1 x Razer Kiyo with attached USB2.0 cable
  • 1 x Important Product Information Guide

​ราคาสินค้า
Razer Kiyo – 4,290 บาท​
รับประกันสินค้า 1 ปีเต็ม โดยบริษัท Ascenti Resources

BRIO สุดยอดกล้องเว็บแคม รองรับ 4K และ HDR

ใครที่กำลังมองหากล้องเว็บแคมเจ๋งๆสักตัว นี่คือ BRIO สุดยอดกล้องเว็บแคม ที่มาพร้อมเลนส์มุมกว้างรองรับความละเอียด 4K และเทคโนโลยี HDR

BRIO

ใครที่กำลังมองหากล้องสำหรับแชทแบบเห็นหน้ากับเพื่อน, แชทกับลูกค้าหรือจะบันทึกวิดีโออยู่ BRIO จาก Logitech ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ กล้องตัวนี้มาพร้อม 3 เทคโนโลยีเพื่อสร้างความแตกต่างจากกล้องเว็บแคมทั่วไป นั่นก็คือ เซนเซอร์ความละเอียด, เทคโนโลยี HDR และเลนส์มุมกว้างเห็นภาพได้มากขึ้น

เริ่มจากเทคโนโลยี 4K นั้น สามารถถ่ายทำได้ที่ 30 เฟรมต่อวินาที ถ้าปรับเป็น Full HD ก็จะเลือกได้ระหว่าง 30 หรือ 60 เฟรมต่อวินาที  โดยทาง Logitech ได้ใส่อัลกอริทึ่ม RightLight เวอร์ชั่น 3 มาให้ด้วย ซึ่งมันจะช่วยถ่ายภาพด้วย HDR ทำให้เราเห็นส่วนมืดและส่วนสว่างที่แตกต่างกันมากๆได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นผลมากๆเวลาที่เราใช้กล้องตอนแสงน้อยๆ

BRIO

ในส่วนของมุมมองภาพ เลนส์ที่เค้าเลือกใช้มีมุมมองกว้าง 90 องศาพร้อมระบบออโตโฟกัส จึงทำให้ภาพที่ได้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ถ้าคุณไม่อยากให้เห็นข้างหลังมากไปก็เลือกปรับมุมมองเป็น 60 หรือ 78 องศาก็ได้ นอกจากนั้นยังมีดิจิทัลซูมได้มากถึง 5 เท่า ส่วนลูกเล่นอื่นๆก็มี  structured light sensor แบบเดียวกับที่ใช้ใน Kinect ยิงแสงอินฟราเรดออกไปช่วยวัดระยะห่างระหว่างคนกับกล้อง ตามด้วยอัลกอริทึ่มสำหรับลดน้อยซ์และเช็คฉากหลังถ้ามันพบว่าฉากหลังรก มันก็จะช่วยเบลอสิ่งที่อยู่ข้างหลัง ทำให้คุณเด่นขึ้น ,มีไมโครโฟนใช้แบบ omni-directional ใส่มาให้ถึงสองตัวพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนเพื่อให้คู่สนทนาได้ยินเสียงคุณชัดเจน ที่สำคัญยังผสานการทำงานกับฟีเจอร์ Windows Hello ใน Windows 10 ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการล็อกอินเครื่อง ป้องกันไม่ให้คนมาแอบดูข้อมูลได้

สำหรับคนที่สนใจสนนราคาขายอยู่ที่ $199 หรือประมาณ 7,000 บาท พร้อมรับประกัน 3 ปี เริ่มวางตลาดแล้วในหลายๆประเทศ

ชนิดของกล้องเว็บแคม (Webcam)

ชนิดของกล้องเว็บแคม (Webcam)

กล้องเว็บแคม (Webcam) แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ แบบมีสาย และแบบไร้สาย โดยแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันดังนี้

กล้องเว็บแคม (WebCam) แบบมีสาย

จะมีความยุ่งยากในเรื่องการใช้สายต่อพ่วงเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่จะมีราคาถูกกว่าแบบไร้สายมาก ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมซื้อกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบมีสายมาใช้งาน ข้อเสีย ของกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบมีสาย คือ ทำให้ไม่สามารถวางตัวกล้องได้ไกลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้กล้องไม่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวในระยะไกล ๆ ได้เหมือนแบบไร้สาย

กล้องเว็บแคม (Webcam) แบบไร้สาย

จะมีราคาค่อนข้างแพงมากเมื่อเทียบกับแบบมีสาย เนื่องจากตัวกล้อง ต้องใช้เทคโนโลยีแบบไร้สายที่เรียกว่า Wireless WiFi หรือ IEEE 802.11 ที่ค่อนข้างมีต้นทุนสูง จึงส่งผลให้ตัวกล้องมีราคาแพงจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก จุดเด่น ของกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบไร้สาย คือ สามารถนำไปติดตั้งที่จุดใดก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงระยะห่างระหว่างตัวกล้องกับคอมพิวเตอร์

ส่วนประกอบของกล้องเว็บแคม (Webcam)

โดยหลัก ๆ แล้ว การซื้อกล้องเว็บแคม (Webcam) มาใช้งาน จะเห็นว่ากล้องเว็บแคม (Webcam) ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญดังนี้

  1. เลนส์กล้อง จะทำหน้าที่ในการจับภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่เคลื่อนไหวผ่านไปมาอยู่หน้ากล้องหรืออยู่ในตำแหน่งที่เลนส์กล้องสามารถมองเห็นภาพได้
  2. ตัวปรับระยะโฟกัส จะทำหน้าที่ในการปรับโฟกัสของภาพเพื่อให้ภาพมีความชัดเจนมากขึ้น
  3. ฐานรองกล้อง มีไว้สำหรับเป็นที่ตั้งของตัวกล้องซึ่งช่วยให้เราสามารถวางกล้องบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้สะดวก

สมัยนี้เว็บแคมดียังไง เรามาดูกัน!

ในสมัยนี้ เว็บแคมค่อนข้างที่จะมีความจำเป็นมากสำหรับคนที่ชอบใช้ชีวิตอยู่หน้าคอม ทั้งเหล่าสตรีมเมอร์ ดีเจ หรือแม้กระทั่งคนที่อยากจะคุยกับเพื่อนๆผ่านโปรแกรมแชทต่างๆ เพื่อที่จะได้เห็นหน้าตากัน ทำให้ทุกวันนี้ผู้ผลิตกล้องนั้นพากันออกรุ่นใหม่มากมายให้เหล่าคนชอบกล้องได้เลือกกัน อีกทั้งยังฟังชั่นพิเศษต่างๆ ดังนั้นการเลือกเว็บแคมก่อนซื้อนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก

เรามารู้กันก่อนคร่าวๆว่าเว็บแคมคืออะไร

เว็บแคม (Webcam) หรือชื่อเต็มๆที่เรียกกันว่า Web Camera. เว็บแคมนั้นเป็นอุปกรณ์ที่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวของเราไปปรากฏในหน้ามอนิเตอร์ และยังสามารถส่งภาพเคลื่อนไหวนี้ไปยังอีกคนได้โดยระบบเครือข่าย โดยสามารถเห็นตัวเราเคลื่อนไหวได้เหมือนอยู่ต่อหน้ากัน ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากในปัจจุบัน ทั้งยังมีราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักหลายพันบาท

วิธีการเลือกซื้อเว็บแคมมีดังนี้

  1. Frame rate คืออัตราความเร็วในการแสดงผลของภาพ ซึ่งมีหน่วยเป็น Frame per second (FPS) พูดง่ายๆก็คือ ยิ่งมีอัตราสูงเท่าไหร่ ก็จะทำให้ภาพไหลลื่นอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันจะนิยมใช้กันที่ 30 FPS ถึง 45 fps เลยทีเดียว
  2. สำหรับคนที่ใช้ในพื้นที่ไฟน้อยๆ หรือปิดไฟ จะแนะนำให้เลือกใช้ Night Vision LED เพื่อเพิ่มความสามารถของกล้อง ไม่ว่าจะปิดไฟอยู่ หรือพื้นที่ไฟที่น้อยโดยลีกเลี่ยงไม่ได้ โดย Night Vision LED จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับหลอดไฟ LED แต่จะไม่มีไฟส่องออกมา แสงนั้นจะออกมาในรูปแบบอินฟราเรดที่สายตาเรานั้นจะมองไม่เห็นนั้นเอง
  3. เว็บแคมบางตัวนั้นจะมีไมโครโฟนแถมมาด้วย เราสามารถซื้อไมโครโฟนแยกได้หากเราต้องการเสียงที่ดี แต่ไมโครโฟนที่มากับเว็บแคมนั้นก็มากับเทคโนโลยี USB Microphone ที่ทำออกมากับกล้องรุ่นใหม่ๆ โดยข้อดีของมันนั้นก็คือเสียงที่ดังชัด โดยบางทีอาจจะไม่ต้องการไมโครโฟนแยกเลยก็ได้
  4. บางรุ่นของกล้องเว็บแคม สามารถจับแค่ตัวเราได้ โดยไม่เห็นพื้นหลังของเรา โดยตัวกล้องนั้นจะจับสิ่งที่เคลื่อนไหวในระยะของกล้องนั่นเอง

  1. การรับประกันสินค้าและคุณภาพ อันนี้ก็เป็นจุดสำคัญในการเลือกซื้อเว็บแคม เพราะเวลาตัวกล้องมีปัญหา เราก็จะสามารถนำสินค้าไปเคลมกับทางร้านที่เราซื้อมาได้

การเลือกซื้อเว็บแคมนั้นอยู่ที่ความต้องการของผู้ใช้งานว่าจะนำไปใช้แบบไหน ต้องการความชัดมากแค่ไหน งบประมาณเท่าไหร่ หรือจะเน้นพกพาไปที่ต่างๆก็เหมาะกับเลือกขนาดกล้องที่เล็กได้ครับ