Slider

Blog

กล้อง Sony Camera Alpha A6000

ถ้าเราอยากได้กล้องดีสักตัว เราแนะนำเลยสำหรับเจ่าตัว Sony Camera Alpha A6000กล้องถ่ายรูปอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ เพราะผลิตจากแบรนด์ Sony ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพกล้องทั้งความคมชัดและฟังก์ชันการใช้งานที่มีประโยชน์ และยังเป็นแบรนด์ที่มีอุปกรณ์เสริมสำหรับกล้องถ่ายรูปทุกประเภท ตั้งแต่กล้องถ่ายรูป Mirrorless ไปจนถึงกล้อง

Dash Cam ที่เป็นกล้องรถมอเตอร์ไซค์ Sony a6000 มีความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซล ทำงานด้วยเซ็นเซอร์  APS-C Exmor APS HD CMOS และระบบประมวลภาพ BIONZ X บนจอ LCD ขนาด 3 นิ้วที่สามารถปรับขึ้นลงได้ ความละเอียดในการถ่ายวิดีโอ Full HD 1080i และถ่ายภาพได้รวดเร็วด้วยโฟกัสอัตโนมัติ คุณสามารถใช้งานไวไฟในตัวได้ สำหรับการเชื่อมต่อที่สะดวกสบาย มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีขาว สีดำ และสีเงิน

คุณสมบัติพิเศษ:

  • มีความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซลและวิดีโอ Full HD 1080i
  • ระบบประมวลภาพ BIONZ X
  • ถ่ายภาพได้รวดเร็วด้วยโฟกัสอัตโนมัติ

กล้อง 2021 CANON EOS R6

Canon EOS R6 เพิ่งเปิดตัวไปเดือนกรกฎาคม 2020 นี้เอง เป็นกล้องที่ Canon ตั้งใจจะให้เป็นกล้อง Mirrorless ระดับกลางที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์ เหมาะสำหรับการใช้งานเพื่อถ่ายภาพท่องเที่ยว ใช้งานส่วนตัวหรือจะรับงานเป็นเเบบธุรกิจ ถ่ายภาพหรืองานวิดีโอก็ทำได้ 

ด้วยประสิทธิภาพของกล้องที่มีเซนเซอร์ Full Frame ความละเอียด 20 MP บันทึกวิดีโอความละเอียด 4K มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกนในตัวกล้องมีระบบออโต้ที่มีความรวดเร็ว แม่นยำทั้งการถ่ายภาพ และการถ่ายวีดิโอ 

ความสามารถในการถ่ายภาพในที่เเสงน้อยก็ค่อนข้างจะโดดเด่นเช่นกัน เพราะกล้อง EOS R6 มีช่วง ISO ตั้งแต่ 100 – 102,400 และโฟกัสได้ในที่แสงน้อยถึงระดับ EV-6.5  โดยกล้องสามารถจับโฟกัสได้ในที่แสงน้อยหรือเกือบมืดสนิทในขณะที่เเทบจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

เรื่องสีผิวเเละสีสันของ Canon ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะสีผิวของ Canon เป็นที่รู้กันดีว่าผิวสวยเนียน เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ Portrait ทั้งยังมีชิพประมวลผลรุ่นใหม่ DIGIC X นอกจากจะประมวลผลเร็วเเล้วยังทำให้สีอิ่มสวยสมจริงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

การเลือกซื้อ กล้องฟิล์ม ให้เหมาะกับความต้องการ

ต้องยอมเลยว่า กล้องฟิล์ม นั้นกลับมาฮิตอีกรอบและ ปัจจุบันก็มีอยู่มากมายหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็จะเหมาะกับผู้ใช้ในระดับต่าง ๆ ความยาก-ง่าย ความซับซ้อน ในการใช้งานก็จะต่างกัน หากคุณเป็นมือใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลยแล้วอยู่ ๆ มาจับกล้องฟิล์มระดับสูงเลยความยาก มันอาจจะเป็นการทำให้ตัวคุณเองรู้สึกท้อและอาจทำให้คุณไม่อยากจับกล้องฟิล์มอีกเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีเรามาเริ่มจากพื้นฐานกันก่อนดีกว่าครับ ราคาไม่แพงแถมใช้งานง่าย และต่อไปนี้ก็เป็นคำแนะนำดี ๆ ให้คุณใช้เลือกกล้องฟิล์มที่มันเหมาะกับคุณ

1. รูปแบบของกล้อง

กล้องฟิล์ม สามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภทมากครับ ขึ้นอยู่ว่าเราจะใช้เกณฑ์อะไรในการแบ่ง ซึ่งมันมีรายละเอียดเยอะมาก ๆ แต่สำหรับมือใหม่ เราแนะนำเป็นกล้องฟิล์มประเภทที่เน้นใช้งานง่าย ๆ และราคาไม่แพงก่อนดีกว่าครับ อย่างที่เราได้บอกไป หากเราเทียบกับกล้องในปัจจุบัน กล้องฟิล์มจะมีความยากลำบากกว่ามาก และต้องใช้เวลากว่าที่จะได้ภาพมา นอกจากนี้คุณยังต้องลุ้นอีกว่าภาพของคุณจะออกมาสวยหรือไม่ ดังนั้นมันอาจทำให้มือใหม่ผิดหวังได้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นกล้องฟิล์มที่เราเลือกมาจะเป็นพวก กล้อง Point & Shoot ครับ ซึ่งจะใช้งานง่าย เห็นอะไรสวย ๆ ก็หยิบขึ้นมาถ่ายได้เลยทันที ไม่ต้องตั้งค่าอะไรให้มันวุ่นวาย เหมาะสำหรับมือใหม่ครับ ซึ่งกล้องแบบนี้ก็จะมีหลายระดับอีกเช่นกัน เราขอหยิบยกมา 3 ประเภท หลัก ๆ ดังนี้

1.1 กล้องใช้แล้วทิ้ง :

กล้องแบบนี้จะเหมาะกับคนที่อยากจะลองเล่นกล้องฟิล์มครับ ซึ่งมันมีราคาไม่สูงมาก ส่วนใหญ่มาพร้อมฟิล์มในตัว คุณสามารถนำไปใช้ถ่ายภาพได้เลย ซึ่งตัวกล้องค่อนข้างบอบบาง เป็นพลาสติกทั้งหมด ตามชื่อเลยครับถูกออกแบบมาให้ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย แต่ก็มีเทคนิคที่ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนฟิล์มเข้าไปใหม่เองได้ ซึ่งก็ต้องทำการศึกษาวิธีให้ละเอียดก่อนเปลี่ยนครับ

1.2 กล้องทอย :

ก็จะเหมือนกับกล้องใช้แล้วทิ้งนั้นแหละครับ แต่มันถูกออกแบบมาให้เปลี่ยนฟิล์มได้และมีดีไซน์ที่สวยงามขึ้น ดูไม่เปราะบางเท่ากับกล้องใช้แล้วทิ้งครับ ราคาก็จะสูงขึ้นมาเล็กน้อย

1.3 กล้องคอมแพค :

เป็นกล้องฟิล์มที่เน้นใช้งานง่ายเหมือนกัน แต่จะมีดีไซน์ที่สวยงามกว่ากล้องใช้แล้วทิ้งครับ อาจจะมีระบบออโต้ต่าง ๆ เพิ่มเข้ามาด้วย เพื่อให้คุณได้ภาพที่สวยงามมากขึ้น แต่แน่นอนราคาก็จะสูงขึ้นด้วยครับ

2. ความสามารถของกล้องที่คุณต้องรู้จัก 

กล้องทุก ๆ ประเภทมีค่าที่สำคัญอยู่ 3 ค่า เป็นค่าที่ใช้ในการควบคุมค่าแสงของภาพซึ่งสามารถส่งผลต่อภาพถ่ายของคุณได้โดยตรง นั่นคือ รูรับแสง (Aperture), ความไวแสง (ISO) และความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed) ถ้าหากคุณอยากเล่นกล้องฟิล์มคุณต้องรู้จักทั้ง 3 ค่า นี้ก่อนครับ

2.1 รูรับแสง (Aperture) :

ทำหน้าที่ในการควบคุมปริมาณแสงที่จะผ่านเข้าไปในกล้อง โดยปกติแล้วจะแสดงค่าด้วยต่อย่อ อาทิเช่น f/1.4, f/2, ….., f/11 เป็นต้น ให้คุณจำแบบง่าย ๆ ถ้าหาก ตัวเลขน้อย เท่ากับ รูรับแสงกว้าง แสงก็จะผ่านเข้ามาได้มาก ทำให้ภาพที่มีความสว่าง แต่ถ้า ตัวเลขมาก เท่ากับ รูรับแสงแคบ ภาพก็จะรับแสงได้น้อยลง ทำให้ภาพมืด เราจะสังเกตได้ว่ากล้องในปัจจุบันมีค่ารูรับแสงที่น้อยมาก ๆ ถ่ายยังไงก็สวย

2.2 ความไวแสง (ISO) :

เป็นค่าของความไวแสงครับ จะส่งผลต่อแสงในภาพ ในกล้องปัจจุบันเราสามารถปรับค่านี้ได้ที่ตัวกล้องเลย แต่สำหรับกล้องฟิล์ม ความไวแสง จะอยู่ที่ตัวฟิล์มครับ หากฟิล์มมี ISO 100 จะเหมาะกับการถ่ายกลางแจ้งเท่านั้น แต่ถ้าหาก ISO สูงขึ้นมา 200 ถึง 400 ก็จะเหมาะกับการใช้งานทั่ว ๆ ไป ถ่ายได้ทั้งแดดจัดและแสงน้อยครับ

2.3 ความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed) :

เป็นค่าความเร็วของการเปิดชัตเตอร์ครับ ยิ่งมีการเปิดไว้นานเท่าไหร่  มันก็จะยิ่งทำให้รับแสงและการขยับของวัตถุได้มากขึ้นเท่านั้นครับ หากนึกภาพไม่ออกให้คุณลองกระพริบตาแบบเร็ว ๆ ดูครับ คุณจะเห็นว่า สิ่งคุณมองเห็นจะ รวดเร็ว คมชัด และมีแสงเข้ามาได้น้อย แต่ถ้าคุณลอง ค่อย ๆ หลับตา และลืมตาขึ้น คุณจะเห็นสิ่งที่คุณมองอยู่ได้นานขึ้น รับแสงได้มากขึ้น และรับการเคลือนไหวได้ สำหรับกล้องฟิล์มส่วนใหญ่จะมีเวลาของการเปิดชัตเตอร์น้อย เนื่องจากในสมัยก่อน ทุกคนจะเน้นไปที่ความคมชัดครับ ซึ่งตัวย่อ คือ 1/125s หรือ 1 ส่วน 125 วินาที มันหมายความว่า ยิ่งสปีดชัตเตอร์มากขึ้น เวลาของการเปิดชัตเตอร์ก็จะยิ่งน้อยลง และหากเปิดชัตเตอร์น้อยลง ภาพก็จะคมชัดมากขึ้นนั่นเองครับ

คุณสามารถใช้ทั้งสามค่านี้มาเป็นปัจจัยในการเลือกกล้องฟิล์ม และฟิล์มของคุณได้ครับ สามารถพิจารณาตามการใช้งานได้เลย สำหรับกล้องฟิล์ม ค่าความไวแสง (ISO) จะอยู่ที่ฟิล์มที่คุณเลือกใช้ซึ่งคุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์

3. ระยะโฟกัส

ระยะโฟกัส คือ ระยะที่กล้องสามารถโฟกัสได้ครับ สำหรับกล้องใช้แล้วทิ้ง กล้องทอย คุณจะต้องกะระยะเอาเอง ไม่มีตัวช่วยใด ๆ ดังนั้นในการใช้งานคุณจะต้องอยู่ห่างจากตัวแบบตามระยะที่กล้องรุ่นนั้น ๆ สามารถโฟกัสได้ เช่น 1 เมตรขึ้นไป หากใกล้กว่านั้นตัวแบบก็จะเบลอ แต่ถ้าเป็นกล้องคอมแพคก็จะง่ายขึ้นหน่อย เนื่องจากในช่องมองภาพ จะมีจุดโฟกัสเอาไว้คอยเตือน หากภาพที่คุณกำลังจะถ่ายยังไม่โฟกัส ซึ่งช่วยลดภาพเสียได้เป็นอย่างดี

4. ดีไซน์การออกแบบ

สำหรับดีไซน์ของตัวกล้อง มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณชื่นชอบแบบไหน ? เราไม่สามารถบอกได้ว่า อันไหนสวย หรืออันไหนไม่สวย ซึ่งคุณต้องตัดสินใจเอาเองครับ แต่เราอยากให้คุณพิจารณาถึงขนาดของตัวกล้องด้วย เพื่อให้คุณสามารถพกพาได้สะดวกมากยิ่งขึ้นครับ

หลังจากที่คุณอ่านมาถึงส่วนนี้ หากคุณเข้าใจพื้นฐานของกล้องฟิล์ม คุณก็สามารถเลือกซื้อกล้องฟิล์มได้แล้วครับ สำหรับปัจจัยต่าง ๆ เมื่อนำมาประกอบกับความต้องการของคุณ ก็จะทำให้คุณเจอกล้องที่เหมาะกับคุณได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะไปเน้นใช้งานกลางแจ้ง หรือเน้นใช้งานในที่มืด หากเลือกกล้องได้เหมาะสม ภาพก็จะออกมาสวยตามที่คุณต้องการครับ และนี่ก็จะกล้องฟิล์มที่เราได้คัดเลือกมา จะมีรุ่นไหน ? ราคาเท่าไหร่บ้าง ? ไปดูกันเลยครับ

ทำความรู้จัก เซนเซอร์กล้อง

เซนเซอร์ เป็นชิ้นส่วนของฮาร์ดแวร์ซึ่งอยู่ภายในกล้อง เป็นการนำเซลล์ไวแสงหลายล้านชิ้นมารวมกัน ซึ่งเรียกว่า โฟโต้ไซด์ (Photosites) แต่เราจะคุ้นหูกับคำว่า พิกเซล (Pixel) นั่นเองค่ะ โดย เซนเซอร์ จะทำหน้าที่รับแสงและแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อส่งผลไปเก็บในการ์ดหน่วยความจำ ยิ่งกล้องของคุณ มีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ภาพถ่ายของคุณ ก็จะมีคุณภาพของภาพที่ดีขึ้นมากเท่านั้น นั่นก็เป็นเพราะว่า เซนเซอร์ที่มีขนาดใหญ่โฟโต้ไซด์ที่อยู่ภายในจะใหญ่ขึ้นด้วย ทำให้มันมีความไวต่อแสงมากขึ้น มีความคมชัด สามารถเก็บรายละเอียดมากกว่า ซึ่งก็แน่นอนค่ะราคาก็จะสูงขึ้นเป็นเงาเลยทีเดียว

ในปัจจุบัน มีการใช้งานเซนเซอร์อยู่หลายขนาด อาทิเช่น Medium Format, Full Frame, APS-H, APS-C, Micro Four Thirds และ 1″ เป็นต้น ซึ่งใน Mirrorless Camera และ DSLR Camera ก็จะมีเซนเซอร์มากมายที่นิยมใช้กัน แต่อันที่เหมาะสำหรับมือใหม่เราขอแนะนำให้ใช้เพียง APS-C และ Micro Four Thirds ก็พอค่ะ เนื่องจากมีราคาไม่สูงมาก

กล้องถ่ายวิวสวย FUJIFILM X-A10

กล้อง FUJIFILM X-A10 สำหรับรุ่นนี้เป็น กล้องที่มาพร้อมเลนส์ขนาดเซนเซอร์ 23.6 มิลลิเมตร เลือกปรับค่า ISO ได้สูงสุดถึง 25,600 และโฟกัสการถ่ายได้สูงสุดถึง 49 จุดในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้รองรับการถ่ายภาพในทุกสภาพแสงได้อย่างลงตัว

โดยจุดเด่นของกล้องถ่ายภาพรุ่นนี้ คือ การเป็น กล้อง Mirrorless ที่สามารถใช้ถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยน้ำเบาและดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาให้จับถือได้สะดวก รวมไปถึงยังพลิกหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานหน้าจอทัชสกรีนในการเซลฟี่ได้ถึง 180 องศาอีกด้วย

และด้วยความง่ายในการใช้งานฟังก์ชันและการปรับค่าต่าง ๆ ทำให้ถึงแม้จะเป็นมือใหม่ ก็จะสามารถเรียนรู้และใช้งานคล่องได้ในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนี้ยังควบคุมการสั่งการตัวเครื่องได้ง่ายผ่านอินเตอร์เฟส ที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัว จึงเรียกได้ว่า กล้องถ่ายรูป รุ่นนี้ เป็นกล้องที่ถูกออกแบบมาสำหรับมือใหม่ อย่างแท้จริง และน่าจะถูกใจคนที่กำลังมองหากล้องสายเซลฟี่เป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ

กล้องวิดีโอเว็บแคม Logitech C920 Pro HD

มาในยุคที่เราบ้างคนต้องทำงานที่บ้านกันมาขึ้น เพราะการระบาดของไวรัสโควิด – 19 ที่แพร่ระบาดกันได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายมาก และทุกวันนี้การแพร่ระบาดการกลายพันธุ์ก็เริ่มพัฒนาไปเรื่อยๆแล้ว ดังนั้นการที่เราต้องทำงานที่บ้านและมีการประชุมโดยผ่านกล้อง กล้องวิดีโอเว็บแคม นั้นถือว่าสำคัญมาก วันนี้เรามีตัวกล้อง Logitech C920 Pro HD ที่อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองกัน

กล้องสำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นต่อมาเป็นกล้องขนาดเล็ก ที่มีความโดดเด่นอยู่ในเรื่องของการพกพา ซึ่งทำได้ง่ายเพียงติดไว้กับตัวแล็ปท็อป โดยรองรับการใช้งานร่วมกันได้กับระบบปฏิบัติการของตัวอุปกรณ์มากมาย ตั้งแต่ Windows 7, Windows 8, Windows 10, macOS 10.10, Chrome OS ไปจนถึง Android ตั้งแต่เวอร์ชัน 5.0 เป็นต้นไป มาพร้อมระบบโฟกัสแบบอัตโนมัติ ที่ช่วยให้คุณใช้งานกล้องตัวดังกล่าวได้ง่าย รวมไปถึงยังเพิ่มคุณภาพในการสื่อสารได้ดีมากยิ่งขึ้นจากไมโครโฟนระบบเสียงเสตอริโอ ที่ถูกติดตั้งมาให้ด้านในของตัวเครื่องด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ด้วยการทำงานของระบบปรับแสงแบบอัตโนมัติ ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณใช้งานได้แม้ในสถานที่ที่มีแสงน้อย อีกทั้งด้วยการประมวลผลภาพที่ยอดเยี่ยมเมื่อใช้งานร่วมกันกับตัวเครื่อง ยังเป็นผลให้ตัวอุปกรณ์ใช้งานได้อย่างลงตัวกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ มากมาย เช่น Skype, Google Hangouts หรือแม้แต่ Facetime บนเครื่อง macbook อีกด้วยครับ

กล้องเว็บแคม Oker HD-629

สำหรับยี่ห้อ Oker HD-629 เป็นกล้องเว็บแคมความละเอียด Full HD หรือ 1,080P ที่ใช้งานร่วมกันกับคอมพิวเตอร์ PC และแล็ปท็อปได้หลากหลายรุ่น ผ่านการเชื่อมต่อตัวอุปกรณ์จากพอร์ต USB 2.0 ด้วยจำนวนพิกเซลในการถ่ายที่ 2 ล้านเมกะพิกเซล ที่ใช้งานเซ็นเซอร์ในการถ่ายเป็นแบบ CMOS ซึ่งช่วยให้คุณสามารถสนทนาทางออนไลน์ ทั้งการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่การประชุมได้อย่างลื่นไหล

โดยในด้านของดีไซน์การออกแบบ เรียกได้ว่าค่อนข้างมีความแปลกใหม่ แต่ยังคงความสวยงามไปได้ในเวลาเดียวกัน รวมไปถึงจากการออกแบบให้สามารถตั้งบนโต๊ะและติดกับหน้าจอของ PC และแล็ปท็อปได้ ยังเป็นสิ่งที่ทำให้คุณจัดวางตัวเครื่องได้ตามความต้องการอีกด้วย ที่สำคัญเพื่อการสนทนาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รุ่นนี้ยังมีการใส่ไมโครโฟนขนาดเล็กมาให้ภายในตัวเครื่อง ส่งผลให้คุณพูดคุยผ่านกล้องตัวนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องต่ออุปกรณ์เพิ่มเติมเลยแม้แต่ชิ้นเดียวครับ

กล้องเว็บแคม Logitech Brio 4K Ultra HD

กล้องแว็บแคม ดีไซน์สุดทันสมัย ที่รองรับการบันทึกวิดีโอและการสนทนาออนไลน์ผ่านทาง วิดีโอ สูงสุดในระดับ 4K ด้วยจำนวนเฟรมเรตในการถ่ายที่ 30 fps บนคอมพิวเตอร์ PC และ แล็ปท็อป ที่ใช้งานเวอร์ชันปฏิบัติการตั้งแต่ Windows 7 และ macOS 10.10 เป็นต้นไป ผ่านทางพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 และ USB 2.0 โดยที่รุ่นนี้นับเป็นหนึ่งในรุ่นของอุปกรณ์ดังกล่าว ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่มาความทันสมัยมากที่สุดในโลก

ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันการจดจำใบหน้าสำหรับการปลดล็อคการทำธุรกรรมอินไลน์ต่าง ๆ มุมมองในการใช้งานที่กว้างมากถึง 90 องศา ระบบ RightLight 3 ซึ่งช่วยปรับความสว่างและสภาวะแสงของภาพให้มีความสมดุลในระดับสูงสุด หรือแม้แต้การซูมแบบดิจิตอลเพื่อให้ปรับมุมมองในการถ่ายได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานด้านการสตรีมมิ่งเกมหรือสิ่งต่าง ๆ การบันทึกภาพความละเอียดระดับสูง ไปจนถึงการประชุมกับคู่ค้าธุรกิจแบบออนไลน์ ที่ต้องการความปลอดภัยในระดับสูงสุด กล้อง logitech ตัวนี้น่าจะเป็นหนึ่งในรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ในระดับสูงสุดแน่นอนครับ

กล้องเว็บแค็ม-WEBCAM HD OW-019

WEBCAM HD OW-019 กล้องเว็บแค็มราคาประหยัดถูกใจวัยรุ่น วัยเรียน หลายๆท่านแน่นอนซึ่งขณะนี้ก็เกิดไวรัส โควิด- 19 ที่ระบาดไปทั่วและต้องอยู่บ้านกันอีกแถมต้องประหยัด กล้องเว็บแค็มตัวนี้ก็ช่วยได้เยอะเลย

โดยในส่วนของการใช้งานตัวเครื่องรองรับการทำงานร่วมกันได้บนอุปกรณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ PC และแล็ปท็อปที่ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ Windows 7, Windows 8, Windows 10, macOS, Chrome OS ไปจนถึงสมาร์ทโฟน Android เวอร์ชัน 5.0 เป็นต้นไป

ที่สำคัญยังมีการติดตั้งไมโครโฟนแบบ Built-in มาให้ภายในตัวกล้อง ช่วยให้คุณไม่จำเป็นจะต้องต่ออุปกรณ์ในการใช้งานเลยแม้แต่ชิ้นเดียว อย่างไรก็ตามในตัวอุปกรณ์ก็ยังคงมีข้อจำกัดที่สำคัญอยู่ในเรื่องของระยะการบันทึกเสียง ที่ทำได้เพียงแค่ 1.5 เมตรซึ่งค่อนข้างน้อยสำหรับกล้องเว็บแคมในปัจจุบัน แต่ก็ยังถือว่าใช้งานได้เพียงพอในเบื้องต้นแล้วครับ

เคล็ดไม่ลับการเลือกซื้อเลนส์กล้องสำหรับมือใหม่

สมัยนี้ไม่ต้องรอให้เป็นช่างภาพก็สามารถถ่ายรูปให้สวยได้ และไม่ว่าจะทำเป็นช่างภาพมืออาชีพหรือมือสมัครเล่นหรือทำเป็นงานอดิเรกเราก็อยากมีกล้องดีและเลนกล้องที่ถ่ายภาพสวยๆวันนี้เราเลยจะมาบอกเทคนิคดีๆกัน เมื่อใดก็ตามที่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพ เราหวังอยากได้ภาพที่สวยงาม คมชัด นักถ่ายภาพเองจะต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ เพื่อให้ภาพที่ออกมามีคุณภาพและได้ดังใจ นอกจากตัวกล้องและฝีมือของผู้ถ่ายภาพเองแล้ว เลนส์ก็เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเลนส์กล้องแต่ละแบบจะตอบสนองการถ่ายภาพในลักษณะแตกต่างกันไป สำหรับมือใหม่ผู้เริ่มต้น เราขอแนะนำข้อคิดในการเลือกเลนส์ถ่ายภาพ เพื่อให้ท่านมีความสุขมากขึ้นกับการถ่ายภาพในครั้งต่อไป

1. ชอบถ่ายภาพแบบไหน

ความชอบในการถ่ายภาพแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบถ่ายภาพคน หรือ Portrait แนะนำเป็นประเภทเลนส์เทเลโฟโต้ หรือ เลนส์ฟิกซ์ หรือเลนส์ระยะโฟกัสคงที่ จะใช้การเดินในการกำหนดระยะ จะได้ภาพที่คมชัด สำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ ภาพนก หรือ Landscape ต้องการภาพที่มีมุมมองที่กว้าง ควรเลือกใช้เลนส์เทเลซูม หรือ เลนส์ไวด์

2.  เลนส์เดี่ยวหรือเลนส์ซูม

คุณสมบัติของเลนส์ฟิกหรือเลนส์ทางยาวโฟกัสเดียว อาจบอกได้ว่าเหมาะสำหรับมือใหม่ที่จะเริ่มต้นในการถ่ายภาพ เนื่องจากเป็นเลนส์ที่มีราคาไม่แพง ให้ภาพที่คมชัดเหมาะกับการถ่ายภาพคน ถ่ายได้แม้ในที่แสงน้อย ส่วนข้อดีของเลนส์ซูมคือสามารถถ่ายภาพได้หลากหลายกว่า สามารถปรับทางยาวโฟกัสได้ซึ่งก็เป็นเลนส์อีกตัวที่ควรมีไว้เช่นกัน

3. รูรับแสง

รูรับแสงเป็นระบบที่ควบคุมความสว่างของแสงที่เข้าสู่เลนส์ บริเวณที่มีแสงน้อยหรือแสงสลัวควรกำหนดค่ารูรับแสงให้กว่าขึ้น และหากบริเวณใดที่มีแสงสว่างมากการกำหนดรูรับแสงควรให้เล็กลง เหมาะสมกับค่าความเร็วชัตเตอร์เพื่อให้ภาพที่ได้มีความคมชัด สำหรับผู้มีงบจำกัดสามารถเริ่มต้นได้กับผู้ผลิตเลนส์อิสระหรือเลนส์ที่มีรูรับแสง F4 คงที่ หรือใช้เลนส์ของผู้ผลิตอิสระเลนส์ F2.8-4 ส่วนเลนส์ซูมที่มีค่า F น้อย จะมาพร้อมความสามารถในการโฟกัสได้ไวแม้สภาพแสงน้อย แต่ราคาก็สูงตามความสามารถ

4. ทดสอบเลนส์ก่อนซื้อ

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้อเลนส์แบบไหน ท่านสามารถนำกล้องไปที่ร้านเพื่อขอทดสอบเลนส์ซึ่งโดยปกติทางร้านจะอนุญาตอยู่แล้ว หรือจะขอเช่าเลนส์จากร้านที่มีบริการให้เช่าเลนส์ก็ได้ โดยการตรวจเช็คเบื้องต้น ให้ดูบริเวณโดยรอบข้างตัวเลนส์ควรอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่ควรมีรอยขีดข่วน ควรดูบริเวณเลนส์ชิ้นหน้าสุดและหลังสุดว่ามีล่องรอยขีดข่วนหรือมีเชื้อราในบริเวณนี้หรือไม่ ทดสอบระบบการซูมและระบบโฟกัสของเลนส์ว่าการทำงานเป็นปกติ และไม่มีเสียงดังที่ผิดปกติ ตรวจสอบการทำงานของรูรับแสง โดยการปรับค่า f-stop ในค่าต่างๆ เพื่อดูการสั่งงานของเลนส์ว่ามีปัญหาหรือไม่