Slider

Blog

10 กล้องเว็บแคม ( Webcam ) ยี่ห้อไหนดี ในปี 2020

ในยุคที่การเป็นสตรีมเมอร์ การเรียนออนไลน์ และการทำงานแบบ Work From Home เป็นสิ่งที่กำลังได้รับความนิยม และกลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่เลี่ยงไปไม่ได้เสียแล้วในขณะนี้ เป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ทั้ง โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์เสริม สำหรับใช้งานคู่กันกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดังกล่าว เริ่มกลายเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย สำหรับการหามาใช้งานเพื่อตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยหนึ่งในสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันกับสิ่งอื่น ๆ ก็คงจะเป็น กล้องเว็บแคม ที่ช่วยให้คุณสนทนาหน้ากล้อง แบบเห็นหน้ากันได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อจากสถานที่ใด ๆ ก็ตาม รวมไปถึง ยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการทำงานของหลากหลายอาชีพ ทั้งสตรีมเมอร์ ยูทูปเบอร์ หรือแม้แต่ติวเตอร์ในสมัยนี้ ที่เรียกว่าแทบจะขาดไปไม่ได้เลยทีเดียวครับ

10 กล้องเว็บแคม ( Webcam ) ยี่ห้อไหนดี ในปี 2020

  1. Logitech Brio 4K Ultra HD
  2. Hoco Webcam Full HD 1080P DI01
  3. Oker HD-629
  4. Logitech C920 Pro HD
  5. Nubwo NWC-560 Web Cam 720P
  6. GloryStar HD Webcam 1080P
  7. BESDER 1080P Web Camera
  8. WEBCAM HD OE-019
  9. CAISHENDO A870 HD Webcam 480P
  10. BEN Webcam 1080P

1. Logitech Brio 4K Ultra HD

กล้องเว็บแคม Logitech Brio 4K Ultra HD

กล้องเว็บแคม ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสมัยใหม่แบบครบครัน สามารถใช้งานได้รอบด้านด้วยความละเอียดสูงสุดระดับ 4K

ยี่ห้อ/รุ่นLogitech Brio 4K Ultra HD
ความละเอียดวิดีโอ4K
พอร์ตเชื่อมต่อUSB 3.0 และ USB Type-C
ความต้องการของระบบWindows 7 หรือสูงกว่า และ macOS 10.10 หรือสูงกว่า

ในรุ่นแรกเป็น กล้องแว็บแคม ดีไซน์สุดทันสมัย ที่รองรับการบันทึกวิดีโอและการสนทนาออนไลน์ผ่านทาง วิดีโอ สูงสุดในระดับ 4K ด้วยจำนวนเฟรมเรตในการถ่ายที่ 30 fps บนคอมพิวเตอร์ PC และ แล็ปท็อป ที่ใช้งานเวอร์ชันปฏิบัติการตั้งแต่ Windows 7 และ macOS 10.10 เป็นต้นไป ผ่านทางพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 และ USB 2.0 โดยที่รุ่นนี้นับเป็นหนึ่งในรุ่นของอุปกรณ์ดังกล่าว ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่มาความทันสมัยมากที่สุดในโลก

ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันการจดจำใบหน้าสำหรับการปลดล็อคการทำธุรกรรมอินไลน์ต่าง ๆ มุมมองในการใช้งานที่กว้างมากถึง 90 องศา ระบบ RightLight 3 ซึ่งช่วยปรับความสว่างและสภาวะแสงของภาพให้มีความสมดุลในระดับสูงสุด หรือแม้แต้การซูมแบบดิจิตอลเพื่อให้ปรับมุมมองในการถ่ายได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานด้านการสตรีมมิ่งเกมหรือสิ่งต่าง ๆ การบันทึกภาพความละเอียดระดับสูง ไปจนถึงการประชุมกับคู่ค้าธุรกิจแบบออนไลน์ ที่ต้องการความปลอดภัยในระดับสูงสุด กล้อง logitech ตัวนี้น่าจะเป็นหนึ่งในรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ในระดับสูงสุดแน่นอนครับ

ข้อดี
✓ ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K
 ฟังก์ชันการจดจำใบหน้า
 ฟังก์ชัน RightLight 3 สำหรับการปรับระดับแสงให้มีความสมดุล

ข้อเสีย
 ไม่รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์รุ่นเก่า

2. Hoco Webcam Full HD 1080P DI01

กล้องเว็บแคม Hoco Webcam Full HD 1080P DI01

กล้องต่อคอมความละเอียด Full HD ที่ทำงานร่วมกันกับคอมพิวเตอร์ PC แล็ปท็อป หรือ Android TV ได้อย่างลงตัวผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB

ยี่ห้อ/รุ่นHoco Webcam Full HD 1080P DI01
ความละเอียดวิดีโอFull HD
พอร์ตเชื่อมต่อUSB
ความต้องการของระบบWindows XP, Windows VISTA, Windows 7, Windows 8, Windows 10 และอื่น ๆ

ต่อมาเป็นกล้องสำหรับต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ PC และแล็ปท็อป ซึ่งให้ความละเอียดของกล้องถ่ายภาพมาที่ 2 ล้านเมกะพิกเซล สามารถบันทึกวิดีโอได้ด้วยคุณภาพสูงสุดในระดับ Full HD 30 fps หรือ 1,080P ทำให้ใช้งานถ่ายทำหรือสนทนาผ่านทางออนไลน์ได้อย่างคมชัดในทุกสถานการณ์อย่างลื่นไหล

โดยในด้านของการใช้งาน ก็เรียกว่าทำได้ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งจากการปรับองศาที่ทำได้มากถึง 85 องศาในแนวนอน ไมโครโฟนแบบ Built-inในตัวเครื่อง ที่ช่วยให้การสนทนามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นภายในระยะ 10 เมตร ระบบออโต้โฟกัสแบบเรียลไทม์เพื่อให้มีภาพคมชัดที่สุดในช่วงของการใช้งาน

ไปจนถึงระบบการปรับ White Balance สำหรับคงคุณภาพสีและแสงในระหว่างการสนทนาให้มีความสมจริง ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ในสถานการณ์จริงด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนในเรื่องของอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งาน ก็จะมีตั้งแต่แล็ปท็อปและ PC ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows XP เป็นต้นไป และจะเชื่อมต่อตัวอุปกรณ์ได้โดยตรงผ่านพอร์ต USB นั่นเองครับ

ข้อดี
✓ ไมโครโฟนแบบ Built-in ในตัวเครื่อง
 ฟังก์ชันปรับแต่งแสงและสีแบบ White Balance
 ระยะการใช้งานสูงสุด 10 เมตร

ข้อเสีย
 ไม่รองรับความละเอียดระดับ 4K

3. Oker HD-629

กล้องเว็บแคม Oker HD 629

กล้องติดคอมดีไซน์สมัยใหม่ความละเอียด Full HD ที่ช่วยให้คุณสนทนาทางออนไลน์ได้อย่างคมชัด

ยี่ห้อ/รุ่นOker HD-629
ความละเอียดวิดีโอFull HD
พอร์ตเชื่อมต่อUSB 2.0
ความต้องการของระบบ

Oker HD-629 เป็นกล้องเว็บแคมความละเอียด Full HD หรือ 1,080P ที่ใช้งานร่วมกันกับคอมพิวเตอร์ PC และแล็ปท็อปได้หลากหลายรุ่น ผ่านการเชื่อมต่อตัวอุปกรณ์จากพอร์ต USB 2.0 ด้วยจำนวนพิกเซลในการถ่ายที่ 2 ล้านเมกะพิกเซล ที่ใช้งานเซ็นเซอร์ในการถ่ายเป็นแบบ CMOS ซึ่งช่วยให้คุณสามารถสนทนาทางออนไลน์ ทั้งการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่การประชุมได้อย่างลื่นไหล

โดยในด้านของดีไซน์การออกแบบ เรียกได้ว่าค่อนข้างมีความแปลกใหม่ แต่ยังคงความสวยงามไปได้ในเวลาเดียวกัน รวมไปถึงจากการออกแบบให้สามารถตั้งบนโต๊ะและติดกับหน้าจอของ PC และแล็ปท็อปได้ ยังเป็นสิ่งที่ทำให้คุณจัดวางตัวเครื่องได้ตามความต้องการอีกด้วย ที่สำคัญเพื่อการสนทนาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รุ่นนี้ยังมีการใส่ไมโครโฟนขนาดเล็กมาให้ภายในตัวเครื่อง ส่งผลให้คุณพูดคุยผ่านกล้องตัวนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องต่ออุปกรณ์เพิ่มเติมเลยแม้แต่ชิ้นเดียวครับ

ข้อดี
✓ ดีไซน์สุดทันสมัย
 ไมโครโฟนที่ติดตั้งมาภายในตัวเครื่อง
 ความละเอียดระดับ Full HD

ข้อเสีย
 ตัวเครื่องค่อนข้างมีขนาดใหญ่

4. Logitech C920 Pro HD

กล้องเว็บแคม Logitech C920 Pro HD

กล้องโน้ตบุ๊กขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะสำหรับการพกพา ช่วยให้คุณสนทนากับผู้คนได้จากทุกที่ที่คุณต้องการ

ยี่ห้อ/รุ่นLogitech C920 Pro HD
ความละเอียดวิดีโอFull HD
พอร์ตเชื่อมต่อUSB
ความต้องการของระบบWindows 7, Windows 8, Windows 10, macOS, Chrome OS และ Android 5.0

กล้องสำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นต่อมาเป็นกล้องขนาดเล็ก ที่มีความโดดเด่นอยู่ในเรื่องของการพกพา ซึ่งทำได้ง่ายเพียงติดไว้กับตัวแล็ปท็อป โดยรองรับการใช้งานร่วมกันได้กับระบบปฏิบัติการของตัวอุปกรณ์มากมาย ตั้งแต่ Windows 7, Windows 8, Windows 10, macOS 10.10, Chrome OS ไปจนถึง Android ตั้งแต่เวอร์ชัน 5.0 เป็นต้นไป มาพร้อมระบบโฟกัสแบบอัตโนมัติ ที่ช่วยให้คุณใช้งานกล้องตัวดังกล่าวได้ง่าย รวมไปถึงยังเพิ่มคุณภาพในการสื่อสารได้ดีมากยิ่งขึ้นจากไมโครโฟนระบบเสียงเสตอริโอ ที่ถูกติดตั้งมาให้ด้านในของตัวเครื่องด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ด้วยการทำงานของระบบปรับแสงแบบอัตโนมัติ ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณใช้งานได้แม้ในสถานที่ที่มีแสงน้อย อีกทั้งด้วยการประมวลผลภาพที่ยอดเยี่ยมเมื่อใช้งานร่วมกันกับตัวเครื่อง ยังเป็นผลให้ตัวอุปกรณ์ใช้งานได้อย่างลงตัวกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ มากมาย เช่น Skype, Google Hangouts หรือแม้แต่ Facetime บนเครื่อง macbook อีกด้วยครับ

ข้อดี
✓ รองรับอุปกรณ์ได้หลากหลาย
 ระบบปรับแสงแบบอัตโนมัติ
 ใช้งานกับแอปพลิเคชันมากมายได้แบบมีประสิทธิภาพ

ข้อเสีย
 ไม่รองรับความละเอียดระดับ 4K

5. Nubwo NWC-560 Web Cam 720P

กล้องเว็บแคม Nubwo NWC 560 Web Cam 720P

Webcam ขนาดใหญ่พร้อมขาตั้ง ที่เคลื่อนย้ายได้ง่ายจากน้ำหนักเบาเพียง 92 กรัม

ยี่ห้อ/รุ่นNubwo NWC-560 Web Cam 720P
ความละเอียดวิดีโอHD
พอร์ตเชื่อมต่อUSB 2.0
ความต้องการของระบบWindows และอื่น ๆ

Nubwo NWC-560 Web Cam 720P เป็นอีกหนึ่ง webcam ที่ค่อนข้างมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะจากไมโครโฟนที่ถูกติดตั้งมาให้ด้านในตัวเครื่อง ซึ่งจะมีจุดเด่นอยู่ในเรื่องของระบบดูดเสียง ที่ช่วยให้การสนทนาและการบันทึกวิดีโอมีความชัดได้ ภายในระยะการใช้งานสูงสุดกว่า 10 เมตร มาพร้อมขาตั้งดีไซน์สุดทันสมัย ที่ทำให้คุณสามารถจัดวางตัวอุปกรณ์ไว้ได้ในทุกที่ที่คุณต้องการ

รวมไปถึงยังปรับงอได้เพื่อความมั่นคงในการติดตั้งอีกด้วย ส่วนในด้านของการใช้งานเกี่ยวกับวิดีโอ รุ่นนี้ยังมีการใส่ระบบปรับสมดุลแสงสีขาว และแก้ไขสีในระหว่างการทำงานแบบอัตโนมัติ ควบคู่ไปกับการบันทึกวิดีโอด้วยความคมชัดสูงสุดในระดับ HD จากกล้องถ่ายภาพขนาด 3 ล้านเมกะพิกเซล อีกทั้งยังปรับการโฟกัสได้แบบอัตโนมัติ ผ่านทางออปติคอลเลนส์ความแม่นยำสูง และยังปรับการโฟกัสผ่านระบบมือได้ด้วยการหมุนเลนส์ด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นจากน้ำหนักของตัวเครื่องที่มีเพียง 92 กรัม ยังทำให้การพกพาเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยากเลยแม้แต่น้อยครับ

ข้อดี
✓ ระบบปรับแสงสีขาวและแก้ไขสีแบบอัตโนมัติ
 ระบบโฟกัสแบบอัตโนมัติ
 น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 92 กรัม

ข้อเสีย
 ความละเอียดวิดีโอเพียงระดับ HD

6. GloryStar HD Webcam 1080P

กล้องเว็บแคม GloryStar HD Webcam 1080P

กล้องเว็บแคมพร้อมไมโครโฟนบันทึกเสียงแบบ Built-in ที่ช่วยให้คุณสนทนาผ่านกล้องได้ด้วยระยะทางกว่า 10 เมตร

ยี่ห้อ/รุ่นGloryStar HD Webcam 1080P
ความละเอียดวิดีโอFull HD
พอร์ตเชื่อมต่อUSB
ความต้องการของระบบ

อีกหนึ่งรุ่นของกล้องบันทึกวิดีโอสำหรับคอมพิวเตอร์ PC และแล็ปท็อปที่น่าซื้อ คือ GloryStar HD Webcam 1080P กล้องเว็บแคมความละเอียดระดับ Full HD ที่มาพร้อมไมโครโฟนบันทึกเสียงแบบ Built-in ซึ่งช่วยให้รองรับการบันทึกเสียงได้อย่างยอดเยี่ยมในระยะการใช้งานสูงสุดถึง 10 เมตร และยังมีการใส่ฟังก์ชัน Noise Canceling เพื่อเพิ่มความคมชัดในการสนทนาได้แบบมีคุณภาพด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ในด้านการใช้งานรุ่นนี้นับว่าเหมาะกับการทำงานในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งในด้านการเรียนออนไลน์ การประชุมออนไลน์ หรือแม้แต่การสนทนาผ่านอินเตอร์เน็ต และในด้านของการพกพาก็นับว่าทำได้ง่ายจากขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักที่ไม่มากจนเกินไปของตัวเครื่อง โดยหากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังมองหากล้องติดโน้ตบุ๊กสำหรับใช้ในการสนทนาผ่านช่องทางออนไลน์ เราขอแนะนำให้คุณลองตรวจสอบคุณสมบัติของกล้องรุ่นนี้ ที่เราเชื่อว่าจะต้องถูกใจคุณแน่นอนครับ

ข้อดี
✓ ฟังก์ชัน Noise Canceling
 ไมโครโฟนแบบ Build-in สำหรับการบันทึกเสียง
 ขนาดเล็กกะทัดรัดและน้ำหนักเบาพกพาสะดวก

ข้อเสีย
 ไม่รองรับความละเอียดระดับ 4K

7. BESDER 1080P Web Camera

กล้องเว็บแคม BESDER 1080P Web Camera

กล้องติดคอมสำหรับการสนทนาและการบันทึกวิดีโอออนไลน์ความละเอียด Full HD ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างสวยงาม และใช้งานได้ลงตัวในทุกสถานการณ์

ยี่ห้อ/รุ่นBESDER 1080P Web Camera
ความละเอียดวิดีโอFull HD
พอร์ตเชื่อมต่อUSB 2.0 และ USB 3.0
ความต้องการของระบบAndroid, iOS, Linux, Chrome OS, Ubuntu และ Windows

สำหรับรุ่นนี้เป็นกล้องเว็บแคมจากแบรนด์ BESDER ที่ถูกออกแบบมาให้คุณใช้เรียนออนไลน์ ประชุมออนไลน์ และสนทนาผ่านทางวิดีโอได้แบบมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยในด้านของความละเอียดวิดีโอรองรับสูงสุดในความละเอียดระดับ Full HD ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ที่ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ Android, iOS, Linux, Chrome OS, Ubuntu และ Windows ผ่านทางพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB เวอร์ชัน 2.0 และ 3.0

ส่วนในเรื่องของระบบบันทึกเสียงใช้งานเป็นไมโครโฟนแบบ Build-in ซึ่งรองรับการบันทึกเสียงได้แบบมีประสิทธิภาพภายในระยะการใช้งาน 5 เมตร และยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยในการปรับแต่งคุณภาพของวิดีโอในการสนทนา ให้มีทั้งแสงและสีที่มีความคมชัดสมจริงไปได้ในเวลาเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นจากการรองรับเฟรมเรตในการบันทึกวิดีโอกว่า 30 fps ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้วิดีโอที่แสดงผ่านกล้องมีความเคลื่อนไหวที่สมจริง และยังดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดด้วยเช่นกันครับ

ข้อดี
✓ รองรับระบบปฏิบัติการได้มากมาย
 ใช้งานพอร์ตการเชื่อมต่อทั้ง USB 2.0 และ USB 3.0
 ระบบปรับแต่งสีและแสงแบบอัตโนมัติ

ข้อเสีย
 ระยะบันทึกเสียงเพียง 5 เมตร

8. WEBCAM HD OW-019

กล้องเว็บแคม WEBCAM HD OE 019

กล้อง Webcam ดีไซน์สุดคลาสิกความละเอียด HD สามารถเชื่อมต่อการใช้งานได้ผ่านพอร์ต USB 2.0

ยี่ห้อ/รุ่นWEBCAM HD OW-019
ความละเอียดวิดีโอHD
พอร์ตเชื่อมต่อUSB 2.0
ความต้องการของระบบWindows 7, Windows 8, Windows 10, macOS X 10.9 หรือสูงกว่า, Chrome OS และ Android 5.0 หรือสูงกว่า

WEBCAM HD OW-019 เป็นกล้องต่อคอมพิวเตอร์ราคาประหยัด สำหรับใช้ในการเรียนออนไลน์ การประชุมออนไลน์ หรือการทำงานแบบ Work from home ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้

โดยในส่วนของการใช้งานตัวเครื่องรองรับการทำงานร่วมกันได้บนอุปกรณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ PC และแล็ปท็อปที่ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ Windows 7, Windows 8, Windows 10, macOS, Chrome OS ไปจนถึงสมาร์ทโฟน Android เวอร์ชัน 5.0 เป็นต้นไป

ที่สำคัญยังมีการติดตั้งไมโครโฟนแบบ Built-in มาให้ภายในตัวกล้อง ช่วยให้คุณไม่จำเป็นจะต้องต่ออุปกรณ์ในการใช้งานเลยแม้แต่ชิ้นเดียว อย่างไรก็ตามในตัวอุปกรณ์ก็ยังคงมีข้อจำกัดที่สำคัญอยู่ในเรื่องของระยะการบันทึกเสียง ที่ทำได้เพียงแค่ 1.5 เมตรซึ่งค่อนข้างน้อยสำหรับกล้องเว็บแคมในปัจจุบัน แต่ก็ยังถือว่าใช้งานได้เพียงพอในเบื้องต้นแล้วครับ

ข้อดี
✓ ตัวเครื่องเล็กกะทัดรัด
 ใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่หลากหลาย
 ใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่หลากหลาย

ข้อเสีย
 ระยะการใช้งานเพียง 1.5 เมตร

9. CAISHENDO A870 HD Webcam 480P

กล้องเว็บแคม CAISHENDO A870 HD Webcam 480P

กล้องสำหรับติดแล็ปท็อป โทรทัศน์ และหน้าจอ LCD ขนาดกะทัดรัด มาพร้อมความละเอียดในการบันทึกภาพสูงถึง 5 ล้านพิกเซล

ยี่ห้อ/รุ่นCAISHENDO A870 HD Webcam 480P
ความละเอียดวิดีโอHD
พอร์ตเชื่อมต่อUSB
ความต้องการของระบบWindows XP, Windows 2000, Windows VISTA, Windows 7, Windows 8 และ Windows 10

CAISHENDO A870 HD Webcam 480P เป็นกล้อง Webcam สำหรับติดตั้งกับแล็ปท็อป หน้าจอคอมพิวเตอร์ และ Android TV ที่ค่อนข้างมีขนาดเล็กหากเทียบกับรุ่นอื่น ๆ แต่ก็ยังคงมีประสิทธิภาพในการทำงานจัดอยู่ในระดับที่น่าสนใจ สามารถติดตั้งร่วมกันกับอุปกรณ์ได้อย่างลงตัว โดยไม่กินพื้นที่การแสดงผลของหน้าจอ มาพร้อมไมโครโฟนและลำโพงที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวกล้อง ซึ่งช่วยให้การสนทนาทำได้แบบมีคุณภาพ

ส่วนในด้านของความละเอียดในการแสดงผล มีการใช้งานระบบปรับแต่ง White Balance แบบอัตโนมัติ ที่ทำให้คุณภาพของวิดีโอมีความคมชัด และสว่างอย่างชัดเจนในทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังเลือกปรับระดับองศาในการใช้งานได้มากสุดถึง 180 องศาในแนวนอนอีกด้วย นอกจากนี้ยังใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าอย่าง Windows XP, Windows 2000, Windows VISTA ไปจนถึงระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุด เช่น Windows 7, Windows 8 และ Windows 10 เลยทีเดียวครับ

ข้อดี
✓ รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์รุ่นเก่า
 ระบบปรับแต่ง White Balance
 ปรับองศาในการใช้งานได้ 180 องศา

ข้อเสีย
 ความละเอียดวิดีโอระดับ HD

10. BEN Webcam 1080P

กล้องเว็บแคม BEN Webcam 1080P

Webcam สำหรับนักเรียนนักศึกษา ที่ต้องการอุปกรณ์เสริมในการเรียนออนไลน์

ยี่ห้อ/รุ่นBEN Webcam 1080P
ความละเอียดวิดีโอFull HD
พอร์ตเชื่อมต่อUSB
ความต้องการของระบบ

รุ่นสุดท้ายเป็นกล้อง Webcam ที่ถูกออกแบบ มาเพื่อรองรับการเรียนออนไลน์ ของนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับการเรียนในยุคนี้โดยเฉพาะ โดยที่กล้องเว็บแคมรุ่น BEN Webcam 1080P มาพร้อม คุณสมบัติ พิเศษต่าง ๆ มากมาย ที่ช่วยให้คุณใช้งานอุปกรณ์ตัวดังกล่าวได้ดีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบฐานจับให้มีความแข็งแรง เพื่อให้ตัวเครื่องไม่หลุดร่วงจนเกิดความเสียหายในระหว่างการใช้งาน

ขนาดเล็กกะทัดรัดที่ทำให้ไม่กินพื้นที่การแสดงผลของหน้าจอ การเชื่อมต่อที่ทำได้ง่ายผ่านพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB การปรับองศาของการถ่ายในแนวนอนแบบรอบทิศทาง 360 องศา ไปจนกระทั่งการปรับระดับแสงให้มีความสม่ำเสมอ เพื่อให้ภาพที่ได้มีความคมชัดในทุกรายละเอียด นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งไมโครโฟนสำหรับการสนทนา เพื่อให้คุณสามารถสื่อสารกับคู่สนทนาที่คุณกำลังติดต่อได้อีกด้วยครับ

ข้อดี
✓ การปรับองศาในการถ่ายแบบรอบทิศทาง
 ไมโครโฟนภายในตัวเครื่อง
 ฐานจับที่ถูกออกแบบมาอย่างแข็งแรง

ข้อเสีย
 ไม่รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 4K

10 กล้องเว็บแคม ( Webcam ) ยี่ห้อไหนดี ในปี 2020

ความหมายของ เทคโนโลยี สารสนเทศ หรือ IT

ปัจจุบันนี้คำว่า “เทคโนโลยี สารสนเทศ” หรือ เรียกสั้นๆว่า “ไอที”(IT) นั้นมักประยุกต์ใช้งานอย่างมากมายดูเหมือนจะทุกแวดวงล้วนมองเห็นจุดสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศแทบทั้งหมดทั้งปวง หรือบางทีอาจเรียกว่าโลกแห่งยุคITนั้นเอง ตามความจริง คำว่าไอที นั้น มีคำว่า “เทคโนโลยี” แล้วก็คำว่า “สารสนเทศ” มารวมกัน โดยแต่ละคำสื่อความหมายดังนี้

เทคโนโลยี สารสนเทศ

เทคโนโลยี (Technology)

เป็นการปรับใช้วิชาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ไห้เกิดผลดีที่ข้องเกี่ยวกับการสร้าง การผลิต วิธีการคำนวณ แล้วก็รวมทั้งเครื่องมือต่างๆที่ไม่ได้มีในตามธรรมชาติ โลกแห่งเทคโนโลยี สารสนเทศในยุคนี้ ทำให้มนุษย์ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกจากเทคโนโลยีมาดัดแปลงกับการดำเนินชีวิตทุกวันเยอะมากนับไม่ถ้วน

สารสนเทศ (Information)

คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาจากการประมวลผลข้อมูลดิบ (raw data) ด้วยการรวบรวมผลข้อมูลดิบจากแหล่งต่างๆรวมทั้งเอามาผ่านกรรมวิธีการประเมินผล ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งกลุ่มข้อมูล การจัดลำดับ ข้อมูล การคำนวณ และก็สรุปผล ต่อจากนั้นก็เอามาเสนอในลักษณะของรายงานที่สมควรต่อการใช้แรงงาน ที่นำไปสู่คุณประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นด้านของชีวิตประจำวันข้อมูล ความรู้ทางวิชาการ และก็ธุรกิจ

ด้วยเหตุนี้เมื่อนำคำว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็เลยได้ความหมายที่กว้างมากมายเนื่องจากเมื่อเอามารวมกันเป็นคำว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ ก็จะหมายถึงITเพื่อใช้กับการจัดการสารสนเทศซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีการสร้าง การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การวิเคราะห์และก็เผยแพร่ การติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม แล้วก็วัสดุอุปกรณ์สนับสนุน การกระทำงานด้านสารสนเทศอื่นๆซึ่งสามารถเอามาดัดแปลงงานด้วยกันเพื่อให้ได้มาซึ่งผลดี ประสิทธิภาพ ความถูกต้อง ความแม่นยำ ทันต่อเหตุการณ์ เพราะฉะนั้นก็เลยสามารถกล่าวโดยย่อว่า เทคโนโลยีสารสนเทศจะเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่สำคัญๆอยู่ 2 สาขาร่วมกัน เป็น เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ รวมทั้งเทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม

10 เทคโนโลยีที่มาแล้วและกำลังจะมาอยู่กับเราในชีวิตประจำวัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่คอยมาช่วยเหลือเราในชีวิตประจำวัน และแน่นอนไม่ว่าคุณจะธุรกิจไหนก็ต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง วันนี้เราเลยมานำเสนอเทคโนโลยี10ประเภทที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา

1. เทคโนโลยีในธุรกิจ

ทุกวันนี้ในธุรกิจมีการแข่งขันกันสูง ด้านเจ้าของธุรกิจก็ต้องการลดต้นทุนแต่ยังคงคุณภาพในตัวสินค้าและบริการอยู่ การดึงเอาเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจทำให้สามารถประหยัดต้นทุนทางธุรกิจได้ เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเงินที่ใช้จ้างพนักงานและการมีความตรงต่อเวลาสูง

2. การใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร

ในอดีตเมื่อการสื่อสารถูกจำกัดเฉพาะการเขียนจดหมาย และรอให้ไปรษณีย์ส่งมอบข้อความของคุณ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้ข้อมูลการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องง่าย คุณสามารถร่างข้อความธุรกิจและส่งอีเมล์หรือแฟกซ์ได้ภายในสองวินาทีโดยที่พวกเขาสามารถตอบกลับคุณทันทีเช่นกัน จึงทำให้สะดวกสบายและทำให้การเติบโตเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น

3. การใช้เทคโนโลยีในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

ในขณะที่โลกกำลังพัฒนาผู้คนทำงานหนักขึ้นทำให้พวกเขาไม่ค่อยมีเวลา ที่จะหาความสัมพันธ์ ดังนั้นเทคโนโลยีจึงมีส่วนช่วยในเรื่องนี้อย่างมาก วันนี้ผู้คนใช้ App โทรศัพท์มือถือเพื่อพบปะและเชื่อมต่อกับเพื่อนเก่าและใหม่ เครือข่ายทางสังคมเช่น Facebook.com , Tagged.com อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์เสมือนไม่แข็งแรงเท่าความสัมพันธ์ทางกายภาพ ดังนั้นฉันจึงแนะนำให้คุณสละเวลาและพบคนที่ต้องการจะสานสัมพันธ์

4. การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

วันนี้เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกการศึกษา ด้วยการประดิษฐ์เทคโนโลยีและ App บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งจะช่วยให้เรียนรู้ได้ง่ายขึ้น คุณสามารถเข้าถึงห้องสมุดแบบเต็มรูปแบบผ่านApp บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ผ่าน Smartphone หรือ iPad ได้

5. การใช้เทคโนโลยีในซื้อของออนไลน์

เทคโนโลยีทำให้การซื้อและขายมีความยืดหยุ่น ด้วยระบบการชำระเงินแบบ e-Payment เช่น Paypal.com และ Net bank ต่างๆ ผู้ใช้สามารถซื้อสิ่งต่างๆทางออนไลน์ได้โดยไม่ต้องออกจากบ้านเพิ่มความสะดวกสบายในบ้าน 

6. การใช้เทคโนโลยีในการเกษตร

ดูจะไม่เป็นเรื่องที่ไปด้วยกันได้ซักเท่าไหร่แต่เทคโนโลยีแสดงให้เห็นว่ามันสามารถทำได้ทุกอย่าง แม้แต่เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร ด้วยการประดิษฐ์ Mobile App สำหรับเกษตรกรพวกเขาสามารถใช้ App เช่น “FamGraze” เพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น App”FamGraze” จะช่วยให้เกษตรกรจัดการหญ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการแนะนำอาหารที่ถูกที่สุดสำหรับปศุสัตว์ของตน app นี้จะคำนวณปริมาณของหญ้าสัตว์ของคุณมีในเขตข้อมูล ช่วยให้คุณมีเวลามากขึ้นในขณะที่อยู่ในไร่

7. การใช้เทคโนโลยีในการธนาคาร

ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์โอนได้ง่ายมาก การสร้างบัตรวีซ่าอิเลคโทรนิคทำให้การโอนเงินทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกโจรกรรมไป คุณสามารถซื้ออะไรก็ได้ด้วยบัตรวีซ่าอิเลคโทรนิค ดังนั้นในกรณีนี้คุณจะไม่ต้องพกเงินสด ธนาคารใช้ซอฟต์แวร์เครือข่ายเพื่อตรวจจับการฉ้อโกง ซอฟต์แวร์มีประสิทธิ์ภาพสูงในการจำแนกรูปแบบดังนั้นหากโปรไฟล์ของคุณมีลักษณะคล้ายกับของผู้ที่ตั้งค่าเริ่มต้นธนาคารจะดำเนินการและช่วยคุณจากการถูกปล้น

8. การ ใช้เทคโนโลยีในการควบคุมธรรมชาติ

ธรรมชาติส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจทุกวัน ตัวอย่างเช่น น้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกและที่อยู่อาศัยของพวกเขา ทำให้ดินชั้นบนที่อุดมสมบูรณ์เสียหายและทำลายการเจริญเติบโตของพืช นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดไฟไหม้อาคารพืชผลและป่าไม้ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีช่วยให้มนุษย์สร้างเขื่อนขนาดใหญ่ซึ่งสามารถกักน้ำส่วนเกินและใช้น้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ นอกจากนี้แสงอาทิตย์ยังช่วยให้บ้านของเราอุ่นและแปลื่ยนแปลงพลังงานกลับมาใช้มีการใช้ลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยีในการควบคุมธรรมชาติ

9.การใช้เทคโนโลยีในการคมนาคมขนส่ง

การคมนาคมเป็นหนึ่งในพื้นฐานของทุกอุตสากรรม เวลาคือเงินดังนั้นเราต้องมีวิธีการขนส่งที่มีประสิทธิภาพลองจินตนาการถึงชีวิตที่ไม่ต้องเสียไปบนท้องถนน หรือสามารถส่งสินค้าได้ทันทีที่ลูกค้าสั่งอย่างไรก็ตามเทคโนโลยีการขนส่งมีการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆจนถึงปีที่ผ่านมา และตอนนี้เทคโนโลยีการขนส่งที่กำลังเข้ามามีชื่อว่า Hyperloop One ที่สามารถสร้างความเร็วได้ที่ 1,200 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือเทียบง่ายๆคือจากกรุงเทพไปจังหวัดลำพูนใช้เวลา 35 นาที ซึ่งไวกว่าเครื่องบินมาก และทำให้เราประหยัดเวลาได้มากขึ้น

10. เทคโนโลยีใหม่ที่เราจะได้ใช้ในชีวิตประจำวัน

แน่นอนว่าความต้องการของเราไม่สิ้นสุดและเทคโนโลยีใหม่ๆจะมาช่วยตอบโจทย์สิ่งเหล่านั้นซึ่งบางย่างก็ดูใช้เฉพาะกลุ่มเป็นอย่างมากและแน่นอนว่าพวกมันช่วยทำให้ชีวิตเรามีคุณภาพขึ้นอย่างแน่นอน ถึงตอนนี้ผู้อ่านคงอยากรู้แล้วว่ามันมีอะไรบ้าง อย่างนั้นเรามาเริ่มที่ชิ้นแรกกกันเลย

HAPIfork มันเป็นตัวปรับปรุงพฤติกรรมการกินและสุขภาพของคุณ HAPIfork นี้เป็นส้อมอัจฉริยะที่ติดตามสิ่งที่คุณกำลังนิสัยการกิน สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเทคโนโลยีส้อมอัจฉริยะนี้จะช่วยให้คุณรับประทานได้มีสุขภาพดีและยังช่วยกำหนดความเร็วในการรับประทานอาหาร ถ้าคุณต้องการตรวจสอบความเร็วที่คุณกำลังรับประทานอยู่คุณจะปรับปรุงระบบการย่อยอาหารของคุณและลดน้ำหนักของคุณด้วย

อย่างต่อมาคือกล่องรักษาความปลอดภัยทางด้านข้อมูลบริษัท ตอนนี้การเว็บไซค์จัดเก็บข้อมูลออนไลน์จำนวนมากที่ให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลและมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งต้อเสียเงินเพิ่มตามจำนวนพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น แต่คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นอีกต่อไปแต่ตอนนี้ Space Monkey ได้เข้ามาแก้ปัญหานี้แล้ว ซึ่งจะเก็บข้อมูล Cloud จากศูนย์ข้อมูลระยะไกลและนำมาไว้ในบ้านหรือที่ทำงานของคุณดังนั้นคุณจึงสามารถควบคุมสิ่งที่คุณเก็บไว้ใน Space Monkey และทั้งหมดที่กล่าวมาเมื่อพิจารณาถึงต้นทุนคุณจะใช้จ่ายเพียง 35บาท สำหรับพื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 1,000 กิกะไบต์

อย่างสุดท้ายคือ Coolest Cooler ตู้แช่ที่ให้คุณได้มากกว่า  ปัจจุบันการไปนอนเที่ยวเล่นนั่งดื่มเครื่องดื่มริมชายหายหรือปิกนิค เป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นซะแล้วซึ่งถ้าจะไปแต่ละทีก็ต้องยกของไปกันมากมายเพื่อจัดปาร์ตี้ แต่ตอนนี้ปัญหาได้ถูกแก้ไขโดย Coolest Cooler ซึ่งเป็นตู้แช่มีฟังชั่นครบครันไม่ว่าจะเป็น เครื่องปั่นในตัว, ลำโพงที่ป้องกันน้ำได้แบบไร้สาย , USB Chargerโทรศัพท์มือถือ, มี LED LID Light เป็นไฟส่องสว่างที่อยู่ภายในตัว, มี Gear Tie-Down ไว้มัดและจัดเก็บอุปกรณ์การปิกนิคของคุณ, มี Essential Storage เอาไว้เก็บพวกจานมีดและสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ มีที่เปิดขวดคุณจะได้ไม่ต้องมาจำว่าที่เปิดขวดอยู่ตรงไหนเพียงแค่เดินไปที่ Coolest Cooler มันก็มีพร้อมสำหรับคุณ เป็นต้น เรียกได้ว่าครบครันสำหรับคนที่ชอบไปปิกนิคหรือชอบแค้มป์ปิ้งเลยทีเดียว

สรุปได้ว่าเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในด้านต่างๆมากมายเช่นการดูแลสุขภาพ, การสร้างงานและการจัดการข้อมูล และเทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของผู้คนและตลาด ดังนั้นบทบาทของคุณคือทำให้ตัวคุณเองตามให้ทันเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมเพื่อโอกาสในด้านต่างๆ

10 เทคโนโลยีที่มาแล้วและกำลังจะมาอยู่กับเราในชีวิตประจำวัน

Coolpo AI Huddle Pana กล้องเว็บแคม 360 องศาสุดอัจฉริยะ

Coolpo AI Huddle Pana กล้องเว็บแคม 360 องศาสุดอัจฉริยะ

กล้องเว็บแคม 360 องศา อาจไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ที่เราอาจจะว้าวมากนัก แต่ถ้าพูดถึงตัวกล้องแล้ว ในตอนนี้ยังคงมีตัวกล้องแบบ 360 องศาให้เราได้เลือกซื้อในตลาดอยู่เพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้น โดยกล้องเว็บแคม 360 องศา เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในฐานะกล้องสำหรับใช้ประชุมกับผู้คนผ่านทางไกลโดยเฉพาะ ตัวกล้องเว็บแคม 360 องศา ควรมี AI ระดับสูงติดมาด้วย เพื่อที่จะสามารถจับภาพคนที่กำลังพูดพร้อมปรับเสียงในที่ประชุมได้แบบทันที

Coolpo AI Huddle Pana  คือกล้องเว็บแคม 360 องศาสุดอัจฉริยะ

  • มีไมโครโฟนและลำโพงมาในตัว
  • ให้มุมมองแบบพาโนรามา 360 องศา มีมุมมองแนวนอน 360 °และแนวตั้ง 60 
  • ความสูงประมาณ 1 ฟุต
  • ไมโครโฟนมีทั้งหมด 4 ตัว 
  • สามารถรับเสียงได้ในระยะ 15 ฟุต สามารถถ่ายวิดีโอ HD 1,080P และ 720P ที่ 30 fps
  • มี AI ภายในตัว รองรับแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ทุกรูปแบบ
  • สามารถเปลี่ยนโฟกัสโดยอัตโนมัติไปที่ใครก็ตามที่กำลังพูดอยู่ได้
  • มีฟังก์ชันการแพน เอียง และซูม
  • สามารถส่งออกคลิป 4K ได้
  • ราคา 599.99  ดอลลาร์สหรัฐ

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline

Canon เปิดตัว “EOS Webcam Utility” ใช้กล้องเป็นเว็บแคมได้เต็มรูปแบบ

แคนนอน ประกาศเปิดตัว “ซอฟต์แวร์ EOS Webcam Utility เวอร์ชั่นเต็มรูปแบบสำหรับ Windows” อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มฟังก์ชั่นกล้องให้เป็นเว็บแคม เพื่อการติดต่อสื่อสารกันผ่านทางวิดีโอออนไลน์ด้วยคุณภาพที่คมชัด ซอฟต์แวร์นี้จะสามารถใช้งานได้กับกล้อง EOS แบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้และกล้องในตระกูล PowerShot ทั้งหมด 42 รุ่น ทั้งรวมถึงกล้อง EOS R5 และ EOS R6 รุ่นใหม่ที่เพิ่งวางจำหน่าย (ดูรายชื่อรุ่นตามตารางด้านล่าง) และสามารถใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นการประชุมออนไลน์แบบวิดีโอ และแอพพลิเคชั่นไลฟ์สรีมมิ่งที่ได้รับการทดสอบแล้ว  ได้แก่ Zoom, Facebook Live, Skype, YouTube Live, Microsoft Teams, Discord, Cisco Webex, Streamlabs, Google Meet, Open Broadcaster Software(OBS), Google Hangouts, Slack, Facebook Messenger

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานที่ต้องการบันทึกไฟล์วิดีโอคุณภาพสูงไปยังการ์ดความจำของกล้องขณะสื่อสารผ่านทางออนไลน์หรือไลฟ์สรีมมิ่ง สามารถทำได้อย่างง่ายดาย  เพียงแค่กดปุ่มบันทึกบนกล้องแทนการสั่งผ่านซอฟต์แวร์ เวอร์ชั่นปัจจุบันนี้จะรองรับการใช้งานร่วมกับ Windows 10 เท่านั้น ส่วนเวอร์ชั่นเต็มรูปแบบสำหรับ macOS กำลังอยู่ในดำเนินการซึ่งจะเปิดให้ดาวน์โหลดเร็วๆนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ EOS Webcam Utility สำหรับ Windows และวิธีการใช้งาน

กล้องแคนนอนรุ่นที่รองรับซอฟท์แวร์ EOS Webcam Utility

EOS R5EOS 5D Mark IIIEOS 100DPowerShot SX70 HS
EOS R6EOS 5D Mark IVEOS 200DPowerShot G7 X Mark III
EOS M200EOS 5DSEOS 200D IIPowerShot G5 X Mark II
EOS M50EOS 5DS REOS 600D
EOS M6 Mark IIEOS 6DEOS 700D
EOS REOS 6D Mark IIEOS 750D
EOS RPEOS 7DEOS 760D
EOS RaEOS 7D Mark IIEOS 800D
EOS-1D XEOS 60DEOS 850D
EOS-1D X Mark IIEOS 70DEOS 1100D
EOS-1D X Mark IIIEOS 77DEOS 1200D
EOS-1D CEOS 80DEOS 1300D
EOS 90DEOS 1500D
EOS 3000D

Canon เปิดตัว “EOS Webcam Utility” ใช้กล้องเป็นเว็บแคมได้เต็มรูปแบบ

เรื่องน่ารู้ เทคโนโลยี 2020

เทคโนโลยีเกี่ยวกับ เว็บแคม (Webcam)

ความหมายของเว็บแคม (Webcam)

เว็บแคม (Webcam) หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Web Camera แต่ในบางครั้งก็มีคนเรียกว่า Video Camera หรือ Video Conference เป็นอุปกรณ์พุตที่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวของเราไปปรากฏในหน้าจอมอนิเตอร์ และสามารถส่งภาพเคลื่อนไหวนี้ผ่านระบบเครือข่ายเพื่อให้คนอีกฟากหนึ่งสามารถเห็นตัวเราเคลื่อนไหวได้เหมือนอยู่ต่อหน้า ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์อีกตัวหนึ่ง และเริ่มมีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ยี่ห้อกล้องเว็บแคมที่มีชื่อเสียงและใช้กันทั่วไป โดยที่เด่นที่สุดในตอนนี้ คือ กล้องเว็บแคมของ Logitech ซึ่งผลิตกล้องเว็บแคมออกมาในท้องตลาดมากที่สุด ทั้งเรื่องคุณภาพและความสวยงามก็จัดอยู่ในอันดับต้น ๆ
ชนิดของกล้องเว็บแคม (Webcam)

กล้องเว็บแคม (Webcam) แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ แบบมีสาย และแบบไร้สาย โดยแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันดังนี้

กล้องเว็บแคม (WebCamแบบมีสาย

จะมีความยุ่งยากในเรื่องการใช้สายต่อพ่วงเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่จะมีราคาถูกกว่าแบบไร้สายมาก ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมซื้อกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบมีสายมาใช้งาน 

ข้อเสีย ของกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบมีสาย คือ ทำให้ไม่สามารถวางตัวกล้องได้ไกลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้กล้องไม่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวในระยะไกล ๆ ได้เหมือนแบบไร้สาย

กล้องเว็บแคม (Webcamแบบไร้สาย จะมีราคาค่อนข้างแพงมากเมื่อเทียบกับแบบมีสาย เนื่องจากตัวกล้อง ต้องใช้เทคโนโลยีแบบไร้สายที่เรียกว่า Wireless WiFi หรือ IEEE 802.11 ที่ค่อนข้างมีต้นทุนสูง จึงส่งผลให้ตัวกล้องมีราคาแพงจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก

จุดเด่น ของกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบไร้สาย คือ สามารถนำไปติดตั้งที่จุดใดก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงระยะห่างระหว่างตัวกล้องกับคอมพิวเตอร์

ส่วนประกอบของกล้องเว็บแคม (Webcam)

โดยหลัก ๆ แล้ว การซื้อกล้องเว็บแคม (Webcam) มาใช้งาน จะเห็นว่ากล้องเว็บแคม (Webcam) ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญดังนี้ 

1.  เลนส์กล้อง  จะทำหน้าที่ในการจับภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่เคลื่อนไหวผ่านไปมาอยู่หน้ากล้องหรืออยู่ในตำแหน่งที่เลนส์กล้องสามารถมองเห็นภาพได้

2.  ตัวปรัระยะโฟกัส  จะทำหน้าที่ในการปรับโฟกัสของภาพเพื่อให้ภาพมีความชัดเจนมากขึ้น

3.  ฐานรองกล้อง  มีไว้สำหรับเป็นที่ตั้งของตัวกล้องซึ่งช่วยให้เราสามารถวางกล้องบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้สะดวก
ราคาของกล้องเว็บแคม (Webcam)

ราคา Webcam OKER  เริ่มต้นที่ 240 บาท ถึง 520 บาท (ตามรุ่น)

ราคา Webcam TECFON รุ่น  W-017  ราคา 240 บาท

ราคา Webcam MD-Tech เริ่มต้นที่ 390 บาท ถึง 440 บาท (ตามรุ่น)

ราคา Webcam Y-Tech เริ่มต้นที่ 250 บาท ถึง 290 บาท (ตามรุ่น)

ราคา Webcam Mstyle เริ่มต้นที่ 350 บาท (ตามรุ่น)

ราคา Webcam Microsoft Lifecam เริ่มต้นที่ 1,900 บาท (ตามรุ่น) 
ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้กล้องเว็บแคม (Webcam)

–  ทำให้การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตมีรสชาติมากขึ้น เนื่องจากสามารถพูดคุยแบบเห็นหน้าและการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของคู่สนทนาเหมือนกับอยู่ใกล้ชิดกัน

–  ประหยัดเวลาไม่ต้องเดินทางไปประชุมกับลูกค้าตามที่ต่าง ๆ เนื่องจากสามารถนำเอากล้องเว็บแคม (Webcam) มาดัดแปลงเป็นกล้อง Video Conference เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารแบบเห็นหน้ากับลูกค้าได้

–  ช่วยให้ปลอดภัยจากการเดินทางไปประชุมหรือไปสัมมนาตามสถานที่ต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลได้เป็นอย่างดี

–  นำไปประยุกต์ใช้เป็นชุดอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยคล้ายกับกล้องวงจรปิด สามารถใช้โปรแกรมที่ติดมากับกล้องเว็บแคม (Webcam) ทำหน้าที่คอยตรวจจับภาพเคลื่อนไหว แล้วทำการบันทึกจากตำแหน่งหรือจุดที่กำหนดไว้

–  ช่วยให้สามารถเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ จากกล้องเว็บแคม (Webcam) ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้คนทั่วโลกสามารถเข้ามารับชมได้

เทคโนโลยีเกี่ยวกับ เว็บแคม (Webcam)

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

“จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” คำนี้เป็นคำที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ทิ้งเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง คงสามารถเปรียบเทียบได้ว่า ความรู้คงไม่มีประโยชน์อะไรถ้าเราไม่เอาจินตนาการใส่เข้าไปในความรู้ เพื่อก้าวต่อไปในอนาคตนั่นเอง 

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
ภาพจากอดีตที่มองอนาคตปี 2012บทความเกี่ยวกับ Technology อื่นๆ

แม้แต่จินตนาการของนักคิดในอดีตได้มีการคาดคะเนโลกในเวลาปัจจุบันที่เราอยู่ก็มีการคาดเดาที่ถูกต้องอยู่ไม่น้อย หลายคนคงชอบจินตนาการเรื่องในอนาคตว่าโลกเราจะอยู่ในรูปแบบใด รถบินได้, การเที่ยวบนดาวอังคาร ไม่แน่ในอนาคตอันใกล้อาจจะเกิดขึ้นก็เป็นได้

ในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วมากทั้งเรื่อง AI, Cloud Computing, Robot ที่จะเข้ามาพลิกวิธีการใช้ชีวิตของคนมากพอสมควร มีแนวโน้มว่าในปี 2020 การสื่อสารระหว่างคนกับอุปกรณ์จะน้อยลง แต่อุปกรณ์จะทำงานก่อนที่เราจะสั่งงานและอุปกรณ์จะคอยช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันมีการผลักดันให้ขอบเขตการใช้งานของคนและอุปกรณ์ให้เกินกว่าจินตนาการของเราจะเกินคาดเดา โดยผ่านเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันทั่วโลกอย่างสมบูรณ์แบบ หรือการมาของดาวเทียม SpaceX ที่จะเปิดให้ใช้ Internet ได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องเสียบสาย หรือระบบ 5G ที่ทาง กสทช กำลังจะเปิดประมูลช่วงต้นปี 2020

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
แผนที่ของเส้นใยแก้วนำแสงใต้สมุทร

การเชื่อมต่อเข้ากันทั่วโลกด้วยเครือข่ายความเร็วสูง

จากใยแก้วนำแสงที่วางไว้ทั่วโลกอีกทั้งเครือข่าย 5G ที่จะกำลังจะเกิดขึ้นจะสร้างมาตรฐานในการเชื่อมต่อระหว่างทุกคนบนโลกหนึ่งพันล้านคนเข้าด้วยกัน แต่การเข้ามาของ 5G จะไม่เข้ามาแทนที่ระบบ 4G ทั้งหมดทั่วโลก แต่ที่แน่ๆ ใครจะใช้เครือข่าย 5G ได้ต้องเตรียมการเปลี่ยนอุปกรณ์ให้รองรับระบบ 5G ที่จะมีขึ้นในไม่ช้าแน่นอน นอกจากนี้ยังมีระบบอินเทอร์เน็ตของ SpaceX ที่พยายามเชื่อมต่อคนโดยผ่านระบบดาวเทียม ให้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในส่วนที่สายสัญญาณยังลากเข้าไปไม่ถึง ระบบดังกล่าวจะเปิดให้บริการในปีหน้าที่จะมาถึงนี้เอง (2020)

การก้าวกระโดดของ Smartphone

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

จอพับได้ (Folding Phones)

สมาชิกไทยแวร์หลายท่านคงเห็นรีวิว Smartphone พับจอได้ของโทรศัพท์ยี่ห้อหนึ่ง ดูจากข้อมูลแล้วเทรนด์นี้น่าจะไม่ได้รับการนิยมเพราะโทรศัพท์พับจอได้พังคามือคนรีวิวหลายท่านแต่ Smartphone ที่มีกระแสตอบรับดีกลับกลายเป็นโทรศัพท์ที่มีสองจอ และสามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันทั้งสองหน้าจอ

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
Standard battery vs Nanophosphate battery

นาโนแบตเตอรี่ (Nanobatteries)

แนวโน้มที่สำคัญอีกอย่างที่ส่งผลต่อโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คือ Nanobatteries ใช่ครับเอาวัสดุในการทำตัวสำรองไฟให้เล็กลง นั่นหมายความว่าในแบตขนาดเท่าเดิมเราสามารถใช้งานอุปกรณ์ได้นานขึ้น อึดขึ้น ทนขึ้น นอกจากอึดขึ้นแล้ว ตัวแบตเตอรี่นาโนยังใช้เวลาในการประจุไฟน้อยลงอย่างมากอีกด้วย

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
4G vs 5G

มือถือที่รองรับระบบ 5G

โทรศัพท์จะรองรับการดาวน์โหลดและอัปโหลดความเร็วสูง (10Gbps) อีกทั้งตัวเทคโนโลยีที่รองรับอุปกรณ์ที่เยอะขึ้น ความถี่ที่ครอบคลุมมากกว่า ด้วยโครงข่ายที่รวดเร็วขนาดนี้เราจะได้เห็นความสามารถของโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้น หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกเยอะแยะแน่นอน รวมทั้งอุปกรณ์ IoT ที่คุยกันระหว่างอุปกรณ์ ทั้งการควบคุมรถระยะไกล (ความหน่วงน้อยมาก) ดูหนัง 4K หรือ 8K ในโทรศัพท์ เมื่อการเชื่อมต่อความเร็วสูงเข้ามาการทำงานก็สามารถเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้แม้แต่กระทั่งที่บ้านตัวเอง มีหลายบริษัทพยายามทำระบบ Work at Home และจะเป็นขั้นตอนต่อไปในการทำงานในอนาคต มีงานวิจัยระบุว่าการทำงานที่บ้าน ช่วยเพิ่มคุณภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น แนวโน้มมาจากการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นมีจุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากทุกที่ ประหยัดเวลาในการเดินทาง, การเก็บข้อมูลที่รวดเร็วปลอดภัยจะที่ไหนก็ได้ จึงสามารถทำงานที่ไหนก็ได้เวลาไหนก็ได้

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
จอนูนขึ้นรองรับนิ้วเวลาใช้แป้นพิมพ์บนคีย์บอร์ด

จอที่นูนเวลาสัมผัสและเรียบตอนที่ไม่ใช้

คงเป็นที่ทราบกันดี เวลาเราใช้คีย์บอร์ด บนหน้าจอมือถือหรือแท็ปเล็ต ความรู้สึกเวลาพิมพ์คงไม่เหมือนเวลาเราใช้ คีย์บอร์ดจริง งานนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดไป เพราะ อนาคตหน้าจอจะมีปุ่มคีย์บอร์ด นูนขึ้นมาให้เราวางนิ้วเวลาที่ใช้เมื่อใช้เสร็จก็จะกลับไปเรียบตามเดิม คนที่คิดคีย์บอร์ดตัวนี้ออกมาสามารถพัฒนาให้ปุ่มที่นูนขึ้นมา กลายเป็นอักษรเบรลล์สำหรับคนตาบอดได้อีกด้วย ทางไทยแวร์ได้ทำบทความเจาะลึกเรื่องนี้ไว้ด้วยครับ >อ่านที่นี่<

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
Wi-Fi 802.11ax (Wi-Fi 6)

Wi-Fi 6 (802.11ax)

Wi-Fi 6 (802.11ax) จะเข้ามาเป็นมาตรฐานใหม่ของ โทรศัพท์รุ่นปี 2020 (ปลาย 2019 ก็เริ่มมีเข้ามาบางรุ่นแล้ว) โดย Wi-Fi 6 จะมีความเร็วกว่า Wi-Fi 5 40% มีการเข้ารหัสแบบใหม่ที่เชื่อมทั้งคลื่น 2.4 GHz และ 5 GHz ได้พร้อมกัน ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนได้น้อยลง ส่งผลให้ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 4.8Gbps มีฟังก์ชันที่ช่วยเปิด ปิด Wi-Fi ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่ (ตัดการเชื่อมต่อเวลาที่ไม่ใช้งาน) สามารถเฉลี่ยความเร็วให้อุปกรณ์อย่างแม่นยำ และสามารถรองรับอุปกรณ์ได้เยอะมากเมื่อใช้อุปกรณ์ IoT ทางไทยแวร์ได้ทำบทความแบบละเอียดไว้

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

Smartphone

ระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับมือถือในปีหน้า

มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่บอกได้ว่าการอุปกรณ์ที่จะเปิดตัวในปีหน้า จะมีการปรับเปลี่ยนตัวระบบปฏิบัติการอย่างแน่นอน ทั้งทางฝั่ง Android มีการบังคับให้ใช้ Android 10 ทั้งหมด หรือฝั่ง Apple ได้มีการวางแผนเปิดตัวมือถือใหม่อีก 4 รุ่น มีทั้งรุ่นที่รองรับระบบ 5G และรุ่นประหยัดที่ตัด 5G ออก การมาของรุ่นดังกล่าวต้องมีการเปิดตัวของ SiriOS แน่นอน  อีกทั้งบริษัท หัวเว่ย เปิดตัวระบบปฏิบัติการ ArkOS (บางแหล่งข่าวบอกว่าในประเทศจีน ใช้ชื่อว่า Hongmeng OS)

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
Smart Home

อุปกรณ์ Smart Home ของปี 2020

แนวโน้มจะมีการต้องการอุปกรณ์ Smart Home มากขึ้นการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ IoT จะมีความเร็วมากขึ้นและมีการนำ AI เข้ามาจัดการบริหาร มาดูทีละตัวกันครับ ว่าจะเป็นแนวทางไหน

เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ (Robotic Vacuum Cleaners)

เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะหรือบางคนเรียกว่า เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ เป็นเครื่องทำความสะอาดโดยชุดคำสั่งที่สามารถวิ่งไปดูดฝุ่นตามเส้นทางที่ตัวอุปกรณ์เรียนรู้เอง เมื่อแบตเตอรี่จะหมดอุปกรณ์จะเข้าไปชาร์จไฟด้วยตัวเอง อีกทั้งฆ่าเชื้อโรคที่อยู่บนพื้นด้วยแสง UV บางรุ่นสามารถสั่งงานได้ด้วยเสียงและสามารถนำ AI มาร่วมสั่งการผ่านผู้ให้บริการ บางรุ่นสามารถไต่กระจกหรือลงไปดูดฝุ่นในสระว่ายน้ำก็สามารถทำได้อีกด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ยอดขายทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

จากการสำรวจของ Fortune Business Insights พบว่าขนาดของตลาดเครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์ทั่วโลก มีขนาด 6.5 พันล้าน ในปี 2018 และอาจจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อัตราการเจริญเติบโตอยู่ที่ 25.3% (CAGR) ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผู้อยู่อาศัยต้องการประหยัดเวลาและพลังงานที่ใช้ โดยนอกจากความสามารถข้างต้น บางรุ่น มีการผสมเครื่องฟอกอากาศเข้าไปด้วยทำให้นอกจากดูดฝุ่นแล้วยังฟอกอากาศอีกด้วย ส่วนปัญหาที่ทำให้การเติบโตของยอดขาย คือพฤติกรรมของผู้บริโภคเอง ที่ยังต้องการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่สามารถใช้ในเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ และความทนทานของแบตเตอรี่ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเลือกซื้อ

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
ส่วนแบ่งการตลาดของเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ

โดยเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะแบ่งยอดขายตามชนิดได้ตามรูป (ส่วนแบ่งการตลาดของเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ) จะเห็นได้ว่า เครื่องดูดฝุ่นที่ดูดฝุ่นบนพื้นขายดีที่สุด ตามมาด้วยเครื่องดูดฝุ่นในสระ และตัวที่สามารถเช็ดกระจกตามลำดับ โดยถ้าแบ่งตามภูมิภาค จุดที่ขายดีที่สุดคือ เอเชียแปซิฟิกจะเป็นส่วนที่ครองตลาดเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะมากที่สุดในโลก 

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
ภูมิภาคที่ยอดขายเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะเยอะที่สุด

เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier)

หลายสถานที่บนโลกเกิดภาวะโลกร้อน ทำให้มลพิษในอากาศเกิดการสะสมบางพื้นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นสถานที่อุตสาหกรรมในเอเชีย, ไฟไหม้ป่าที่ฟิลิปปินส์ อีกทั้งสภาวการณ์ผันกลับของอุณหภูมิ (Temperature Inversion) ที่ชั้นความเย็นถูกกักอยู่ภายใต้ชั้นความร้อน กักกันให้ฝุ่นไม่สามารถลอยสูงได้ที่ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น และที่ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

จาก Mega Trend เรื่องมลพิษในอากาศ ส่งผลให้เกิดความต้องการเครื่องฟอกอากาศเพิ่มสูงขึ้น จากผลสำรวจ การเติบโตของตลาดเครื่องฟอกอากาศ เติบโตถึง 5.38% (CAGR) โดยการคาดการณ์คือปี 2020-2025

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

เทคโนโลยีของการกรองอากาศจะแบ่งได้หลายแบบ ทั้งยิงประจุไปในอากาศให้ฝุ่นหรือพิษตกลงพื้น ใช้แก๊สกรองสารพิษในอากาศ เครื่องกรองอากาศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Mechanical Filters ที่ใช้แผ่นกรองเพื่อกรองมลพิษในอากาศที่เป็น PM2.5 และ PM10 ได้ถึง 99.9% (ไส้กรองแบบ HEPA 0.3 ไมครอน) ลดกลิ่นในอากาศได้ดี แถมมีอายุการใช้งานนานที่สุด (ตัวเครื่อง) ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมซื้อเครื่องกรองอากาศชนิดนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่าทวีปเอเชียแปซิฟิกจะมีความต้องการเครื่องกรองอากาศมากที่สุด

นาฬิกาอัจฉริยะ (Smartwatch)

Smartwatch เป็นอุปกรณ์สำหรับสวมใส่ (Wearable) ลักษณะคล้ายนาฬิกาข้อมือมีเซนเซอร์ตรวจจับชีพจรวัดการเต้นของหัวใจ แม้มีการระบุว่าเซนเซอร์ดังกล่าวไม่สามารถใช้ในทางการแพทย์แต่จากการใช้งานจริงก็สามารถวัดได้ใกล้เคียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ เรียกว่าต่างกันนิดเดียว อุปกรณ์ตัวนี้มีบทบาทสำคัญในการทำให้คนรู้จักและใช้งานอุปกรณ์ IoT ข้อดีนอกจากสามารถทำงานได้ด้วยตัวเองแล้ว ก็ยังสามารถมีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น Smartphone เพื่อต่อยอดในการทำงานของ Smartwatch อีกด้วย

แนวโน้มของ Smartwatch จะไปในทิศทางการดูแลสุขภาพ และการส่งเสริมทางการแพทย์ นอกจากการดูแลรักษาสุขภาพผ่านการวัดคลื่นหัวใจตอนออกกำลังกาย คำนวณพลังงานที่เสียไป ตัวอุปกรณ์ยังสามารถ ส่งข้อมูลให้แพทย์เพื่อติดตามผลกระทบของการเปลี่ยนตัวยา ติดตามการหยุดหายใจระหว่างตอนหลับ ติดตามการฟื้นตัวของผู้ป่วยผ่าตัด หรือคอยดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจเพื่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

ยอดขายของ Smartwatch ทั่วโลกอยู่ที่ 43.87 ล้าน (USD) ที่ปี 2018 ตามการคาดการณ์ของ Mordor Intelligence ตลาดนี้จะเติบโตประมาณ 14.5% (CAGR) ในปี 2024 โดยภูมิภาคที่มีความต้องการมากที่สุดจะเป็นอเมริกาเหนือ โดยปัจจัยการเกิดของเทคโนโลยี Visual Sim จะช่วยสนับสนุนให้ Smartwatch มีความต้องการมากขึ้น นอกจากเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ปัญหาอีกเรื่องที่เกิดขึ้นคือ โรคอ้วนในประชากรภูมิภาคนี้ มีมากถึง 60% ทำให้ส่งผลให้มีแนวโน้มว่ามีความต้องการ Smartwatch จำนวนมากในอนาคตอันใกล้

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
หุ่นยนต์ชงชาไข่มุก

ปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าถึงได้ง่ายและหุ่นยนต์เข้ามาช่วยคนทำงาน

จะช้าไปไหมถ้าจะบอกว่า AI และ Robot มันอยู่รอบตัวเรามาสักพักแล้ว แต่ในอนาคตอันใกล้ AI และ หุ่นยนต์จะสามารถรู้อนาคตที่คิดแล้วทำก่อนที่คนเราจะสั่งงานเตรียมพร้อมให้คุณทุกอย่าง เทคโนโลยีนี้จะรู้จักตัวคุณได้ดีกว่าตัวคุณรู้จักตัวคุณเองด้วยซ้ำ ด้วยความสามารถที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก (Big Data)โดยการหาความสัมพันธ์ของข้อมูลเพื่อตอบในคำถามที่ยังไม่มาถึงจึงถูกใส่ลงไปในอุปกรณ์หลายรูปแบบที่อยู่ใกล้ตัวเรา ลองนึกถึงรถที่ไร้คนขับที่ในขณะที่ขับ ที่ระวังวัตถุรอบทิศทางตลอดเวลาและเรียนรู้พฤติกรรมผู้นั่งไปพร้อมกัน

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020

AR & VR เข้ามาอยู่ในความเป็นจริง

โลกเสมือนจริงจะเข้ามาทับซ้อนโลกแห่งความเป็นจริง ฟังดูแล้วเหมือนกำลังดูหนังวิทยาศาสตร์สักเรื่องอยู่แต่จากข้อมูล Headset (แว่นตา VR) จะกลายเป็นของประจำบ้าน เพราะมียอดขายอุปกรณ์เหล่านี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าแว่นตา VR เหล่านี้ให้ประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้ จนมีผู้ผลิตหลายเจ้าประดิษฐ์อุปกรณ์เหล่านี้ออกมาขายอย่างมากมายใครยังไม่มีติดตัวไว้ รีบหามาใช้เลยครับ รับรองไม่ตกเทรนด์

Drone (อากาศยานบังคับ) จะเล็กลง

โดรนที่จะเข้ามาในปีหน้า จะมีขนาดเล็กลง กล้องที่ดีขึ้น แบตเตอรี่ที่เล็กลงแต่ใช้งานได้นานขึ้นในราคาที่ถูกลง โดยมีการพัฒนากล้องสำหรับโดรนออกมาโดยเฉพาะ เพื่อให้โดรนได้ปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้ใช้ ไม่ต้องมัดมือชกให้บังคับซื้อตามรุ่นที่วางขายอีกต่อไป

เทคโนโลยีที่อยู่กับธรรมชาติได้นานขึ้น (Go green)

หลังคาที่ดึงพลังงานจากแดดมาเป็นพลังงานไฟฟ้า, ระบบปลูกต้นไม้ในบ้านขนาดเล็ก, หลอดดูดน้ำที่นำกลับมาใช้ใหม่, ไฟทางเดินที่ไม่ต้องใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อ, เสื้อที่ไม่เลอะและทำความสะอาดตัวเองได้ การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นจุดขาย แต่จะกลายเป็น มาตรฐานใหม่ให้กับวงการเทคโนโลยี ในปี 2020 เราจะได้เห็นวัสดุที่แข็งแกร่งที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล อีกทั้งระบบที่ทำให้บ้านเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น

การปรับปรุงการออกแบบ

อุปกรณ์หลายอย่างในปัจจุบัน มีสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือแนวคิดในการออกแบบสินค้าด้านเทคโนโลยีอนาคตจะใช้ความต้องการของผู้ใช้เป็นที่ตั้ง เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานอย่างสูงสุด หลายบริษัทจะทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้มากขึ้น เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจผู้ใช้ เมื่อสินค้าโดนใจการระดมทุนเพื่อผลิตก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ในปี 2020 เราจะเห็นการออกแบบที่ล้ำหน้า แต่ตรงความต้องการขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น โดรน ที่ออกแบบมาให้ต้องพับเก็บแล้วกางออกตอนที่จะใช้งาน การออกแบบรูปแบบใหม่คือดึงออกจากฐานที่มีสายรัดตัวผู้ใช้ แล้วใช้งานได้เลย ไม่ต้องจับกางใบพัดให้เสียเวลา

แนวโน้มเทคโนโลยี และ Gadget ที่เราจะเห็นในปี 2020
wireless charger concept

การชาร์จแบบไร้สายในรุ่นถัดไป

ในปี 2020 เราจะเห็นการชาร์จแบบไร้สาย เป็นมาตรฐานในอุปกรณ์อย่างแท้จริงทั้งเร็วขึ้นใช้ได้นานขึ้น ปัจจุบันการชาร์จโดยสายเคเบิลจะใช้เวลา 30 นาทีได้ 50% ในระบบไร้สาย จะอยู่ที่ 4 ชั่วโมง ผู้พัฒนาจะพัฒนาระบบชาร์จแบบไร้สายให้ดีเท่าระบบชาร์จแบบมีสาย ในปีหน้านี้ถ้าระบบนี้ทำได้ระบบชาร์จแบบไร้สายจะเข้ามาเป็นมาตรฐานอย่างแน่นอน

การมาของเทคโนโลยีที่เรารอคอยในปีหน้าเราไม่สามารถฟันธงให้ชัดเจนทั้งหมด แต่ดูจากแนวโน้มยอดขายและพฤติกรรมของผู้บริโภคแล้วก็คาดคะเนได้ประมาณนี้ครับ แล้วคุณอยากให้มีอะไรเกิดขึ้นในปี 2020 นี้พิมพ์บอกเราสักนิดครับ

แนวโน้มเทคโนโลยีที่ต้องจับตามองในปี 2020

ในปีที่ผ่านมา เราได้เห็นถึงความตื่นตัวขององค์กรไทยในการนำ Disruptive Technologies เข้ามาใช้ในธุรกิจ เพื่อให้พร้อมรับมือกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเพื่อให้องค์กรพร้อมก้าวนำในคลื่นดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น

เหล่านี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะต่อจากนี้ เทคโนโลยี จะยิ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตและธุรกิจมากขึ้น โดยเทคโนโลยีที่ไอบีเอ็มคาดว่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในปี 2020 และปีต่อๆ ไป มีดังนี้

เพื่อนร่วมงานที่มีชื่อย่อว่า AI

– จากการศึกษาโดย MIT-IBM Watson AI Lab เมื่อไม่นานมานี้ เกี่ยวกับอนาคตของการทำงาน พบว่า AI จะเข้ามาช่วยเราทำงานประเภทที่ใช้ระบบอัตโนมัติ (automation) แทนได้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น การจัดตารางเวลา การจัดการเอกสารที่มีกระบวนการซ้ำๆ เป็นต้น แต่จะไม่ค่อยส่งผลกระทบต่องานที่ต้องใช้ทักษะของมนุษย์ อย่างการออกแบบที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ หรือการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ

– บุคลากรจะได้รับประโยชน์เพราะงานประเภทที่ช่วยเสริมการทำงานของโซลูชั่น AI จะทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ และให้ค่าตอบแทนสูงขึ้นด้วย 

-เทคโนโลยี AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร รวมถึงประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตในแง่มุมต่างๆ

เปิดรับระบบ Hybrid Cloud ที่ทั้งอิสระและยืดหยุ่น

-นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าไฮบริดคลาวด์จะมีโอกาสทางการตลาดสูงถึง 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และผู้มีอำนาจตัดสินใจด้าน IT เกือบ 80% มองถึงการนำระบบคลาวด์แบบไฮบริดมาใช้ในอนาคต

-เมื่อต้องใช้คลาวด์หลายระบบ องค์กรจะมองหาวิธีจัดการกับข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายสภาพแวดล้อมและความซับซ้อนที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบไฮบริดมัลติคลาวด์จะกลายเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อระบบคลาวด์สาธารณะในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดนั้น ได้รับการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถรองรับข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การปกป้องข้อมูล และการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับได้อย่างที่ธุรกิจต้องการ

-ไฮบริดคลาวด์จะใช้งานได้ดีก็ต่อเมื่อระบบนั้นใช้มาตรฐานแบบเปิด เพราะช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถสร้างแอปพลิเคชั่นเพียงครั้งเดียวแล้วนำไปใช้ได้ทุกที่ และนั่นก็คือเหตุผลที่ในปี 2019 ไอบีเอ็มเข้าซื้อกิจการของ Red Hat ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีไฮบริดคลาวด์ใช้มาตรฐานแบบเปิดชั้นนำของวงการ ด้วยมูลค่า 3.4 หมื่นล้านเหรียญ

ควอนตัมเดินหน้าสู่โลกแห่งการใช้งานจริง

-ในปี 2019 ไอบีเอ็มเร่งการพัฒนาควอนตัมคอมพิวติ้งมากยิ่งขึ้น โดยการเปิดศูนย์คอมพิวเตอร์ควอนตัมไอบีเอ็ม และเปิดตัวระบบควอนตัมมากถึง 14 ระบบ และหนึ่งในนั้นคือคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 53 คิวบิต ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นระบบ Universal Quantum ที่ใหญ่ที่สุดระบบเดียวที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าใช้งาน

-ในปี 2020 ควอนตัมจะไม่ใช่แค่เพียงทฤษฎีอีกต่อไป แต่จะเข้าสู่โลกของการทดลองและการใช้งานจริง เพราะคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีศักยภาพที่จะยกระดับการคาดการณ์ทางการเงินและการค้นพบองค์ประกอบทางเคมีให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาอื่นๆ อีกมากมายที่ยังคงซับซ้อนเกินไปสำหรับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

บล็อกเชนกลายเป็นเรื่องพื้นฐานในโลกธุรกิจ

-บล็อกเชนสามารถลดความซับซ้อนของระบบซัพพลายเชนด้านอาหาร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกที่แต่ละปีมีผู้คนถึง 50 ล้านคนต้องเจ็บป่วยจากอาหารปนเปื้อน ก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์สูงถึง 1.5 หมื่นล้านเหรียญต่อปี

-ในปี 2019 ไอบีเอ็มร่วมมือกับเมอส์กในการขยายโครงการที่พลิกโฉมธุรกิจซัพพลายเชนด้วยบล็อกเชน โดยปัจจุบันมีบริษัทชิปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก 5 จาก 6 ราย ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือระดับโลก 15 ราย หน่วยงานต่างๆ กว่า 100 แห่ง รวมถึงกรมศุลกากรจากไทยและหลายประเทศทั่วโลก เข้าร่วมอยู่บนแพลตฟอร์ม TradeLens นี้

-ในทศวรรษนี้ เราจะได้เห็นการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้ในแวดวงการดูแลสุขภาพ โดย ดร.ลอรา เอสเซอร์แมน ผู้อำนวยการของ UCSF Carol Franc Buck Breast Care Center กล่าวกับ FORTUNE ว่าบล็อกเชนสามารถลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนายารักษาโรคมะเร็งได้มาก อีกทั้งยังขับเคลื่อนให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในการรักษามะเร็งเต้านมด้วย เป้าหมายสูงสุดคือการลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนายารักษาโรคมะเร็งให้เหลือเพียง 500 ล้านเหรียญ โดยใช้เวลา 5 ปี หรือครึ่งหนึ่ง จากปัจจุบันที่ต้องใช้ระยะเวลา 10 ปีและเงินเกือบ 1 พันล้านเหรียญ

การประมวลผลกำลังจะย้ายไปสู่ Edge มากยิ่งขึ้น 

-ในทศวรรษหน้า Edge Computing จะแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ภาคโทรคมนาคมเริ่มให้บริการเทคโนโลยี 5G ซึ่งเป็นรูปแบบการสื่อสารแบบไร้สายความเร็วสูงความหน่วงต่ำ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของระบบประมวลผล Edge Computing ที่อยู่ใกล้กับแหล่งข้อมูลได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ คอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ขนาดกะทัดรัดที่มีประสิทธิภาพ ที่ตั้งอยู่บริเวณขอบของเครือข่าย ก็ช่วยให้สามารถนำพลังการประมวลผลไปไว้ในจุดที่เกิดประโยชน์สูงสุดได้อีกด้วย

-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป รถยนต์และยานยนต์ระบบไฟฟ้า เครื่องจักรโรงงาน รวมถึงอุปกรณ์ดิจิทัลอีกมากมายหลายประเภทที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ต่างก็มาพร้อมเซ็นเซอร์ที่เมื่อรวมกันแล้วทำให้เกิดข้อมูลปริมาณหลายเพทาไบต์ ปัจจุบันคาดว่ามีอุปกรณ์อัจฉริยะเหล่านี้อยู่แล้วประมาณ 1.5 หมื่นล้านเครื่องในบริเวณขอบนอกของเครือข่าย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 หมื่นล้านภายในปี 2022 ซึ่งสำหรับภาคธุรกิจแล้ว การมีอุปกรณ์บริเวณขอบเครือข่ายเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัวถือเป็นโอกาสอันดีในการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่สภาพการจราจร ไปจนถึงการตรวจสอบว่าหุ่นยนต์ในโรงงานต้องซ่อมบำรุงแล้วหรือไม่ 

–ซัมซุงและไอบีเอ็ม ร่วมกันนำระบบคลาวด์และเทคโนโลยี Edge ของไอบีเอ็มมาใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Galaxy ของซัมซุง เพื่อช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักดับเพลิง และหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐและองค์กรสามารถสร้างระบบติดตามข้อมูลสุขภาพที่สำคัญของบุคลากรในพื้นที่ห่างไกลหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียด เพื่อดูว่าบุคคลนั้นมีระดับความเครียดสูงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้วหรือไม่ เพื่อจะได้ช่วยเหลือได้ทัน

10 เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดในปี 2020

10 เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดในปี 2020

การ์ทเนอร์ระบุถึงแนวโน้มเทคโนโลยีที่สำคัญซึ่งจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคต โดยตอนนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและคาดว่าจะได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายและสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้างมากขึ้น หรือมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วจนถึงระดับสูงสุดในช่วงอีก 5 ปีข้างหน้า

10 แนวโน้มเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดสำหรับปี 2020

Hyperautomation

Hyperautomation เป็นการผสานรวมเทคโนโลยี Machine Learning (ML), ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป และเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับระบบงานอัตโนมัติเข้าไว้ด้วยกันเพื่อรองรับการทำงาน ไฮเปอร์ออโตเมชั่นนอกจากจะครอบคลุมเครื่องมือที่หลากหลายแล้ว ยังครอบคลุมทุกขั้นตอนของระบบงานอัตโนมัติ (ค้นหา วิเคราะห์ ออกแบบ ดำเนินการโดยอัตโนมัติ ตรวจวัด กำกับดูแล และประเมินผล) การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกที่หลากหลายของระบบอัตโนมัติ รวมถึงความเกี่ยวข้องกันของกลไกเหล่านี้ และแนวทางการผสานรวมกลไกต่าง ๆ เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืนถือเป็นหัวใจสำคัญของไฮเปอร์ออโตเมชั่น เทรนด์ดังกล่าวเริ่มต้นจากกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ (Robotic Process Automation – RPA) อย่างไรก็ตาม ลำพังเพียงแค่ RPA ไม่ถือว่าเป็นไฮเปอร์ออโตเมชั่น เพราะระบบไฮเปอร์ออโตเมชั่นจำเป็นต้องอาศัยการผสานรวมเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่แทนมนุษย์

Multiexperience

จนถึงปี 2571 ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในส่วนที่เกี่ยวกับวิธีที่ผู้ใช้รับรู้และสัมผัสกับโลกดิจิทัล รวมถึงวิธีการโต้ตอบและมีปฏิสัมพันธ์กับโลกดิจิทัล แพลตฟอร์มการสนทนา (Conversational Platforms) ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำหรับรูปแบบการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้กับโลกดิจิทัล ขณะที่ Virtual reality (VR), Augmented Reality (AR) และ Mixed Reality (MR) ทำให้รูปแบบการรับรู้และสัมผัสกับโลกดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ทั้งในส่วนของรูปแบบการรับรู้และการมีปฏิสัมพันธ์จะนำไปสู่ประสบการณ์แบบพหุประสาทสัมผัส (Multisensory) ในหลากหลายรูปแบบ (Multimodal)

Democratization of Expertise Democratization

การเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค (เช่น ML, การพัฒนาแอพพลิเคชั่น) หรือความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ (เช่น กระบวนการขาย การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์) ผ่านประสบการณ์ที่เรียบง่ายกว่าเดิม และไม่จำเป็นต้องเข้ารับการฝึกอบรมที่ยาวนานและเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น นักพัฒนาทั่วไปที่สามารถทำหน้าที่เป็นดาต้า ไซแอนทิส (Data Scientists) หรือผู้ติดตั้งระบบโดยไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือสามารถพัฒนาโปรแกรมหรือสร้างโมเดลข้อมูลโดยไม่ต้องเขียนโค้ด

จนถึงปี 2566 การ์ทเนอร์คาดว่า 4 ปัจจัยที่สำคัญที่เป็นตัวเร่งแนวโน้ม Democratization ให้เกิดขึ้น ได้แก่ Democratization ในด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ (เครื่องมือที่ใช้สำหรับนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจะขยายไปสู่ชุมชนนักพัฒนาระดับมืออาชีพ), การพัฒนา (ใช้เครื่องมือ AI ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น), การออกแบบ (ขยายไปสู่กระบวนการที่ไม่ต้องมีการเขียนโค้ดหรือใช้โค้ดน้อยมาก โดยอาศัยฟังก์ชั่นการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมที่ทำงานแบบอัตโนมัติ เพื่อเสริมศักยภาพให้แก่นักพัฒนาทั่วไป) และความรู้ (บุคลากรที่ไม่ได้อยู่ในสายงานไอทีสามารถใช้เครื่องมือและระบบความเชี่ยวชาญเพื่อปรับใช้ทักษะเฉพาะด้าน) Human Augmentation

Human Augmentation

เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงทางด้านการรับรู้และกายภาพ โดยเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ของผู้ใช้ Augmentation ในด้านกายภาพจะช่วยปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงขีดความสามารถของมนุษย์ ด้วยการปลูกถ่ายหรือติดตั้งส่วนประกอบทางด้านเทคโนโลยีไว้บนร่างกายของมนุษย์ เช่น อุปกรณ์สวมใส่ ส่วน Augmentation ในด้านการรับรู้จะอาศัยการเข้าถึงข้อมูลและการใช้แอพพลิเคชั่นบนระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป รวมถึงอินเทอร์เฟซแบบ Multiexperience ในสภาพแวดล้อมของสมาร์ทสเปซ ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จะมีการยกระดับ Human Augmentation ทั้งด้านกายภาพและการรับรู้ โดยจะได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ และจะนำไปสู่กระแส “Consumerization” รูปแบบใหม่ ซึ่งพนักงานจะพยายามใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างและขยายขีดความสามารถและประสบการณ์ของตนเอง และปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานภายในสำนักงาน

Transparency and Traceability

ผู้บริโภคมีความตระหนักรู้เพิ่มมากขึ้นว่าข้อมูลส่วนตัวของตนมีมูลค่า และดังนั้นจึงต้องการที่จะควบคุมข้อมูลดังกล่าว องค์กรต่าง ๆ รับรู้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นของการปกป้องและจัดการข้อมูลส่วนตัว ขณะที่รัฐบาลเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเพื่อให้มีการคุ้มครองและจัดการข้อมูลดังกล่าวอย่างเหมาะสม ความโปร่งใส (Transparency) และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนจริยธรรมทางดิจิทัล (Digital Ethics) และการปกป้องความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนกลับหมายรวมถึงแนวคิด การดำเนินการ เทคโนโลยีที่รองรับ และแนวทางปฏิบัติที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อรองรับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนแนวทางที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมสำหรับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ รวมทั้งแก้ไขปัญหาการขาดความน่าเชื่อถือของบริษัทต่าง ๆ องค์กรที่พยายามจะสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือจำเป็นที่จะต้องมุ่งเน้น 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ (1) AI และ ML; (2) การเก็บรักษา การครอบครอง และการควบคุมข้อมูลส่วนตัว และ (3) การออกแบบที่สอดคล้องกันตามหลักจริยธรรม การเพิ่มขีดความสามารถให้กับส่วนขอบของเครือข่าย (Empowered Edge)

เอดจ์คอมพิวติ้ง (Edge Computing)

เป็นโครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่จัดวางการประมวลผลข้อมูลและการรวบรวมและนำเสนอคอนเทนต์ไว้ใกล้กับแหล่งที่มา คลังข้อมูล และผู้ใช้ข้อมูลดังกล่าว โดยพยายามที่จะทำให้แทรฟฟิกและการประมวลผลอยู่ในเครือข่ายโลคอล เพื่อลดความหน่วง ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ส่วนขอบของเครือข่าย และเพิ่มอำนาจในการควบคุมและตัดสินใจให้กับระบบที่อยู่ส่วนขอบของเครือข่าย

ความสนใจเอดจ์คอมพิวติ้งในปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากความจำเป็นของระบบ IoT ที่ต้องรองรับการทำงานในลักษณะกระจัดกระจายในโลกของ IoT ที่มีอยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับอุตสาหกรรมหนึ่ง ๆ เป็นการเฉพาะ เช่น อุตสาหกรรมการผลิตหรือค้าปลีก อย่างไรก็ตาม ในอนาคต เอดจ์คอมพิวติ้งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและทุกการใช้งาน เพราะส่วนที่อยู่รอบนอกของเครือข่ายถูกเสริมศักยภาพด้วยทรัพยากรประมวลผลที่ก้าวล้ำและรองรับการใช้งานเฉพาะด้านมากขึ้น รวมไปถึงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้น อุปกรณ์ลูกข่ายที่ซับซ้อน เช่น หุ่นยนต์ โดรน ยานพาหนะไร้คนขับ และระบบปฏิบัติการ จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วยิ่งขึ้น

ระบบคลาวด์แบบกระจาย (Distributed Cloud)

ระบบคลาวด์แบบกระจายหมายถึงการกระจายตัวของบริการคลาวด์สาธารณะไปยังสถานที่ต่าง ๆ โดยที่ผู้ให้บริการต้นทางของคลาวด์สาธารณะมีหน้าที่ควบคุม กำกับดูแล ปรับปรุง และพัฒนาบริการดังกล่าว ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากเดิมที่บริการคลาวด์สาธารณะส่วนใหญ่มีลักษณะรวมศูนย์ (Centralized) และการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำไปสู่ศักราชใหม่ของคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing)

อุปกรณ์อัตโนมัติ (Autonomous Things)

อุปกรณ์อัตโนมัติหมายถึงอุปกรณ์ทางกายภาพที่ใช้ AI เพื่อทำงานต่างๆ โดยอัตโนมัติ โดยเข้ามาแทนที่มนุษย์ อุปกรณ์อัตโนมัติที่พบเห็นได้ทั่วไปก็คือ หุ่นยนต์ โดรน ยานพาหนะ/เรือไร้คนขับ และเครื่องมือต่าง ๆ ที่ทำงานได้เอง การทำงานแบบอัตโนมัติที่ว่านี้จะครอบคลุมขอบเขตมากกว่าการทำงานอัตโนมัติตามโมเดลที่ตั้งค่าไว้อย่างตายตัว กล่าวคือ อุปกรณ์เหล่านี้จะใช้ AI เพื่อทำงานขั้นสูง และโต้ตอบกับคนหรือสิ่งรอบข้างได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ขณะที่ความสามารถทางเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง กฎระเบียบก็มีการเปิดกว้างและอนุญาตให้ใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้มากขึ้น และสังคมให้การยอมรับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อุปกรณ์อัตโนมัติถูกใช้งานมากขึ้นในพื้นที่สาธารณะที่ปราศจากการควบคุม

ขณะที่อุปกรณ์อัตโนมัติได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น เราคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจากอุปกรณ์อัจฉริยะที่ทำงานตามลำพังไปสู่กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะหลาย ๆ เครื่องที่ทำงานร่วมกัน โดยอาจแยกเป็นอิสระจากคนหรืออาจมีการป้อนคำสั่งโดยมนุษย์ ตัวอย่างเช่น แขนกลหลากหลายรูปแบบที่ทำงานอย่างสอดประสานกันในโรงงานประกอบชิ้นส่วน ในส่วนของธุรกิจขนส่ง โซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือการใช้อุปกรณ์อัตโนมัติเพื่อเคลื่อนย้ายพัสดุไปยังพื้นที่เป้าหมาย โดยหุ่นยนต์และโดรนที่เดินทางไปพร้อมกับยานพาหนะอาจจะทำหน้าที่จัดส่งพัสดุถึงมือผู้รับปลายทาง

บล็อกเชนที่ใช้งานได้ในทางปฏิบัติ

เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มีศักยภาพที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และรองรับการแลกเปลี่ยนมูลค่าในระบบนิเวศน์ทางธุรกิจ ทั้งยังช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกรรม และปรับปรุงกระแสเงินสด เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินทรัพย์ จึงลดโอกาสที่จะมีการสลับเปลี่ยนเป็นสินค้าปลอม นอกจากนี้ การตรวจสอบติดตามสินทรัพย์ยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ เช่น การตรวจสอบสินค้าประเภทอาหารในซัพพลายเชนเพื่อระบุแหล่งที่มาของการปนเปื้อน หรือการตรวจสอบชิ้นส่วนที่เฉพาะเจาะจงเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเรียกคืนสินค้า การใช้งานบล็อกเชนในอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความเป็นไปได้ก็คือ การจัดการตัวตนผู้ใช้ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าสัญญาแบบ Smart Contract ไว้ในบล็อกเชน เพื่อให้เหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นทริกเกอร์ให้เกิดการดำเนินการอื่นต่อไป เช่น ระบบจะปลดล็อคการชำระเงินหลังจากลูกค้าได้รับสินค้า

บล็อกเชนยังขาดความพร้อมสำหรับการใช้งานในระดับองค์กร เนื่องจากยังมีปัญหาด้านเทคนิคมากมายหลายประการ เช่น ขาดเสถียรภาพ และไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะมีปัญหาท้าทายดังกล่าว แต่เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพที่สูงมากสำหรับการพลิกโฉมอุตสาหกรรมและการสร้างรายได้ ดังนั้นองค์กรต่าง ๆ จึงควรเริ่มต้นพิจารณาและประเมินความเป็นไปได้ของบล็อกเชน แต่เราคาดว่ายังคงไม่มีการปรับใช้เทคโนโลยีนี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้

ระบบรักษาความปลอดภัย AI

AI และ ML จะยังคงถูกใช้งานเพื่อยกระดับการตัดสินใจของมนุษย์ในการใช้งานที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการรองรับระบบไฮเปอร์ออโตเมชั่น และการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์อัตโนมัติเพื่อปรับปรุงธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดปัญหาท้าทายใหม่ ๆ สำหรับทีมงานฝ่ายไอทีที่ดูแลด้านความปลอดภัยและผู้บริหารที่ต้องจัดการดูแลความเสี่ยง เพราะจะทำให้มีช่องทางการโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการใช้งาน IoT, คลาวด์คอมพิวติ้ง, ไมโครเซอร์วิส และระบบที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างกว้างขวางในสมาร์ทสเปซ ผู้บริหารฝ่ายรักษาความปลอดภัยและความเสี่ยงควรจะให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก ๆ ได้แก่ การปกป้องระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI, การใช้ AI เพื่อปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย และการคาดการณ์เกี่ยวกับการใช้งาน AI โดยคนร้ายที่ต้องการโจมตีเครือข่าย

10 เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดในปี 2020

8 เทรนด์เทคโนโลยีใหม่ที่น่าจะมาในปี 2020

เทรนด์เทคโนโลยีใหม่แห่งปี 2020 โลกของเราจะก้าวล้ำแค่ไหน จะมีอะไรทำให้ชีวิตของเราสะดวกขึ้นบ้าง มาดูกันเลย

เทคโนโลยี 2020

เมื่อเวลาผ่านไป โลกเราก็จะยิ่งมีการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ มีอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ที่ทันสมัยให้ใช้งานทำให้ชีวิตมีความสะดวกสบายกันมากกว่าเดิม ส่งผลชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา และเนื่องจากเรากำลังจะก้าวเข้าสู่ปี 2020 ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะได้มาคาดการณ์อนาคตกันว่าในปี 2020 นี้เราน่าจะได้เห็นเทคโนโลยีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาบ้าง ไปดูกันเลยกับ 8 เทรนด์เทคโนโลยีใหม่แห่งปี 2020

1. เครือข่ายมือถือ 5G

เทคโนโลยี 2020

เทคโนโลยี 5G ที่จะทำให้โลกของเราก้าวเข้าไปสู่ยุคของ Internet of Things โลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งเครือข่าย 5G จะเริ่มถูกนำมาใช้งานกันแพร่หลายมากขึ้นทั้งในด้านของผู้ให้บริการเครือข่ายและด้านของแบรนด์มือถือที่เริ่มผลิตมือถือรองรับ 5G ออกมากันมากขึ้นในปี 2020 นี้ เทคโนโลยี 5G นั้นจะมีการพัฒนาประสิทธิภาพจาก 4G ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งความเร็วสูงสุดที่มากกว่า รองรับจำนวนอุปกรณ์เชื่อมต่อในพื้นที่เดียวกันมากขึ้น มีความเสถียรในการเชื่อมต่อมากกว่าเดิม ประหยัดพลังงานมากขึ้น ตอบสนองได้เร็วขึ้น รวมทั้งการใช้งาน eSIM ก็จะแพร่หลายมากขึ้นด้วยเช่นกัน

2. AI กับหุ่นยนต์

เทคโนโลยี 2020

เทคโนโลยี AI นั้นเริ่มถูกนำมาใช้เป็นฟีเจอร์ต่าง ๆ ในมือถือมาสักระยะแล้ว และในปี 2020 นี้ก็น่าจะถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จะช่วยทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น เช่น โดรนหรือหุ่นยนต์ที่สามารถทำหน้าที่ส่งของหรือทำงานต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอคำสั่งการจากมนุษย์ตลอดเวลา นอกจากนี้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่เป็น IoT และมี AI ในตัวก็จะแพร่หลายมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

3. Automation ที่ล้ำกว่าเดิม

Automation คือระบบอัตโนมัติที่ใช้อุปกรณ์หรือเครื่องจักรทำงานได้เองแทนมนุษย์ ซึ่งในปี 2020 เราอาจจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้มาอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น และใช้แรงงานมนุษย์น้อยลง เช่น ร้านขายของที่ไม่ต้องมีแคชเชียร์คอยเก็บเงิน ลูกค้าสามารถชำระเงินด้วยตัวเองผ่านเครื่องอัตโนมัติได้เลย

4. บริการสตรีมมิ่งอันดุเดือด

ในปี 2020 นี้จะเริ่มมีการแข่งขันของบริการสตรีมมิ่งกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการฟังเพลงหรือดูรายการทีวี ทั้งผู้ให้บริการรายเก่าอย่าง Spotify, Apple Music, Netflix และรายใหม่อย่าง Apple TV+ หรือ Disney+ รวมทั้งในวงการเกมก็ยังมี Google Stadia ที่เริ่มหันมาผลักดันบริการเล่นเกมแบบสตรีมมิ่งแล้วเช่นกัน

5. สังคมไร้เงินสด

ประเทศต่าง ๆ จะเริ่มหันมาใช้การชำระเงินซื้อของผ่านแอปฯ บนมือถือกันมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องพกเงินสด แค่สแกนในจอมือถือก็สามารถจ่ายเงินได้ทันที ทั้งรวดเร็วกว่าและและสะดวกกว่าเดิม อย่างในประเทศจีนก็มี Alypay ที่เป็นแพลตฟอร์มให้ลูกค้าสามารถใช้ชำระเงินเมื่อซื้อของตามร้านค้าต่าง ๆ ได้

6. วงการแพทย์ที่ล้ำมากขึ้น

ในวงการทางการแพทย์อาจได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาพัฒนาการรักษาผู้คนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ เพื่อสร้างอวัยวะต่าง ๆ ขึ้นมาใช้งานได้ รวมทั้งการใช้เครื่องมือถือสำหรับตรวจจับการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกายและเก็บข้อมูลแบบดิจิทัล

7. จุดจบของสื่อสิ่งพิมพ์

ในช่วงยุคหลัง ๆ ที่ผู้คนหันมาใช้สมาร์ตโฟนและมีโลกโซเชียลให้สามารถเสพข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วทันใจ รวมทั้งการจำหน่ายหนังสือในรูปแบบ E-book ทำให้ยอดขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ น้อยลงไปมาก จนส่งผลให้หลายสำนักพิมพ์ต้องปิดตัวลง และในปี 2020 นี้ก็น่าจะมีการปิดตัวเพิ่มอีกมากหรืออาจจะไม่เหลือหนังสือพิมพ์อีกต่อไปแล้วก็เป็นได้

8. สกุลเงินดิจิทัลที่แพร่หลายมากขึ้น

ปัจจุบันสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการการเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งการทำธุรกรรมดิจิทัลบนโลกออนไลน์ก็เริ่มเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งในปี 2020 นี้เราก็อาจจะให้ได้เห็นธนาคารหลายแห่งในโลกเริ่มหันมาสนใจสกุลเงินดิจิทัลกันมากกว่าเดิม

8 เทรนด์เทคโนโลยีใหม่ที่น่าจะมาในปี 2020