Slider

ประเภทของกล้อง

สัดส่วนของภาพที่อัดกระดาษออกมาตามมาตรฐาน คือ 4×6 นิ้ว ซึ่งเท่ากับว่าภาพมีสัดส่วน 1:1.5 กล้องดิจิตอลระดับมือสมัครเล่นจะมีสัดส่วนภาพอยู่ประมาณ 1600×1200 pixels หรือ 1:1.33 เพื่อให้เข้ากับจอมอนิเตอร์หรือ TV ทำให้เวลานำภาพไปอัดจึงต้องตัดส่วนภาพบนกระดาษไป ส่วนกล้องดิจิตอลระดับมืออาชีพ(จำพวก DSLR) จะมีสัดส่วนประมาณ 1:1.5 ซึ่งเท่ากับฟิล์มขนาด 35 มม.เวลานำไปอัดจึงไม่เป็นปัญหา
พูดถึงระดับของกล้องดิจิตอล ก็แบ่งเป็น 3 ระดับคือ

1.Compact – เป็นกล้องที่เน้นไปทาง สะดวกสบาย พกง่าย ถ่ายง่าย เรียกว่าอัตโนมัติแทบจะทั้งหมด แต่ปรับอะไรไม่ค่อยได้

ชนิดของกล้องและระบบของกล้อง, กล้องดิจิตอล, กล้อง, กล้องถ่ายรูป, ราคากล้องดิจิตอล, กล้องมือสอง, กล้องถ่ายรูปดิจิตอล, กล้อง digital
2.Prosumer – เป็นกล้องที่ระบบการทำงานดีขึ้นมาหน่อย เช่น มีระบบวัดแสง ชดเชยแสง ปรับความชัดผ่านเลนส์ ระบบ Manual การต่อ Flash ภายนอก ซึ่งทำให้ยืดหยุ่นต่อการใช้งานมากขึ้น แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้

ชนิดของกล้องและระบบของกล้อง, กล้องดิจิตอล, กล้อง, กล้องถ่ายรูป, ราคากล้องดิจิตอล, กล้องมือสอง, กล้องถ่ายรูปดิจิตอล, กล้อง digital
3.Professional – เป็นกล้องระดับมืออาชีพที่คล้ายกับกล้อง SLR ในระบบฟิล์ม แต่เปลี่ยนจากการใช้ฟิล์มมาเป็นการใช้เซ็นเซอร์รับแสง ซึ่งระบบการทำงานสามารถปรับได้ทั้งหมดตามความสามารถของผู้ถ่าย

ประเภทของกล้องถ่ายรูป

สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนหน้าใหม่(และมือใหม่) วันนี้มาเขียนบทความแรกครับ ผิดถูกยังไงก็ขอฝากให้คำติชมด้วยนะครับ

เอาล่ะครับ ตอนนี้หลายๆโรงเรียนก็สอบเสร็จกันแล้ว ปิดเทอมนี้เพื่อนๆคิดจะทำอะไรกันบ้าง บางคนก็ไปติว บางคนก็ไปเที่ยว บางคนก็ไปเข้าค่าย บางคนก็ทำกิจกรรมต่างๆ แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีกิจกรรมอะไรทำ เราลองมาทำกิจกรรมนี้กันดีกว่า กิจกรรมนั้นคือ “การถ่ายภาพ”

ก่อนเราจะไปเข้าเรื่อง ผมขอออกตัวก่อนเลยนะครับว่า ผมก็เป็นเพียงคนที่ฝึกหัดด้านการถ่ายภาพ ไม่ได้มีฝีมืออะไรที่มากมาย แต่อยากช่วยแชร์ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ หากเรื่องใดที่ผมทราบ ก็จะตอบให้ แต่หากเรื่องใดที่ไม่ทราบ ก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ

การจะถ่ายภาพต้องมี กล้องถ่ายรูป ใช่ไหมครับ ? วันนี้ผมจะมาบอกประเภทของกล้องถ่ายรูปกันก่อนเลย(ในบทความนี้จะกล่าวแค่กล้องดิจิตอลนะครับ)

1.กล้องคอมแพ็ค(Compact) เป็นกล้องที่ใช้งานง่ายมากครับ เพียงเปิด กดชัตเตอร์ ก็จะได้รูปออกมาชมแล้ว ^0^ กล้องจะมีขนาดเล็ก พกพาง่าย และเดี๋ยวนี้ สามารถแต่งภาพในกล้องได้ด้วย อีกทั้งยังมีความคมชัดที่มากด้วย แต่ไม่สามารถตั้งค่าเกี่ยวกับการถ่ายภาพได้มาก และมีข้อจำกัดเรื่องการซูม(Zoom) ที่ซูมได้น้อย (แต่รุ่นใหม่ๆก็มีการซูมได้เยอะ)

2.กล้องโปรซูมเมอร์(Prosumer) เป็นกล้องที่สูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น สามารถปรับตั้งค่าเกี่ยวกับการถ่ายภาพได้มากขึ้น มีการซูมที่มากขึ้น และคุณภาพของภาพที่มากขึ้น บางรุ่นสามารถใส่อุปกรณ์เสริมได้ เช่น แฟลช ตัวเสริมเลนส์ แต่ก็มีข้อจำกัดในบางเรื่อง เช่น ปรับค่าที่ยังไม่สามารถปรับได้ทั้งหมด และกล้องประเภทนี้ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้

3.กล้อง DSLR (Digital Single Lens Reflex) แปลตามตัวก็คือ กล้องดิจิตอลสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว จะเห็นได้ตามที่มืออาชีพใช้กัน เป็นกล้องที่มีขนาดใหญ่ ให้คุณภาพของภาพที่สูง และสามารถปรับค่าเกี่ยวกับการถ่ายภาพได้ทุกอย่าง มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถใส่อุปกรณ์เสริมได้หลายอย่าง และสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ซึ่งหมายความว่า ทำให้ได้ภาพที่หลากหลาย และคุณภาพของภาพที่มากขึ้นนั่นเอง
แต่ในปัจจุบัน มีกล้องที่มีขนาดเล็ก และสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ และคุณภาพใกล้เคียงกับกล้อง DSLR โดยกล้องชนิดนี้ถูกเรียกว่า กล้อง Mirrorless